ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดเครื่องดื่ม Plant-based ที่มีตัวเลือกหลากหลายทั้งนมอัลมอนด์ นมโอ๊ต และนมพิสตาชิโอ “ถั่วเหลือง” ยังคงเป็นวัตถุดิบคลาสสิกที่อยู่คู่กับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน แต่ความคุ้นเคยก็มาพร้อมกับ Pain Point สำคัญ ทั้งกลิ่นเหม็นเขียว การละลายน้ำได้ยาก และข้อจำกัดด้านรสชาติที่ทำให้หลายคนไม่สามารถดื่มได้ทุกวัน
บริษัท เคทูเอ็น มาร์เก็ตติ้ง โซลูชัน จำกัด จึงเลือกหยิบวัตถุดิบที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง “ถั่วเหลือง” มายกระดับด้วยนวัตกรรม ภายใต้แบรนด์ “Early Me” นมถั่วเหลืองผงพร้อมชงออร์แกนิกที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยรสชาติที่ละมุน ดื่มง่าย และสะดวกในการบริโภค โดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการของถั่วเหลืองไว้อย่างครบถ้วน

แก้ Pain Point บอกลากลิ่นเหม็นเขียว และการละลายน้ำยากด้วยนวัตกรรมชั้นเลิศ
คุณละไมพร ศรีใจ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด เล่าว่า ภาพจำของนมถั่วเหลืองในอดีตคือ “กลิ่นถั่วที่ค่อนข้างแรง” และ “การละลายน้ำได้ยาก” โดยเฉพาะเมื่อต้องชงกับน้ำเย็น ทำให้ Early Me ใช้เวลาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นนมถั่วเหลืองชนิดผงพร้อมชงที่มีจุดเด่นด้านความเนียนละมุน ไม่มีกากและไม่มีตะกอน สามารถละลายได้ทันทีทั้งในน้ำร้อนและน้ำเย็น โดยเบื้องหลังความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากการใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Spray Drying (การทำแห้งแบบพ่นฝอย) ร่วมกับนวัตกรรมการใช้เอนไซม์ธรรมชาติในการย่อยแป้งจากเมล็ดถั่วเหลืองให้กลายเป็นความหวานตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องเติมน้ำตาล (No Added Sugar) ทำให้ผู้บริโภคได้รับความหวานละมุนจากถั่วเหลืองแท้ ๆ พร้อมตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพและความสะดวกรวดเร็ว
ยืนหนึ่งเรื่อง “ออร์แกนิกแท้” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
อีกหนึ่งความโดดเด่นของ Early Me คือมาตรฐานความเป็น “ออร์แกนิกแท้” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยแบรนด์คัดสรรถั่วเหลืองออร์แกนิกคุณภาพสูงจากประเทศมองโกเลีย ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากลอย่างเข้มงวด ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการและความเป็นออร์แกนิกไว้ให้มากที่สุดจนถึงมือผู้บริโภค

กลยุทธ์มัดใจสาย Plant-based ถั่วเหลืองคือความคลาสสิกที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
ปัจจุบันตลาด Plant-based จะมีการแข่งขันสูง แต่ Early Me กลับมองว่า “ถั่วเหลืองคือความคลาสสิกที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ” เพราะผู้บริโภคต่างรับรู้ร่วมกันอยู่แล้วว่านี่คือแหล่งโปรตีนคุณภาพจากพืชที่สามารถดื่มได้ทุกวัน หน้าที่ของแบรนด์จึงไม่ใช่การสร้างความคุ้นเคยใหม่ให้ตลาด แต่คือการยกระดับสิ่งที่คุ้นเคยให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้สโลแกน “Early Me รสละมุน อบอุ่นจากใจ” นอกจากนี้ แบรนด์ยังสร้างความน่าเชื่อถือผ่านกลยุทธ์ B2B ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับผู้ป่วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์และเตรียมเข้าสู่โมเดิร์นเทรดระดับพรีเมียมในอนาคต

จับมือ โครงการ Thai Kitchen Accelerator Program ปลุกศักยภาพ ปลดล็อกโอกาสสู่ระดับสากล
สำหรับการเติบโตในก้าวต่อไป โครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program โดยความร่วมมือของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งนำทีมโดย
คุณมณฑา ไก่หิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น คุณเธียรวนันต์ จอมสืบ นักส่งเสริมนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ รศ.ดร. กิติพงษ์ รัตนาภรณ์ หัวหน้าโครงการ Thai Kitchen 2026 ดร. อริสรา ทองเพ็ชร์ ผู้จัดการโครงการ Thai Kitchen 2026 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญในการเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ผ่านการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาแบรนด์ การบริหารธุรกิจ การวางกลยุทธ์ทางการตลาด และการขยายตลาดต่างประเทศ ตลอดจนการสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจและแหล่งทุนสนับสนุนนวัตกรรม
Early Me ตั้งเป้าปักธงสู่ตลาดอาเซียนเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งมีวัฒนธรรมการบริโภคที่ใกล้เคียงกัน โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของเครื่องดื่มสุขภาพฝีมือคนไทยที่จะก้าวสู่เวทีสากลในฐานะ Soft Power ด้านอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทย








































