คุณพิมใจ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี แอนด์ เอฟ เทคโน จำกัด

ชี้ตลาดญี่ปุ่นต้องการสูงตลอดทั้งปี เร่งแก้โจทย์ผลผลิตไม่เพียงพอ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการบ่มแบบญี่ปุ่น ดันเกษตรกรรวมกลุ่มขยายพื้นที่ปลูก ป้อนตลาดอย่างเป็นระบบ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นและภาคเอกชน เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดสัมมนา “การพัฒนาคุณภาพและการผลิตกล้วยหอมเพื่อการส่งออกประเทศญี่ปุ่น” มุ่งยกระดับการผลิต กล้วยหอมทองและกล้วยหอมเขียว Cavendish ให้ได้มาตรฐานตลาดญี่ปุ่น พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และเทคโนโลยีการบ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทย

การสัมมนาจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา โคราช โดยมี นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเปิด มีเกษตรกรจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมอย่างคึกคัก ทั้งนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุดรธานี

เกษตรก้าวไกลLIVE– การส่งออกกล้วยหอมทอง กรณีศึกษา กลุ่มแปลงใหญ่กล้วยหอมทองสุขไพบูลย์ ปัญหาอุปสรรคและโอกาส https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1050467647701434 

เนื้อหาการสัมมนาครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการผลิตกล้วยหอมให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การวิเคราะห์แนวโน้มและความต้องการของตลาดญี่ปุ่น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนปัญหาและแนวทางแก้ไขจากพื้นที่จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาดส่งออก

ตลาดญี่ปุ่นต้องการสูง แต่โจทย์สำคัญคือ “ผลิตให้ทัน”

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การส่งออกกล้วยหอมไทยไปยังญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกล้วยหอมจากประเทศไทยได้รับการยอมรับจากผู้นำเข้าญี่ปุ่น และมีความต้องการเพิ่มขึ้นจนเกิดปัญหา ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

“ตอนนี้เราเจอปัญหาที่ดี คือคนซื้อเขาตั้งตารอซื้ออยู่แล้ว หน้าที่ของเราคือทำการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานที่เขากำหนด ซึ่งเป็นโจทย์ที่ไม่ยากเกินไปหากเทียบกับการผลิตออกมาแล้วต้องวิ่งหาตลาด อนาคตของการผลิตและส่งออกกล้วยหอมไทยจึงสดใสมาก” นายสุรินทร กล่าว

รองอธิบดี DITP มองว่า โอกาสของกล้วยหอมไทยในตลาดญี่ปุ่นจึงอยู่ที่การเพิ่มศักยภาพการผลิตให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ และมาตรฐานการส่งออก

ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่น ยกระดับคุณภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค

ด้าน คุณพิมใจ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี แอนด์ เอฟ เทคโน จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งออก ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดกล้วยหอม โดยระบุว่า กล้วยหอมเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีโอกาสทางการตลาดสูง หากเกษตรกรสามารถผลิตได้อย่างสม่ำเสมอและมีคุณภาพ เพราะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รวมถึงตลาดอื่น ๆ มีความต้องการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่นำมาใช้คือ กระบวนการบ่มกล้วยด้วยเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อควบคุมคุณภาพและทำให้กล้วยมีสีเหลืองสวย สม่ำเสมอกันทั้งล็อต ก่อนนำไปวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและผู้ซื้อในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางสนับสนุนให้เกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอุดรธานี รวมกลุ่มและขยายพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองและกล้วยหอมเขียว Cavendish เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างระบบการจัดส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเป็นรูปธรรม

เกษตรก้าวไกลLIVE- พิธี MOU กล้วยหอมไทยไปญี่ปุ่น ที่โรงแรมเซ็นทารา โคราช https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/918588234171527

MOU เปิดทางเพิ่มการส่งออกกล้วยหอมไทย

ภายในงานยังมีพิธีลงนาม MOU การส่งออกกล้วยหอมไทยไปญี่ปุ่น ระหว่างผู้รับซื้อจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 3 ราย และผู้ประกอบการไทยอีก 1 ราย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเข้ากับตลาดต่างประเทศโดยตรง

ความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดกล้วยหอมไทย และเพิ่มโอกาสในการขยายการส่งออก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ไทยสามารถผลิตกล้วยหอมได้ครบตาม **โควตา 8,000 ตัน** ในอนาคตอันใกล้

จากเวทีสัมมนาครั้งนี้ จึงเห็นได้ว่า โจทย์ของกล้วยหอมไทยในวันนี้อาจไม่ใช่เรื่อง “จะขายที่ไหน” แต่เป็นเรื่อง “จะผลิตอย่างไรให้ได้คุณภาพและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ”**

หากภาคส่วนต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ผู้ซื้อ และเกษตรกรเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ กล้วยหอมไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรที่สร้างรายได้จากตลาดส่งออก และสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรไทยได้ในระยะยาว.

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated