ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

ข้อมูลโดย : ธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการผู้จัดการ หจก.ชัยพฤกษ์ อโกรเทค จำกัด จ.จันทบุรี ผู้มีประสบการณ์ดูแลสวนทุเรียนในภาคตะวันออกมากกว่า 20 ปี

อัปเดตล่าสุด : 09/2569

แนะนำการปรับสภาพแวดล้อมในสวนเพื่อกระตุ้นการออกดอกของทุเรียน การกักโศกอย่างมืออาชีพ และการเปิดตาดอกทุเรียน

ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

หลังจากที่ชาวสวนได้ดูแลต้นทุเรียนมาตลอดหลายเดือน บำรุงสะสมอาหารอย่างเหมาะสมแล้ว สำหรับสวนที่ไม่ได้ทำสารทุเรียนเพื่อเร่งการออกดอก เมื่อต้นทุเรียนมีความสมบูรณ์และเจออากาศที่เอื้ออำนวย ก็พร้อมที่จะออกดอกเองตามธรรมชาติในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป แต่สำหรับสวนทุเรียนที่ทำสารนอกฤดู ต้นทุเรียนมักจะพร้อมออกดอกได้ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ฝนเริ่มน้อยลง ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับชาวสวนเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเราสามารถกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนได้ดีและเร็วขึ้น ผลผลิตในช่วงเก็บเกี่ยวก็จะออกสู่ตลาดได้ทันท่วงทีและได้ราคาที่ดีกว่า

ชัยพฤกษ์ อโกรเทค ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านปุ๋ยยาทุเรียน การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนในจันทบุรีและภาคตะวันออก เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงมาแนะนำวิธีการเตรียมสภาพแวดล้อมในสวนให้เหมาะสมเพื่อช่วยกระตุ้นการออกดอกทุเรียน ทั้งเทคนิคการกักโศก การจัดการธาตุอาหาร และการเปิดตาดอก เพื่อให้ต้นทุเรียนมีความพร้อมที่จะออกดอกได้ดี ดอกดก และสมบูรณ์มากขึ้น

สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมในสวน สำคัญต่อการออกดอกของทุเรียนอย่างไร?

การที่ต้นทุเรียนจะออกดอกได้นั้น มีปัจจัยหลายอย่างมาประกอบกัน สิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญนั่นคือ สภาพอากาศ สภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนจะต้องมีความแห้ง และมีอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเล็กน้อยทั้งกลางวันและกลางคืน โดยช่วงกลางวันต้องมีแสงแดดดีหรือแดดออกตลอดทั้งวัน ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ (Relative Humidity; RH) ไม่สูงต่อเนื่อง และมีแรงดันระเหยน้ำหรือความสามารถในการดึงน้ำของอากาศ (Vapor Pressure Deficit; VPD) ที่เหมาะสม จึงจะถือว่าสภาพอากาศเอื้อต่อการออกดอก

ทั้งนี้ไม่ควรใช้ค่าอุณหภูมิหรือความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ (Relative Humidity; RH) ค่าใดค่าหนึ่งเป็นเกณฑ์ตายตัว แต่ควรพิจารณาร่วมกับความชื้นของดิน ความพร้อมของต้นทุเรียน และระยะฝนทิ้งช่วงที่เหมาะสมด้วย สำหรับสวนทุเรียนที่ทำสาร จะต้องมีระยะฝนทิ้งช่วง (dry spell) อย่างน้อย 5-10 วันขึ้นไป ส่วนสวนทุเรียนที่ไม่ได้ทำสารอาจจะมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่า เช่น ประมาณ 10-15 วันขึ้นไป

นอกจากสภาพอากาศจะกระตุ้นให้ต้นทุเรียนออกดอกได้แล้ว เรายังสามารถสร้างสภาพแวดล้อมในสวน เพื่อช่วยกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนได้ ด้วยการกวาดโคนต้นทุเรียน หรือการตัดวัชพืชบริเวณใต้ทรง

พุ่มทุเรียนให้โล่งโปร่ง เพื่อไม่ให้มีเศษใบไม้หรือวัชพืชมาบดบังแสงแดด ผิวดินใต้ต้นทุเรียนจะได้รับแสงและลมมากขึ้น อากาศถ่ายเทได้ดี เกิดการระเหยของน้ำจากหน้าดินได้เร็วและไม่มีความชื้นสะสมที่ผิวดิน เมื่อชาวสวนหยุดการให้น้ำในช่วงกักโศก รากทุเรียนจะแห้งเร็วและสม่ำเสมอ ต้นทุเรียนจึงได้รับสัญญาณความเครียดจากการขาดน้ำ (water stress) ได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดการกระตุ้นการออกดอกได้เร็วยิ่งขึ้น

ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

ลักษณะของต้นทุเรียนที่พร้อมสำหรับกระตุ้นการออกดอก

เมื่อชาวสวนบำรุงต้นทุเรียน ทำสารทุเรียนอย่างเหมาะสม และให้ปุ๋ยสะสมอาหารจนเพียงพอแล้ว วิธีการดูว่าต้นทุเรียนพร้อมที่จะกระตุ้นการออกดอกหรือไม่ สังเกตได้ดังนี้

ใบ : ใบชุดสุดท้ายจะต้องแก่เต็มที่ สีเขียวเข้ม ผิวใบค่อนข้างหนาและแข็งเป็นมัน ก้านใบแข็ง ไม่มีใบอ่อนชุดใหม่ ที่สำคัญคือยอดทุเรียนควรหยุดการเจริญทางใบแล้วระยะหนึ่ง

ปลายยอด : ตายอดต้องสงบ ไม่บวม ไม่เห็นอาการยอดกำลัง “ขยับ” หรือยอด “ตั้ง” หากปลายยอดยังมีการเจริญเติบโต (vegetative) ที่สูง ยังไม่ถือว่าพร้อมสำหรับกระตุ้นการออกดอกเต็มที่

กิ่ง : กิ่งของต้นทุเรียนที่เหมาะกับการออกดอก ควรแก่สมบูรณ์ เปลือกแข็ง สีของกิ่งเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนไปเป็นสีน้ำตาลหรือสีเขียวคล้ำ ไม่มีการยืดตัวของกิ่งใหม่ เพราะทุเรียนจะออกดอกตามกิ่งแก่และลำต้น (cauliflory) เป็นหลัก

ลำต้นและกิ่งใหญ่ : เนื้อเยื่อของลำต้นสมบูรณ์ ไม่มีโรคบริเวณเปลือกหรือมีแผลที่รุนแรง และเมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วงที่เหมาะสม จะเริ่มเห็นตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณตาตามกิ่งแก่ นี่เป็นสัญญาณที่ดี เหมาะแก่การกระตุ้นการออกดอก

โดยรวมแล้ว ต้นทุเรียนที่พร้อมจะกระตุ้นการออกดอกได้ ต้นจะต้องไม่โทรม รากและใบได้รับการฟื้นฟู

มาอย่างดี มีพื้นที่ของใบมากพอสำหรับสร้างคาร์โบไฮเดรต และต้องไม่ได้รับธาตุอาหารไนโตรเจน (N) มากเกินไป เมื่อสภาพอากาศเป็นใจเหมาะสม ก็สามารถกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนได้ ซึ่งวิธีหลักๆ ที่ใช้ในการกระตุ้นการออกดอกก็คือ “การกักโศก” ให้กับต้นทุเรียนนั่นเอง

การกักโศกคืออะไร? ช่วยกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนได้อย่างไร?

การกักโศก คือ การกระตุ้นให้ต้นทุเรียนได้รับความเครียดจากการขาดน้ำ (water stress) ทำให้ต้นทุเรียนปรับฮอร์โมนภายในต้นและกระตุ้นให้เกิดการสร้างตุ่มตาดอกแทน

หลักการกักโศกคือ “อดและอัด” โดยจะงดให้น้ำต้นทุเรียนในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้หน้าดินแห้ง เมื่อเห็นว่าเริ่มมีตุ่มตาลักษณะขาวใสใต้ท้องกิ่ง จึงเริ่มให้น้ำเพื่อส่งเสริมการพัฒนาของตาดอก ปริมาณน้ำควรพิจารณาจากขนาดทรงพุ่ม ชนิดของดิน ความชื้นในดิน อัตราการจ่ายน้ำของระบบ รวมถึงสภาพอากาศในวันนั้น หากอากาศเย็น มีลมแรง ควรจะให้น้ำมาก หากอากาศร้อน ความชื้นสูง ควรจะให้น้ำน้อย แต่ก็ไม่ควรให้น้อยจนเกินไป เพราะดอกจะออกมาช้า และไม่ควรให้น้ำมากเกินไป เพราะตุ่มตาดอกจะเปลี่ยนไปเป็นแขนงได้

หลังจากอดน้ำและอัดน้ำครั้งแรกแล้ว เราจะงดให้น้ำอีกครั้ง โดยที่ระยะเวลาสั้นกว่าการงดน้ำรอบแรก เช่น อาจจะประมาณ 3 วัน แล้วกลับมาให้น้ำในปริมาณที่ใกล้เคียงกับการให้น้ำครั้งแรก เพื่อให้ดอกออกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นหมั่นคอยสังเกตลักษณะของ “ตุ่มตาดอกใต้ท้องกิ่ง” ในแต่ละวัน ว่ามีการพัฒนาเจริญเติบโตไปเป็นดอกมากน้อยแค่ไหน ถ้าออกมาเป็นดอกแล้ว จึงให้น้ำกับต้นทุเรียนตามปกติ

หัวใจสำคัญในการกักโศกของต้นทุเรียน คือ ต้องไม่กักโศกจนทำให้ต้น “โทรม” แต่เป็นการสร้างภาวะเครียดจากการขาดน้ำ (water stress) ในระดับที่พอเหมาะ เพราะหลังจากต้นทุเรียนมีใบแก่สมบูรณ์และสะสมอาหารพร้อมแล้ว เมื่อความชื้นของดินลดลงจากการกักโศก การดูดน้ำและธาตุอาหารโดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน (N) ก็จะลดลงด้วย การยืดตัวของยอดและการสร้างใบชุดใหม่จึงถูกกดไว้ ทำให้ไม่เกิดการสร้างใบต่อ ในขณะที่ สัญญาณทางสรีรวิทยาที่สัมพันธ์กับภาวะแห้ง เช่น กรดแอบไซซิก (Abscisic Acid) และความสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ เปลี่ยนไป ทำให้ต้นทุเรียนมีสภาพเอื้อต่อการออกดอกมากขึ้น

ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

ควรกักโศกทุเรียนกี่วันจึงจะเหมาะสม?

การกักโศกเพื่อกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนไม่มีจำนวนวันที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ ความสมบูรณ์ของต้น การสะสมอาหาร และการทำสารทุเรียน ถึงแม้ว่าโดยทั่วไป การทิ้งช่วงแล้งต่อเนื่องราว 10–15 วัน จะเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับทุเรียน แต่หากลักษณะของดินในสวนที่ใช้ปลูกต่างกัน อย่างดินทรายกับดินเหนียว ก็ทำให้ระยะเวลาในการกักโศกแตกต่างกันด้วย

นอกจากนี้ค่าแรงดันระเหยน้ำหรือความสามารถในการดึงน้ำของอากาศ (Vapor Pressure Deficit; VPD) ในแต่ละวันที่ไม่เท่ากันก็ส่งผลต่อระยะเวลาในการกักโศกด้วย หากวันไหนที่ค่า VPD สูง เช่น VPD 2 kPa ความสามารถในการดึงน้ำของอากาศก็จะสูง ต้นทุเรียนจะคายน้ำมาก ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย แต่ถ้าวันไหนที่ค่า VPD ต่ำ เช่น VPD 0.7 kPa ความสามารถในการดึงน้ำของอากาศจะต่ำ ต้นทุเรียนคายน้ำน้อย จึงอาจไม่เกิดความเครียด ดังนั้นจะเห็นว่าต่อให้ “งดน้ำ 10 วันเท่ากัน” แต่หากค่า VPD ของแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ต้นทุเรียนก็ได้รับความเครียดไม่เท่ากัน ส่งผลให้การออกดอกของแต่ละพื้นที่ต่างกัน

การกักโศกทุเรียนที่ดี จึงควรดูจากสภาพต้น ความชื้นดิน และอากาศเป็นหลัก มากกว่านับจำนวนวันเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ถ้าต้นทุเรียนสะสมอาหารมาอย่างเหมาะสม การกักโศกอย่างน้อย 1-2 รอบ ก็เพียงพอที่จะกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนได้ แต่หากกักโศกครบ 2 รอบแล้ว ยังไม่เห็นตุ่มตาดอก อาจเป็นเพราะสภาพอากาศ ความร้อน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ หรือความเครียดของทุเรียนไม่เหมาะสม ชาวสวนสามารถกักโศกซ้ำได้ แต่ไม่ควรเกิน 2-3 รอบ โดยเน้นดูที่ความสมบูรณ์ของต้นทุเรียนเป็นหลัก

สิ่งสำคัญคือควรสังเกตตุ่มตาดอกที่อยู่ตามกิ่ง โดยให้สัมพันธ์กับการให้น้ำ ถ้าทิ้งช่วงการให้น้ำนานจนสภาพอากาศแห้งเกินไป ต้นทุเรียนเกิดอาการใบตก ใบเหี่ยวมาก ปากใบปิด การสังเคราะห์แสงลดลง และรากฝอยเสียหาย นั่นไม่ใช่การสร้าง “ความเครียดเพื่อส่งสัญญาณ” แต่เป็นการสร้าง “ความเครียดที่ทำร้ายต้น” ซึ่งอาจทำให้การออกดอกช้าหรือออกดอกน้อยลงได้

ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

การจัดการธาตุอาหารและการเปิดตาดอก เพื่อกระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

            ในระยะชักนำการออกดอกของทุเรียนนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน (N) สูงเกินความจำเป็น เพราะอาจส่งเสริมการเจริญเติบโตทางใบได้ โดยควรจัดธาตุอาหารให้สมดุลตามความต้องการของต้น อาจเลือกใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน (N) ต่ำ มีฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปจนสร้างความเสียหายต่อใบหรือสร้างความเครียดให้กับต้นทุเรียน

ทั้งนี้ ยังควรให้ธาตุอาหารรอง เช่น แมกนีเซียม (Mg) และธาตุอาหารเสริมอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น โบรอน (B), สังกะสี (Zn), แมงกานีส (Mn) และเหล็ก (Fe) ตามความต้องการจริงของต้นทุเรียนในระยะนี้ด้วย

นอกจากนี้ หลังจากกักโศกจนต้นทุเรียนเริ่มมีตุ่มตาดอกสีเขียวใสบริเวณใต้ท้องกิ่งแล้ว ชาวสวนสามารถส่งเสริมการพัฒนาของตาดอก หรือที่เรียกกันว่า “เปิดตาดอก” ด้วยการพ่นสารกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulants) เช่น กรดอะมิโน สารสกัดสาหร่ายทะเล หรือฮอร์โมนไซโตไคนิน (Cytokinin) ที่บริเวณกลุ่มตาดอกใต้ท้องกิ่งได้

ฮอร์โมนไซโตไคนิน (Cytokinin) มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์และการพัฒนาของตาดอก จึงมีการนำมาใช้ในทางปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของตาดอกที่ผ่านการชักนำการออกดอกด้วยการกักโศก มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระยะพัฒนาของตา ความพร้อมของต้น ความเข้มข้น และสภาพแวดล้อม และไม่ควรถือว่าไซโตไคนิน (Cytokinin) สามารถทดแทนปัจจัยที่ใช้ในการชักนำการออกดอกได้

ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

หมายเหตุ : การใช้ปุ๋ยทางดิน ทางใบ ธาตุอาหารรอง/เสริม และสารกระตุ้นทางชีวภาพ ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม กระตุ้นการออกดอกของทุเรียนได้ดีขึ้น

            แม้ว่าการกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนจะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สภาพอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และระยะการทิ้งช่วงของฝน แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ชาวสวนสามารถควบคุมได้ เช่น ความพร้อมของต้นทุเรียน การปรับสภาพแวดล้อมภายในสวนให้เอื้อต่อการออกดอก ด้วยการกวาดโคนต้นทุเรียนให้โล่งและการกักโศก เพื่อสร้างภาวะแล้งให้ต้นทุเรียนรับสัญญาณความเครียดจากการงดน้ำ รวมถึงการพ่นเปิดตาดอกด้วยฮอร์โมนไซโตไคนิน ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ หากชาวสวนทุเรียนมีความเข้าใจ สังเกต และลองนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ต้นทุเรียนในสวนออกดอกได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ไขความลับ! ปรับสภาพแวดล้อมในสวน กระตุ้นการออกดอกของทุเรียน

สรุปคำแนะนำจาก ชัยพฤกษ์ อโกรเทค

  • สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการกระตุ้นการออกดอกจะต้องมีความแห้ง อุณหภูมิต่ำลงเล็กน้อยทั้งกลางวันและกลางคืน ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำต่อเนื่อง มีแดดดีตลอดวัน สำหรับสวนที่ทำสาร ควรมีระยะฝนทิ้งช่วงหรือการงดน้ำอย่างน้อย 5–10 ส่วนสวนที่ไม่ทำสาร 10–15 วัน
  • ควรกวาดโคนต้นหรือตัดวัชพืชให้โล่งโปร่ง เพื่อให้ผิวดินได้รับแสงแดด ถ่ายเทอากาศได้ดี และระเหยน้ำได้เร็ว จะช่วยให้รากได้รับภาวะเครียดจากการขาดน้ำชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ต้นทุเรียนที่พร้อมกระตุ้นการออกดอกควรมีใบชุดสุดท้ายแก่เต็มที่ เขียวเข้ม หนาแข็งเป็นมัน ก้านใบแข็ง ไม่มีใบอ่อนชุดใหม่เดิน และยอดหยุดเจริญเติบโตแล้ว ตายอดสงบ ไม่บวมหรือตั้ง กิ่งแก่สมบูรณ์ เปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล/เขียวคล้ำ ลำต้นไม่มีแผลหรือโรค และเริ่มเห็นตุ่มนูนเล็กๆ ตามกิ่งแก่ช่วงฝนทิ้งช่วง ต้นไม่โทรม
  • “การกักโศก” คือ หัวใจสำคัญของการออกดอก เป็นการงดให้น้ำทุเรียนเพื่อให้เกิดภาวะเครียดจากการขาดน้ำ หยุดการเจริญเติบโตทางใบและเปลี่ยนไปสร้างตาดอกแทน โดยทั่วไปกักโศกประมาณ 2 รอบ (ไม่เกิน 15 วัน)
  • หลักการกักโศก คือ งดน้ำระยะเวลาหนึ่งให้ต้นทุเรียนเครียด → เมื่อเห็นตุ่มตา เริ่มให้น้ำ → งดน้ำอีกครั้งในระยะเวลาที่สั้นกว่าครั้งแรก → ให้น้ำตามปกติเมื่อตุ่มตาใต้ท้องกิ่งเริ่มพัฒนาเป็นดอก
  • ไม่ควรกักโศกนานเกินไปจนใบเหี่ยวรุนแรง ปากใบปิด หรือรากฝอยเสียหาย ควรพิจารณาจากสภาพต้น ความชื้นดิน และสภาพอากาศ หรือค่า VPD ร่วมด้วย
  • หากเริ่มเห็นตุ่มตาดอกชัดเจน สามารถใช้สารกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulants) เช่น กรดอะมิโน สารสกัดสาหร่ายทะเล และฮอร์โมนไซโตไคนิน (Cytokinin) พ่นใต้ท้องกิ่งเพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาของตาดอก
  • ใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน (N) ต่ำ ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) สัดส่วนเหมาะสม และงดปุ๋ยคอก พร้อมเสริมธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม

FAQ: คำถามที่เกษตรกรทุเรียนมักค้นหา

1. สภาพอากาศแบบไหนที่จะทำให้ต้นทุเรียนสามารถออกดอกได้?

สภาพอากาศต้องแห้ง อุณหภูมิต่ำเล็กน้อยทั้งกลางวันและกลางคืน ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำต่อเนื่อง มีแดดตลอดวัน มีระยะฝนทิ้งช่วง/งดน้ำอย่างน้อย 5–15 วัน

2. ระยะฝนทิ้งช่วงที่เหมาะสมในการกระตุ้นการออกดอกของทุเรียนสำหรับสวนที่ทำสารและไม่ได้ทำสารต่างกันอย่างไร?

สวนทุเรียนที่ทำสารต้องการระยะฝนทิ้งช่วงหรือการงดให้น้ำอย่างน้อย 5–10 วันขึ้นไป ส่วนสวนทุเรียนที่ไม่ได้ทำสารจะใช้ระยะเวลานานกว่าอยู่ที่ประมาณ 10–15 วันขึ้นไป

3. วิธีการสังเกตว่าต้นทุเรียนพร้อมสำหรับกระตุ้นการออกดอกแล้ว ต้องสังเกตอะไรบ้าง?

ใบชุดสุดท้ายของทุเรียนแก่เต็มที่ เขียวเข้ม หนาแข็งเป็นมัน ก้านใบแข็ง ไม่มีใบอ่อนชุดใหม่เดิน และยอดหยุด

เจริญเติบโตแล้ว ตายอดสงบ ไม่บวมหรือตั้ง กิ่งแก่สมบูรณ์เปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล/เขียวคล้ำ เนื้อเยื่อสมบูรณ์ ไม่มีแผลหรือโรค และเริ่มสังเกตเห็นตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณตาตามกิ่งแก่ช่วงฝนทิ้งช่วง

4. การกวาดโคนต้นทุเรียนให้โล่ง การตัดหญ้าในโคน ช่วยกระตุ้นให้ทุเรียนออกดอกได้จริงไหม?

ช่วยได้จริง เพราะการกวดโคนทุเรียนหรือการตัดหญ้าใต้พุ่มทุเรียน ทำให้ผิวดินใต้ต้นทุเรียนได้รับแสงแดดและ

ลมมากขึ้น อากาศถ่ายเทได้ดี เกิดการระเหยน้ำจากหน้าดินได้เร็วขึ้น รากทุเรียนจะเข้าสู่สภาวะแห้งได้เร็วและสม่ำเสมอ ต้นทุเรียนจึงได้รับ ภาวะเครียดจากการขาดน้ำ (water stress) อย่างชัดเจน ทำให้กระตุ้นการออกดอกได้เร็วยิ่งขึ้น

5. การกักโศกคืออะไร? ช่วยกระตุ้นให้ต้นทุเรียนออกดอกได้อย่างไร?

การกักโศก คือ การงดการให้น้ำแก่ต้นทุเรียนทำให้หน้าดินแห้ง เพื่อให้ต้นทุเรียนได้รับภาวะเครียดจากการขาดน้ำ (water stress) ในระยะเวลาหนึ่งส่งผลให้ทุเรียนหยุดการเจริญเติบโตทางใบและไปกระตุ้นให้สร้างตาดอกแทน

6. ถ้าทำกักโศกแล้วทุเรียนยังไม่ออกดอก สามารถกักโศกซ้ำอีกรอบได้หรือไม่?

สามารถทำได้ แต่ไม่ควรทำการกักโศกเกิน 2-3 รอบ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์โดยรวมของต้นทุเรียนด้วย  

7. การกักโศกนานเกินไปจนต้นเหี่ยวรุนแรงจะส่งผลเสียอย่างไรต่อต้นทุเรียน?

ทำให้ต้นทุเรียนเกิดความเครียดสะสมมากเกินไป อาจทำให้การออกดอกของทุเรียนช้าลงหรือได้ดอกทุเรียนในปริมาณที่น้อยลงได้

8. ในช่วงกระตุ้นการออกดอกของทุเรียน ควรให้ปุ๋ยกับต้นทุเรียนอย่างไรได้บ้าง?

ใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน (N) ต่ำ ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ในสัดส่วนที่เหมาะสม แต่ไม่ควรเข้มข้นสูงเกินไป พร้อมเสริมธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริมตามความเหมาะสม

9. ฮอร์โมน “ไซโตไคนิน” มีบทบาทอย่างไรในการกระตุ้นการออกดอกและควรใช้ในช่วงเวลาใด?

เป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์และการพัฒนาของตาดอก จึงใช้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของตาดอกที่ผ่านการชักนำการออกดอกด้วยการกักโศก และทุเรียนเริ่มมีตุ่มตาดอกแล้ว

10. ฮอร์โมน “ไซโตไคนิน” สามารถใช้ทดแทนการกักโศกต้นทุเรียนได้หรือไม่

ไม่สามารถใช้ทดแทนการกักโศกได้ เพราะ ไซโตไคนิน เป็นเพียงตัวช่วยส่งเสริมการพัฒนาของตาดอกเท่านั้น

เมื่อนึกถึงปุ๋ยยา การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนด้วยประสบการณ์จริง ชัยพฤกษ์ อโกรเทค คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนทุเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรทุเรียนในภาคตะวันออก

ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: ชัยพฤกษ์ อโกรเทค

TikTok: @chaiyapreukagro

Line: @cyp-agro

นึกถึงปุ๋ยยา นึกถึงเครือชัยพฤกษ์ โดย ชัยพฤกษ์ อโกรเทค (ขลุง)

เรียบเรียงโดย : สิริริญา ถนอมวัฒน์ ทีมชัยพฤกษ์ อโกรเทค อ.ขลุง จันทบุรี

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated