กรมชลประทานเดินหน้าสรุปแบบโครงการ เตรียมเสนอของบก่อสร้าง คาดใช้เวลา 3 ปี ช่วยแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม สร้างความมั่นคงด้านน้ำ รองรับทั้งเกษตร ชุมชน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ขณะที่นายก อบต.แม่กาษา เผยชาวบ้านรอคอยมานาน หากโครงการเกิดขึ้นจริง “เหมือนยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1

เดินหน้าสร้างแหล่งน้ำต้นทุนให้แม่สอด

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีภารกิจสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จึงได้คัดเลือกโครงการเร่งด่วน 3 แห่ง โดยหนึ่งในนั้นคือ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบน ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ปัจจุบัน บริษัท ฟลัดเวย์ จำกัด ได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบโครงการแล้วเสร็จ เตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หากได้รับอนุมัติ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

กักเก็บน้ำ 2.31 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเกษตร 5 หมู่บ้าน

นายธีระชัย เนียมหลวง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการออกแบบให้สามารถกักเก็บน้ำได้ 2.31 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมระบบระบายน้ำและถนนเข้าพื้นที่ เพื่อให้บริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลกระทบต่อชุมชนน้อยที่สุด

เมื่อแล้วเสร็จ จะเกิดประโยชน์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

  • สร้างความมั่นคงด้านน้ำต้นทุนของพื้นที่
  • ส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เกษตร 2,500 ไร่ ครอบคลุม 5 หมู่บ้าน ในตำบลแม่กาษา
  • เพิ่มแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคให้ประชาชนตลอดทั้งปี
  • ช่วยหน่วงน้ำในฤดูฝน ลดปัญหาน้ำท่วม และรองรับการเติบโตของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก

นายธีระชัย ย้ำว่า

“กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและนำทุกข้อเสนอแนะมาปรับใช้ เพื่อให้โครงการส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด”

หลังสิ้นสุดงานออกแบบ จะเข้าสู่ขั้นตอนขออนุญาตใช้พื้นที่ ขออนุมัติงบประมาณ และจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเริ่มก่อสร้างต่อไป

กรมชลฯ เร่งผลักดัน เริ่มก่อสร้างปี 2571

นายวรพล เดชสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 14 กล่าวว่า กรมชลประทานพยายามเร่งรัดทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็วที่สุด

หากเป็นไปตามแผน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ก่อนเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

นายอำเภอแม่สอด เชื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้

นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ตำบลแม่กาษาประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เพาะปลูกได้เพียงปีละครั้ง

หากโครงการแล้วเสร็จ จะมีน้ำเพียงพอทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร สามารถเพิ่มรอบการเพาะปลูกจากปีละ 1 ครั้ง เป็นหลายครั้งต่อปี ช่วยเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนเศรษฐกิจชายแดน

“เมื่อมีความมั่นคงทางน้ำ ก็จะเกิดความมั่นคงทางอาหาร และในอนาคตยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของพื้นที่ได้อีกด้วย”

นายก อบต.แม่กาษา : “เหมือนยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1

นายอมรเทพ นันตาสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กาษา กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่รอคอยโครงการนี้มานาน เพราะทุกปีต้องเผชิญทั้งน้ำหลากและภัยแล้ง ขณะที่ตำบลแม่กาษายังไม่มีแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั้งที่มีประชากรราว 8,000 คน และพื้นที่เกษตรมากกว่า 3,000 ไร่

“ชาวบ้านดีใจมากกับโครงการนี้ เหมือนได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หากมีน้ำต้นทุนและระบบชลประทานที่ดี จะทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และมีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอ สำหรับชาวบ้านแล้ว โครงการนี้เปรียบเสมือน ‘ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1’ ขอขอบคุณกรมชลประทานและทุกหน่วยงานที่เห็นความเดือดร้อนของประชาชน”

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated