เชียงใหม่ – กรมชลประทานเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หลังสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยหวังแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และลดความขัดแย้งเรื่องการใช้น้ำที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนอย่างยั่งยืน
เกษตรก้าวไกลLIVE-บรรยาการการประชุมปัจฉิมนิเทศ https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1647897846303795

อ่างเก็บน้ำขนาด 14.70 ล้าน ลบ.ม. แหล่งน้ำต้นทุนแห่งใหม่ของแม่อาย
นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการออกแบบเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 63 เมตร ยาว 388 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 14.70 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 1,171.59 ล้านบาท และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี หลังได้รับอนุมัติงบประมาณ
เมื่อแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์กว่า 15,431 ไร่ มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และปศุสัตว์ตลอดปี พร้อมช่วยชะลอน้ำหลากและลดความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาย

กรมชลฯ ยืนยันเดินหน้าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน
นายปรัชญา กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2560 กรมชลประทานจึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง พร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำมาตรการป้องกัน เยียวยา และติดตามผลกระทบอย่างเป็นระบบ
“ทุกข้อกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน สิ่งแวดล้อม หรือผลกระทบต่าง ๆ ได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบด้าน และผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ตามกฎหมาย” นายปรัชญา กล่าว
ขั้นตอนต่อไป กรมชลประทานจะเสนอรายงาน EIA เข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการต่อไป

บทเรียนจากอดีต…เมื่อ “น้ำไม่พอ” จนเกิดความขัดแย้ง
นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวนากับชาวสวนในช่วงฤดูแล้ง จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนมาตั้งแต่ต้น โดยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหลายครั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจโครงการและร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม
เกษตรก้าวไกลLIVE-นายสมศักดิ์ เขื่อนแก้ว เลขานุการกลุ่มบริหารจัดการน้ำชลประทานฝายแม่สาว https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/980009531699710

เสียงจากคนในพื้นที่ : “เราไม่อยากกลับไปทะเลาะกันเรื่องน้ำอีก”
นายสมศักดิ์ เขื่อนแก้ว เลขานุการกลุ่มบริหารจัดการน้ำชลประทานฝายแม่สาว กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้เคยประสบภัยแล้งรุนแรง จนเกษตรกรต้องแย่งน้ำกันใช้ และเมื่อถึงฤดูฝนก็เกิดน้ำหลาก เพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ
“ชาวบ้านดีใจมากที่จะได้มีอ่างเก็บน้ำ เพราะจะมีน้ำใช้ตลอดปี ทั้งยังช่วยลดความขัดแย้ง ส่งเสริมอาชีพ การประมง และการท่องเที่ยวของชุมชน”
พร้อมฝากให้กรมชลประทานสื่อสารความคืบหน้าโครงการกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทั่วถึง


ผู้ใหญ่บ้านย้ำ อ่างเก็บน้ำคือความหวังของชุมชน
นายพรมนัส แก้วสาลวิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตำบลแม่สาว กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเกิดความขัดแย้งเรื่องการใช้น้ำระหว่างชาวนาและชาวสวน ก่อนจะมีการผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาว
“เมื่อโครงการแล้วเสร็จ อยากให้มีการตั้งกลุ่มบริหารจัดการน้ำร่วมกัน จัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรม ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน”

ผู้ได้รับผลกระทบยอมเสียสละ แต่ขอความเป็นธรรม
แม้หลายฝ่ายเห็นด้วยกับโครงการ แต่ก็มีประชาชนบางส่วนต้องสละที่ดินทำกิน
นางสมร ประเสริฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงการ เพราะเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ขอให้ภาครัฐกำหนดค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม เพื่อให้สามารถเริ่มต้นอาชีพใหม่ได้

ด้าน นายอนันต์ ตรัยธนู เกษตรกรสวนส้ม กล่าวว่า การสูญเสียพื้นที่ทำกินย่อมกระทบต่อรายได้ของครอบครัว แต่ก็เข้าใจว่าหากโครงการสำเร็จ จะช่วยแก้ปัญหาน้ำให้คนส่วนใหญ่ของชุมชนได้ในระยะยาว พร้อมฝากให้หน่วยงานรัฐดูแลทั้งเรื่องค่าชดเชยและมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการอย่างรอบคอบ

บทสรุป
อ่างเก็บน้ำแม่สาวจึงไม่ใช่เพียงโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำ แต่เป็น “บทเรียนจากความขัดแย้ง” ที่กำลังเปลี่ยนเป็น “ความหวังของชุมชน” หากทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้า ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และกลุ่มผู้ใช้น้ำ ก็จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดความขัดแย้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวแม่อายได้อย่างยั่งยืน







































