ประเทศเล็กแต่ยิ่งใหญ่ได้...ชมนวัตกรรมเกษตรเนเธอร์แลนด์ ในงาน Horti Asia 2017
นวัตกรรมปลูกพืชในโรงเรือนของเนเธอร์แลนด์ (ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

หลายวันก่อน สถานทูตเนเธอร์แลนด์ ชวนสื่อมวลชนไปงาน “จิบน้ำชายามบ่ายกับท่านทูตฯ พร้อมเสวนาทิศทางตลาดภาคเกษตรในเอเซีย” ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อที่จะเชิญชวนให้ไปเที่ยวชมงาน ฮอร์ติ เอเชีย 2017 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้น 15-17 มีนาคม 2560 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ดังรายละเอียดของงานที่ “เกษตรก้าวไกล” ได้นำมาเสนอก่อนหน้านี้

ท่านทูต พอล เม้งเฟล
ท่านทูต พอล เม้งเฟล

วันนี้ ผมขอนำสาระสำคัญอย่างหนึ่งที่ ท่านฑูตพอล เม้งเฟล อุปทูตเนเธอร์แลนด์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนท่านอัครราชทูตมาหลายเดือนแล้วมาเล่าสู่กันฟัง นั่นก็คือเรื่องที่ว่าประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่เล็กที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ทำไมเศรษฐกิจของเขาจึงเติบโตมากๆ โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหารได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตพืชสวนและเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก

ท่านฑูตพอล เม้งเฟล เล่าให้ฟังว่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีประชากร 17 ล้านคน บนพื้นที่ 41,543 ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นประเทศที่เล็กมากๆ เมื่อเทียบกับประเทศไทย ซึ่งมีจุดแข็งที่ภาคเกษตรเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างก็คือว่าเขาเล็กแต่ทำได้ใหญ่กว่า

“อุตสาหกรรมการเกษตรและพืชผักของเนเธอร์แลนด์มีความแตกต่างจากค่าเฉลี่ยทั่วโลก เนื่องจากเป็นผู้นำระดับโลก แทนที่จะมุ่งเน้นในด้านการผลิตปริมาณมาก…ไม้ดอกและกลุ่มเกษตรอาหารของเนเธอร์แลนด์จะเน้นการเพิ่มมูลค่าอย่างมีแบบแผนที่แข็งแรง เพื่อการส่งออกที่ได้รับความสนใจล้นหลามในสหภาพยุโรป”

กล่าวสำหรับในสหภาพยุโรป เนเธอร์แลนด์เป็นผู้ผลิตไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ห้า และลำดับที่สิบสำหรับการส่งออกผลไม้ 85% ของการส่งออกพืชผลของประเทศที่ส่งออกไปสู่สมาชิกสหภาพยุโรป คือเยอรมนี ตลาดที่ใหญ่ที่สุดนับเป็น 38% ของการส่งออกของประเทศในสหภาพยุโรป

สำหรับสินค้าพืชผล เนเธอร์แลนด์เป็นผู้ส่งออกการเกษตรใหญ่เป็นอันดับสองรองจากประเทศอเมริกา ตามด้วย เยอรมนี บราซิล และฝรั่งเศส คิดเป็น 13% ของตลาดโลก

สินค้าเกษตรที่สำคัญก็คือไม้ดอก ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุด (ดอกไม้สำเร็จรูป, หน่อดอกไม้ ส่วนใหญ่เป็น ทิวลิป) และพืชเป็นๆ นับเป็น 50% ของตลาดโลก

โดยเฉพาะเป็นผู้ส่งออกหน่อดอกไม้รายใหญ่ที่สุด ด้วยการซื้อขายที่มากกว่า 75% หน่อส่วนใหญ่ที่ปลูกกันทั่วไปคือดอกทิวลิป โดยเฉพาะทางภาคเหนือของประเทศ นอกเหนือจากทิวลิป ยังมี ลิลลี่, แดฟโฟดิล, ไฮยาซินธ์, และแกลดิโอลัส

นอกจากไม้ดอกยังมีภาคเกษตรที่สำคัญคือพืชผัก เนเธอร์แลนด์มีส่วนแบ่งตลาด 14% ในการซื้อขายพืชผักของตลาดโลก ส่วนใหญ่คือหัวหอม มะเขือเทศ แตงกวา และพริกหยวก

และเมื่อมองถึงพืชผักที่สำคัญเป็นรายชนิด พบว่า เนเธอร์แลนด์เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สุดสำหรับมันฝรั่งสดและเมล็ดมันฝรั่ง 15% ของที่ดินทำกินทั้งหมดจะใช้ไปกับการปลูกมันฝรั่ง 50% ของการผลิตในประเทศจะเป็นผลมันฝรั่งและแปรรูป 25% ถูกใช้สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมัน และ 25% ผลิตเพื่อเมล็ดพันธุ์ 60% ของเมล็ดพันธุ์มันฝรั่งในโลกถูกจัดส่งจากเนเธอร์แลนด์

มะเขือเทศ เนเธอร์แลนด์เป็นผู้ส่งออกมะเขือเทศใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเม็กซิโก ผลผลิตมะเขือเทศของเนเธอร์แลนด์ส่วนใหญ่ถูกปลูกในเรือนกระจก มากกว่า 900 ล้าน กก. และ 90% ของการผลิตถูกส่งออก

หัวหอม เป็นผักที่ถูกบริโภคเป็นจำนวนมากทั่วโลก 6% ของที่ดินทำกินในประเทศถูกใช้เพื่อปลูกหัวหอม ปากีสถานมีความต้องการที่สูงสำหรับหัวหอมจากเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากน้ำที่น้อยกว่าในหัวหอม และนำไปทอดได้ดีกว่าหัวหอมที่มากจากประเทศอื่น

“เกษตรกรรมและไม้ดอกของเนเธอร์แลนด์ได้รับการยกย่องสำหรับนวัตกรรมที่มุ่งเน้นด้านการส่งออก ธุรกิจการเกษตรของประเทศประกอบด้วยบริษัทที่มากกว่า 120,000 บริษัท 1 ใน 10 ของลูกจ้างในประเทศทำงานด้านเกษตรกรรม” ท่านทูต พอล เม้งเฟล กล่าว

ดินแดนแห่งดอกทิวลิป...นวัตกรรมเกษตรที่นำหน้าประเทศอื่นๆ
ดินแดนแห่งดอกทิวลิป…นวัตกรรมเกษตรที่นำหน้าประเทศอื่นๆ (ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

บทสรุป : ความสำเร็จภาคเกษตรเนเธอร์แลนด์

  • ตัวแปรความสำเร็จของอุตสาหกรรมเกษตรและไม้ดอกของเนเธอร์แลนด์ คือการร่วมมือกันที่แข็งแรงระหว่างอุตสาหกรรม รัฐบาล ภาคการศึกษา และสถาบันการวิจัย สถาบันเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการร่วมมือและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆด้วยกัน
  • Greenport (ท่าเรือสีเขียว) ในปี 2004 กระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เสนอกลยุทธ์ในการใช้ที่ดินสู่แนวคิด Greenport ให้เป็นพื้นที่สำคัญทางภูมิศาสตร์พืชสวน เพื่อผลิต ซื้อขาย ไม้ดอกและเป็นจุดศูนย์กลางขนส่งที่สำคัญ สำหรับพื้นที่ท่าเรือนั้นมี 6 แห่งด้วยกัน เช่น ท่าเรือ เวสท์แลนด์-โอสท์แลนด์ เรือนกระจกพืชสวนนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์
  • นวัตกรรมเทคโนโลยีสำหรับระบบการผลิตและระบบอัตโนมัติ การลดการใช้พลังงานและการใช้สอยพื้นที่อย่างจำกัด คือลักษณะของอุตสาหกรรมเรือนกระจกของเนเธอร์แลนด์ ภายใต้การแข่งขันนานาชาติและการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการแต่ละรายนั้นไม่แน่นอน ความท้าทายในตลาดคือ นวัตกรรมและการแข่งขันที่สูงขึ้นตลอดเวลา การเสริมสร้างความรู้และกระตุ้นผู้ประกอบการ, นวัตกรรม, ให้ความรู้แค่ประชากรได้รับการยอมรับจากภาคพืชสวนในเนเธอร์แลนด์

ชมนวัตกรรมเกษตรเนเธอร์แลนด์ งาน ฮอร์ติ เอเชีย 2017

ท่านฑูตพอล เม้งเฟล กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทเนเธอร์แลนด์ เกือบ 30 บริษัทในภาคพืชสวนจะทำการจัดแสดงในงานฮอร์ติ เอเชีย 2017 ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 15-17 มีนาคมนี้

“พืชผลของเนเธอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในตลาดโลก และขณะนี้ประเทศต้องเผชิญหน้ากับปัญหาในการรักษาตำแหน่งนี้ไว้ ผู้ประกอบการของเราต้องแสดงจุดแข็งของนวัตกรรม ความกล้าหาญ การตัดสินใจ และความอุตสาหะ โดยรัฐบาลของเนเธอร์แลนด์สนับสนุนด้านการพัฒนานวัตกรรมสินค้าผ่านประโยชน์ทางภาษี ธุรกิจนวัตกรรมต่างๆสามารถช่วยพัฒนาหาแนวทางแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ เช่น ความปลอดภัยทางด้านอาหาร ปัญหาประชากรสูงอายุ และปัญหาโรคภัยที่มีผลถึงชีวิต โดยการพัฒนาสินค้าใหม่ๆนี้ พวกเขาสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ นวัตกรรมจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและเพิ่มจำนวนงาน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลได้สนับสนุนด้านการเงินให้แก่ผู้ประกอบการทางด้านนวัตกรรม เพื่อให้ธุรกิจได้สร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการสู่ตลาดได้รวดเร็ว”

“งานฮอร์ติ เอเชีย 2017 เป็นงานเทรดโชว์ที่ดีที่สุดสำหรับนวัตกรรมด้านพืชผลและเกษตรกรรมที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทั่วทวีปเอเชียจะได้พบปะและแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์กับชาวเนเธอร์แลนด์และผู้นำนวัตกรรมพืชสวนทั่วโลก…ผมมั่นใจว่าผู้เข้าชมงานจะได้รับผลประโยชน์มากครับ” ท่านทูต พอล เม้งเฟล กล่าวย้ำในที่สุด

อนึ่ง ผู้ที่สนใจเข้าชมงาน สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าชมงานฟรี! ที่ www.horti-asia.com โดยใช้รหัส HP2211 (ลงทะเบียนหน้างาน โดยไม่มีรหัสลงทะเบียน เสียค่าเข้าชมงาน 1,000 บาท)