
ผลแปลงนำร่อง 1 ไร่ จ.เชียงใหม่ พบผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นราว 23% พร้อมแนวโน้มคุณภาพผลผลิตดีขึ้น ปูทางสู่โมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร
เชียงใหม่ – ท่ามกลางความท้าทายของภาคการเกษตรที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด (SCIeco) ในเครือเอสซีจี ภายใต้แบรนด์ “เสือดิน” ร่วมกับ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกข้าวโพดหวานแปรรูปรายใหญ่ของประเทศไทย พัฒนาแปลงข้าวโพดหวานนำร่อง ณ ไร่ตะวันหวาน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาผลการใช้ผลิตภัณฑ์ เสือดิน ฮิวมิค-ไบโอชาร์พลัส ภายใต้สภาพการเพาะปลูกจริง พร้อมต่อยอดแนวทางการผลิตที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและสนับสนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ

แปลงนำร่องข้าวโพดหวาน: สุขภาพดินที่ดี สู่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
ผลการเก็บเกี่ยวเบื้องต้นพบว่า แปลงที่ใช้เสือดิน ฮิวมิค-ไบโอชาร์พลัส ให้จำนวนฝักคุณภาพดีและน้ำหนักผลผลิตคุณภาพดีสูงกว่าวิธีการเพาะปลูกปกติ ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นประมาณ 23% และจำนวนฝักที่สมบูรณ์ได้คุณภาพ เพิ่มขึ้นถึง 34% นอกจากนี้ยังพบว่าต้นข้าวโพดมีความสมบูรณ์มากขึ้น ระบบรากพัฒนาได้ดี ดินมีลักษณะร่วนซุย สะท้อนศักยภาพของ เสือดิน ฮิวมิค-ไบโอชาร์พลัส ในการช่วยยกระดับสุขภาพดินและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายใต้สภาพการเพาะปลูกจริง

ไบโอชาร์ภายใต้แบรนด์เสือดินผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรผ่านกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับอุตสาหกรรมแบบต่อเนื่อง (Continuous Production Process) ซึ่งถือเป็นรายแรกในประเทศไทย ทำให้ได้ไบโอชาร์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ สามารถกักเก็บน้ำและธาตุอาหาร ลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้าง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย และช่วยฟื้นฟูสุขภาพดินเพื่อยกระดับผลผลิตทางการเกษตร

จากแปลงนำร่อง สู่โมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มผลผลิตในแปลงข้าวโพดหวานนำร่อง แต่ยังเป็นการศึกษาต้นแบบการจัดการสุขภาพดินที่ช่วยยกระดับคุณภาพวัตถุดิบควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยซันสวีทจะนำข้อมูลจากแปลงปลูกจริงไปต่อยอดการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและแนวทางการผลิต ขณะที่เสือดินจะนำผลการใช้งานจริงมาต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพดิน เพื่อขยายการประยุกต์ใช้สู่พืชเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมอาหาร
สำหรับผู้ผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ที่มีเครือข่ายเกษตรกร การเพิ่มผลผลิตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3) กำลังเป็นประเด็นสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยไบโอชาร์เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการกักเก็บคาร์บอนในดินในระยะยาว และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตภายใต้กลไก Premium T-VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ Net Zero ปี 2050
ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้บริษัทได้เห็นศักยภาพของการยกระดับคุณภาพวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง พร้อมสนับสนุนแนวทางการผลิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดส่งออกที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำมากขึ้น”

นายเจริญชัย เฉลียวเกรียงไกร Bio-Circular Business Director บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการฟื้นฟูสุขภาพดินคือรากฐานสำคัญของการเกษตร ความร่วมมือกับซันสวีทเป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ว่าไบโอชาร์ไม่เพียงช่วยยกระดับสุขภาพดินและเพิ่มคุณภาพผลผลิต แต่ยังมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในดิน เราตั้งใจต่อยอดองค์ความรู้จากแปลงนำร่องนี้สู่ภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครือข่ายเกษตรกร เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมขับเคลื่อนการเกษตรที่สร้างคุณค่าให้ทั้งเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม”

ก้าวต่อไปของเสือดิน
เสือดินมีแผนขยายผลการทดลองไปยังพื้นที่และฤดูกาลเพาะปลูกที่หลากหลาย เพื่อเก็บข้อมูลด้านผลผลิต คุณภาพผลผลิต และศักยภาพการกักเก็บคาร์บอน พร้อมพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพดินและเกษตรคาร์บอนต่ำสำหรับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
ปัจจุบัน เสือดินพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพดินที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์จากไบโอชาร์และแร่ธาตุทางการเกษตร อาทิ ฮิวมิค-ไบโอชาร์พลัส ยิปซัม และโดโลไมต์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและยกระดับคุณภาพผลผลิต พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งผลผลิต สุขภาพดิน และการลดคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรคาร์บอนต่ำของประเทศไทย











































