จากโกโก้ผลสดหลักสิบ สู่ “โกโก้แมส” หลักพัน งานวิจัย ARDA ช่วยเกษตรกรใต้เพิ่มมูลค่า-รายได้

ARDA นำงานวิจัยลงพื้นที่ภาคใต้ พัฒนาโกโก้ตั้งแต่การคัดเกรด การหมัก การทำแห้ง ไปจนถึงการแปรรูป ช่วยลดของเสีย ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มราคาจำหน่าย พร้อมขยายผลสู่เกษตรกรแล้ว 350 ราย

วันที่ 10 กันยายน 2569 ดร.อดิศร พร้อมเทพ อนุกรรมการขับเคลื่อนงานมุ่งเป้าภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ หรือ ววน. พร้อมด้วย นายภาณุ ส้มเกลี้ยง ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนงานวิจัย นายสำราญ สาราบรรณ์ ผู้อำนวยการโครงการบริหารจัดการมุ่งเป้า APP TECH ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ARDA นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สวนโกโก้ลุงเล็ก บ้านสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อดูผลสำเร็จของการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มมูลค่าโกโก้และสร้างรายได้ให้เกษตรกร

โดยมี ผศ.ดร.วิไลวรรณ ไชยศร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หัวหน้าโครงการวิจัย และนายสวง เงินเปีย เกษตรกรเจ้าของพื้นที่และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนโกโก้ลุงเล็ก ให้การต้อนรับและนำเสนอผลการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาใช้จริง ตั้งแต่การจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น

จากขายผลสดราคาหลักสิบ สู่การเพิ่มมูลค่าหลายขั้น

โครงการวิจัยนี้มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของโกโก้ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยพัฒนา 3 เทคโนโลยีพร้อมใช้ ที่เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดได้

1. คัดเกรดให้เป็น ขายได้ตรงคุณภาพ

ใช้ระดับความสุก น้ำหนัก และคุณลักษณะของผลในการแบ่งโกโก้เป็นเกรด A–C ทำให้ผลผลิตที่เคยถูกขายรวมกันสามารถจำหน่ายตามคุณภาพได้

เดิมเกษตรกรมีผลผลิตประมาณ 375 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน จำหน่ายในราคา 8–20 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อมีการคัดเกรดสามารถลดผลผลิตที่ถูกคัดทิ้งได้ถึง 80% และเพิ่มกำไรสุทธิจากประมาณ 3,000–3,300 บาท เป็น 5,000–5,500 บาทต่อไร่ต่อเดือน

2. คุมการหมักและทำแห้ง ลดเวลา เพิ่มคุณภาพเมล็ด

นำหัวเชื้อจุลินทรีย์มาใช้ควบคุมกระบวนการหมัก ร่วมกับเครื่องอบพลังงานแสงอาทิตย์และอินฟราเรด

ผลที่ได้คือ เมล็ดหมักคุณภาพเพิ่มจาก 60–75% เป็น มากกว่า 90% ขณะที่เมล็ดแห้งคุณภาพเพิ่มจาก 65–70% เป็น มากกว่า 95%

ที่สำคัญ ลดระยะเวลาการทำแห้งจากเดิมประมาณ 7 วัน เหลือเพียง 48 ชั่วโมง ได้เมล็ดที่มีความชื้นไม่เกิน 7.5% ไม่ขึ้นรา ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และผ่านมาตรฐาน มกษ. 5708-2566

3. แปรรูปเอง เพิ่มมูลค่าถึงปลายทาง

เมื่อได้เมล็ดโกโก้คุณภาพแล้ว งานวิจัยยังต่อยอดไปถึงขั้นการแปรรูป โดยใช้เครื่องคั่วโรตารีและควบคุมการโม่อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มสัดส่วนเมล็ดคั่วคุณภาพจาก 70% เป็น มากกว่า 90% และสามารถผลิตเป็น “โกโก้แมส” ตามข้อกำหนดของ อย.

ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มจากประมาณ 800–900 บาท เป็น 1,400–1,600 บาทต่อกิโลกรัม และเพิ่มกำไรจากประมาณ 4,000–4,500 บาท เป็น 7,000–8,000 บาทต่อวัตถุดิบ 5 กิโลกรัมต่อรอบการผลิต

เปลี่ยนจาก “ขายวัตถุดิบ” เป็น “สร้างมูลค่าด้วยตัวเอง”

ปัจจุบัน ARDA ขยายเทคโนโลยีดังกล่าวไปสู่เกษตรกรแล้ว **350 ราย** ในจังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ และสุราษฎร์ธานี โดยช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากกว่า 20%

แนวทางสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิตโกโก้ แต่เป็นการทำให้เกษตรกรสามารถ รักษาคุณภาพ คัดเกรด แปรรูป และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของตัวเอง จากเดิมที่ต้องขายวัตถุดิบคละเกรด ไปสู่การเป็นผู้ผลิตโกโก้มาตรฐานที่สามารถเข้าถึงตลาดมูลค่าสูงได้มากขึ้น

ARDA ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผล “งานวิจัยที่ใช้ได้จริง” สู่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้จากห้องวิจัยให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง และช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนด้วยนวัตกรรมวิจัย

รายละเอียดทั้งหมด เกษตรก้าวไกลได้ LIVE สดไว้แล้ว สามารถคลิกชมได้จากลิงก์นี้ https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1101672265651665

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated