กรมชลประทานเดินหน้าสำรวจและออกแบบอาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อยและบ้านบานชื่น จ.สุโขทัย มุ่งเพิ่มเครื่องมือบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยม ทั้งฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง สอดรับแผนพัฒนาประตูระบายน้ำ 4 แห่งใน จ.แพร่และสุโขทัย
เกษตรก้าวไกลLIVE- บรรยากาศการประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1855273302499078

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศงานจ้างสำรวจออกแบบโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย และอาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น โดยมีนายพิเชษฐ์ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน พร้อมผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วม
เกษตรก้าวไกลLIVE-สัมภาษณ์นายพิเชษฐ์ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/2197606761101162

นายพิเชษฐ์ เปิดแผนพัฒนา 4 ประตูระบายน้ำ วางระบบบริหารน้ำแบบขั้นบันได
นายพิเชษฐ์ รัตนปราสาทกุล เปิดเผยว่า แม่น้ำยมประสบปัญหาปริมาณน้ำแตกต่างกันอย่างมากระหว่างฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยฤดูน้ำหลากมีน้ำจำนวนมากและอาจเอ่อล้นตลิ่งสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม ขณะที่ฤดูแล้งมีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

กรมชลประทานจึงมีนโยบายพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วง ๆ แบบขั้นบันได เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตลอดลำน้ำ โดยแผนการพัฒนาประตูระบายน้ำในแม่น้ำยมมีทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่
- ประตูระบายน้ำพระธาตุแหลมลี่ หรืออาคารบังคับน้ำบ้านวังน้ำเย็น อำเภอลอง จังหวัดแพร่
- ประตูระบายน้ำหน้าด่านวังขอนแดง หรืออาคารบังคับน้ำบ้านหาดอ้อน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
- ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น หรืออาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
- ประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว หรืออาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

กรมชลประทานได้ศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประตูระบายน้ำทั้ง 4 แห่งในปี 2563 ก่อนดำเนินการสำรวจและออกแบบโครงการ 2 แห่งในจังหวัดสุโขทัย โดยเริ่มงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 และกำหนดสิ้นสุดงานวันที่ 23 ตุลาคม 2569
เกษตรก้าวไกลLIVE-สัมภาษณ์นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1099190872850926

ผู้ว่าฯ สุโขทัยชี้ ต้องเพิ่มเครื่องมือกักเก็บและหน่วงน้ำ แก้ปัญหาซ้ำซาก
นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัยเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในฤดูน้ำหลาก และขาดแคลนน้ำอย่างหนักในฤดูแล้ง เนื่องจากแม่น้ำยมยังขาดเครื่องมือบริหารจัดการน้ำที่เพียงพอ เมื่อมีอาคารบังคับน้ำเพิ่มขึ้น จะช่วยให้สามารถชะลอหรือหน่วงน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้งได้มากขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนและมีโอกาสเสนอความคิดเห็น รวมถึงเตรียมการบริหารจัดการน้ำร่วมกันเมื่อโครงการแล้วเสร็จ

นายวัชรดุล เผยขั้นตอนต่อไปเร่งสำรวจออกแบบ เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายวัชรดุลย์ ธนามี ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 4 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กล่าวว่า การพิจารณาความเหมาะสมของโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่
หลังจากการประชุมปัจฉิมนิเทศ จะดำเนินการสำรวจและออกแบบให้แล้วเสร็จตามแผน ก่อนเสนอผ่านคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำหลัก รวมถึงคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินการก่อสร้างต่อไป
สำหรับกรอบเวลาที่ระบุในข่าวต้นฉบับ คาดว่าประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่นจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 และใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ระหว่างปี 2571–2573 ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวเป็นแผนที่คาดการณ์ไว้ ไม่ใช่การยืนยันว่าโครงการได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างแล้ว

นายชวนินทร์ ห่วงสถานการณ์น้ำปี 2570 ย้ำต้องวางแผนทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง
นายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย สำนักงานชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน กล่าวว่า ในปี 2569 ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมค่อนข้างน้อยกว่าปกติ ทำให้ต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกันยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงภัยแล้งในปี 2570 จากปรากฏการณ์เอลนีโญ
หากโครงการทั้ง 2 แห่งดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหน่วงน้ำและบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งนี้ การวางแผนและบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้ง

“นายกจี้” สะท้อนเสียงจากพื้นที่ หวังเกษตรกรมีน้ำใช้และชุมชนเข้มแข็ง
นางรุ่งอรุณ คำโมง นายกเทศมนตรีตำบลหาดเสี้ยว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นายกจี้” กล่าวว่า พื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัยเผชิญทั้งปัญหาน้ำหลาก น้ำกัดเซาะตลิ่ง และการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องการน้ำสำหรับการเพาะปลูก
นายกจี้มองว่า หากมีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำเพิ่มขึ้น จะช่วยให้ประชาชนมีน้ำใช้ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการประมง ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมความมั่นคงของชุมชน และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาประกอบอาชีพในท้องถิ่น
พร้อมฝากให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันและจัดระบบบริหารจัดการน้ำให้ดี เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

กำนันแม่สำฝากเร่งโครงการ หวังลดภัยแล้งที่สะสมมาหลายสิบปี
นายภูวดล หลักฐาน กำนันตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า พื้นที่ตำบลแม่สำประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมาหลายสิบปี ประชาชนขาดแคลนน้ำทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงคาดหวังว่าหากโครงการทั้ง 2 แห่งก่อสร้างสำเร็จ จะช่วยให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอและเพิ่มโอกาสในการผลิตทางการเกษตร
พร้อมฝากกรมชลประทานเร่งดำเนินการโครงการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

เดินหน้าแบบขั้นบันได ต้องบริหารน้ำให้เชื่อมโยงตลอดลำน้ำ
การพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วง ๆ แบบขั้นบันได เป็นแนวทางเพิ่มเครื่องมือให้กรมชลประทานสามารถควบคุมระดับน้ำและบริหารการกักเก็บน้ำในแต่ละช่วงของลำน้ำได้ดีขึ้น โดยมุ่งช่วยหน่วงน้ำในฤดูน้ำหลากและรักษาน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของโครงการจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่ปริมาณน้ำจากต้นน้ำ ความสามารถในการระบาย การประสานงานระหว่างหน่วยงาน ไปจนถึงการมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร ประชาชน และชุมชนริมแม่น้ำยมอย่างยั่งยืน









































