
(หมายเหตุ:เกษตรก้าวไกล/ข้อมูลนี้เรียบเรียงโดย : ธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการผู้จัดการ หจก.ชัยพฤกษ์ อโกรเทค จำกัด จ.จันทบุรี ผู้มีประสบการณ์ดูแลสวนทุเรียนในภาคตะวันออกมากกว่า 20 ปี)
การฟื้นต้นทำใบทุเรียนให้ดีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ ทำอย่างไร? แนะนำการล้างสารต้นทุเรียน การใช้ปุ๋ยและอาหารเสริม ที่ช่วยให้ทุเรียนฟื้นต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต สวนทุเรียนหลายๆ สวนในภาคตะวันออก อย่าง จันทบุรี ระยอง ตราด ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงของการฟื้นต้นทำใบ ช่วงนี้ถือเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญและไม่ควรชะล่าใจ เพราะว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ต้นทุเรียนต้องสูญเสียพลังงาน แป้ง และน้ำตาล เพื่อนำไปใช้ในการออกดอกและเลี้ยงลูกเป็นจำนวนมาก
ชัยพฤกษ์ อโกรเทค ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านปุ๋ยยาทุเรียน การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนในจันทบุรีและภาคตะวันออก จะมาแนะนำวิธีการฟื้นต้นทำใบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ เพราะการฟื้นต้นทำใบให้เร็วและดีที่สุด เป็นหัวใจหลักของการเริ่มต้นที่ดี ทำให้ต้นทุเรียนฟื้นตัวไว สมบูรณ์แข็งแรง มีโอกาสที่จะได้ผลผลิตที่เร็วขึ้นและมีคุณภาพ
“ล้างสาร” ขั้นแรกของการฟื้นต้นทำใบ
แน่นอนว่าสวนทุเรียนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสวนทุเรียนเพื่อการส่งออก ชาวสวนมักจะ “ทำสาร” กระตุ้นให้ทุเรียนออกดอกนอกฤดู ด้วยการพ่นสารแพคโคลบิวทราโซลเข้าไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน เพื่อให้ทุเรียนชะลอการแตกใบอ่อนและสะสมอาหารไว้เพื่อออกดอกแทน
ข้อดีคือ ทุเรียนออกดอกไว ให้ผลผลิตเร็ว ขายได้ราคาสูง แต่ข้อเสียคือ ต้นทุเรียนจะอ่อนแอลง โทรมง่าย และเสี่ยงต่อการเป็นโรค เพราะระหว่างที่ทำสารนั้น ต้นทุเรียนหยุดการเจริญเติบโต ทำให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรง

การ “ล้างสาร” จึงถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญของการฟื้นต้นทำใบ หลักการคือ หนามยอกเอาหนามบ่ง ด้วยการพ่นฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน กระตุ้นให้ทุเรียนเจริญเติบโต แตกยอดและรากใหม่อีกครั้ง อัตราส่วนที่ใช้จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน โดยสามารถฉีดพ่นร่วมกับกลุ่มอาหารเสริมและสารบำรุง เช่น กรดอะมิโน น้ำตาลทางด่วน หรือสาหร่าย เพื่อช่วยเร่งให้ทุเรียนแตกใบอ่อนเร็วขึ้นได้
หมายเหตุ: อัตราการใช้ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินและกลุ่มอาหารเสริมพืช ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน
เตรียมดินให้พร้อม รากเดินดี ต้นทุเรียนฟื้นตัวไว
หลังจากล้างสารแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมดินให้พร้อมสำหรับการใส่ปุ๋ยบำรุง เนื่องจากหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ดินมักแน่นทึบจากการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเวลานาน ไม่สามารถระบายน้ำและอากาศได้ ทำให้รากเก่าหาอาหารลำบาก รากใหม่ไม่เดิน อีกทั้งยังอาจเป็นปมจากการทำสารทุเรียน
การปรับปรุงดินจึงเป็นอีกขั้นตอนของการฟื้นต้นทำใบที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะช่วยเปิดทางให้รากทุเรียนดูดซึมธาตุอาหารได้ดีอีกครั้ง ทำได้โดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ อย่างปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก 3-5 กก. ต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่ม เพื่อช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีและทำให้ดินร่วนซุยขึ้น
จากนั้น ฟื้นฟูระบบรากให้แข็งแรงด้วยกรดฮิวมิคและกรดฟูลวิค อัตราส่วน 1 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นหรือราดให้รอบทรงพุ่มประมาณ 20 ลิตรต่อต้น โดยสามารถใช้ร่วมกับยากำจัดเชื้อราทางดิน เช่น เมทาแลกซิล ฟอสโฟนิกแอซิด ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม เพื่อช่วยควบคุมและกำจัดเชื้อราได้

หมายเหตุ : การใช้กรดฮิวมิค ฟูลวิค และยากำจัดเชื้อราทางดิน ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน
ตรวจเช็กสภาพต้นทุเรียนก่อนใส่ปุ๋ย ช่วยฟื้นต้นได้ตรงจุด
เมื่อดินพร้อม รากพร้อม การใส่ปุ๋ยจึงมีประสิทธิภาพ แต่ก่อนที่จะใส่ปุ๋ยฟื้นต้นทำใบนั้น อย่าลืมประเมินสภาพของต้นทุเรียน เพื่อที่จะได้บำรุงได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยอาจแบ่งการเช็กสภาพต้นทุเรียนได้เป็น 2 ส่วน
- เช็กสภาพใบ
- ใบยังแน่นเต็มต้น หรือ เหลือน้อย
- ใบมีสีเขียวเข้ม หรือ เหลืองซีด ขอบใบไหม้
- ใบถูกแมลงทำลายมากน้อยแค่ไหน
2. เช็กสภาพต้น
- โคนต้นมีร่องรอยของแผล มีคราบน้ำ มีน้ำไหลซึมออกมาหรือไม่
- ต้นมีกิ่งแห้งตายมากน้อยแค่ไหน
หากเช็กแล้วพบว่า ใบทุเรียนยังแน่น สีเขียวเข้ม ไม่มีแมลงมากัดกิน หรืออาจจะมีบ้างแต่น้อย โคนต้นโดยรวมไม่มีแผล แสดงว่าต้นยังสมบูรณ์ดี
แต่ถ้าต้นทุเรียนมีใบเหลือน้อย เหลืองซีด ขอบใบไหม้ โดนแมลงทำลายค่อนข้างมาก มีกิ่งแห้งตายเยอะ โคนต้นมีแผลน้ำซึม แสดงว่าต้นโทรม ต้องบำรุงดูแลฟื้นต้นทำใบมากเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ต้นทุเรียนที่ติดลูกดกมากเกินไป ก็มีโอกาสที่จะโทรมมากเช่นกัน เพราะต้องสูญเสียธาตุอาหารและพลังงานจำนวนมากเพื่อเลี้ยงลูก
แล้วปุ๋ยสูตรไหน เหมาะกับสภาพต้นทุเรียนแบบใด
หากต้นทุเรียนมีสภาพสมบูรณ์ แนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ หรือ 16-16-16 ในการฟื้นต้นทำใบ เพราะปุ๋ยสูตรนี้มีสัดส่วนของไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ในปริมาณที่เท่ากัน จึงสามารถบำรุงทุกๆ ส่วนของต้นทุเรียน ไม่ว่าจะเป็นใบ กิ่งก้าน ลำต้น และระบบรากไปพร้อมๆ กันได้ ทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อน ใบเขียวสวย กิ่งก้านและลำต้นแข็งแรง ระบบรากฝอยเจริญเติบโตได้ดี มีความพร้อมสำหรับการสะสมอาหารในระยะถัดไป (อัตราการใช้ 200 กรัมต่อชายทรงพุ่ม 1 เมตร)
แต่ถ้าหากต้นทุเรียนค่อนข้างโทรม มีใบน้อย ควรเลือกใช้ปุ๋ยที่มี “ตัวหน้า (N) สูง” เพื่อช่วย “ดึงใบ” ออกมาก่อน เพราะไนโตรเจน (N) จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของใบ กระตุ้นให้ทุเรียนแตกใบอ่อนได้มากขึ้น
สำหรับปุ๋ยสูตรดึงใบที่จะแนะนำนั้น มีทั้งหมด 2 สูตร โดยชาวสวนสามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวกและความเหมาะสม ดังนี้
สูตรที่ 1. 25-7-7 ปุ๋ยสูตรนี้ ดึงใบอ่อนได้เร็วและจำนวนมาก เพราะมีเปอร์เซ็นต์ของไนโตรเจน (N) ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ในปริมาณที่เพียงพอต่อการกระตุ้นการทำงานของระบบรากให้ขยายตัวได้ดี ทำให้รากหาอาหารเก่งขึ้น (อัตราการใช้ 200 กรัมต่อชายทรงพุ่ม 1 เมตร)
สูตรที่ 2. 15-0-0 (แคลเซียมไนเตรต) ปุ๋ยสูตรนี้ ละลายน้ำได้ดี ทำให้รากดูดซึมได้ง่ายและรวดเร็ว ทุเรียนสามารถนำไปใช้ได้ทันที รวมถึงมีแคลเซียมที่ช่วยสร้างผนังเซลล์ ทำให้ใบอ่อนที่แตกมาใหม่แข็งแรง และยังช่วยป้องกันอาการใบแก้วหรือใบด่างจากการขาดแคลเซียมด้วย (อัตราการใช้ 200 กรัมต่อชายทรงพุ่ม 1 เมตร)

หลังจากใส่ปุ๋ยเพื่อดึงใบแล้ว เมื่อใบอ่อนเริ่มแตกยอด ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ หรือ 16-16-16 เพื่อช่วยให้ใบคลี่เร็วและขยายขนาดใบให้ใหญ่สมบูรณ์
หมายเหตุ: อัตราการใช้ปุ๋ยในบทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป ก่อนใช้ควรพิจารณาจากอายุของต้น ขนาดทรงพุ่ม ความสมบูรณ์ของต้น และสภาพดิน เพื่อให้การจัดการธาตุอาหารได้เหมาะสมกับสภาพสวนแต่ละแห่ง

นอกจากจะใส่ปุ๋ยฟื้นต้นทำใบทางดินแล้ว เรายังสามารถฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ เช่น สูตร 13-3-13 หรือ สูตร 21-3-3 ร่วมด้วยได้ เพราะจะยิ่งช่วยกระตุ้นให้ทุเรียนแตกใบอ่อนพร้อมกัน อีกทั้งยังควรฉีดพ่นกลุ่มธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม เช่น แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) และสังกะสี (Zn) ด้วย เพราะธาตุอาหารรองและเสริมเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการทำงานของธาตุอาหารหลักอย่าง ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด หากต้นทุเรียนขาดธาตุอาหารรองและเสริม จะทำให้ใบเล็ก หงิกงอ เหลืองซีด ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้
หมายเหตุ : การใช้ปุ๋ยทางใบและธาตุอาหารรอง/เสริม ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน
ฟื้นต้นทำใบ ไม่ใช่แค่ใส่ปุ๋ย แต่คือการฟื้นฟูทั้งระบบ
แท้จริงแล้วการฟื้นต้นทำใบไม่ใช่แค่การใส่ปุ๋ยบำรุงเพียงอย่างเดียว แต่คือการเคลียร์ต้นทุเรียนให้พร้อมสำหรับการบำรุงด้วย เพราะหากเราไม่เตรียมความพร้อมให้ต้นทุเรียน ไม่ล้างสาร ไม่ปรับปรุงคุณภาพดิน แม้ว่าเราจะใส่ปุ๋ยที่ดีที่สุด แพงที่สุด ลงไปมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่ต้นทุเรียนจะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การฟื้นต้นทำใบจึงเป็นการฟื้นฟูทั้งระบบ ตั้งแต่ราก ลำต้น กิ่งก้าน ใบ ไปจนถึงยอด และอาจไม่มีสูตรที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของต้นทุเรียนในปีนั้นๆ ดังนั้นก่อนใส่ปุ๋ยบำรุง อย่าลืม เช็กสภาพของต้นก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูได้ตรงจุด
นอกจากนี้ ยังควรพ่นยาฆ่าเชื้อราเพื่อล้างต้น หมั่นสำรวจโรคอย่างสม่ำเสมอ พ่นยาฆ่าแมลงให้ตรงตามรอบเพื่อป้องกันการระบาด และควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง ให้แสงแดดส่องถึง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคด้วย เพราะเมื่อเราฟื้นต้นทำใบได้สมบูรณ์ครบทั้งระบบ ทุเรียนก็จะให้ผลผลิตที่เร็วขึ้นและมีคุณภาพในอนาคต

สรุปคำแนะนำจากชัยพฤกษ์ อโกรเทค
- ก่อนใส่ปุ๋ยบำรุงควร “ล้างสาร” ทุเรียน ด้วยการพ่นจิบเบอเรลลิน เพื่อกระตุ้นการแตกยอดและการเจริญเติบโตของรากใหม่
- เสริมกรดอะมิโน สาหร่าย หรือน้ำตาลทางด่วน ร่วมกับการล้างสาร จะช่วยให้ต้นทุเรียนฟื้นตัวและแตกใบอ่อนได้เร็วขึ้น
- ควรปรับปรุงสภาพดินด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อให้ดินร่วนซุย
- ใช้กรดฮิวมิกและกรดฟูลวิกช่วยฟื้นฟูระบบราก รากดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น
- ก่อนใส่ปุ๋ย ควรประเมินสภาพต้นและใบ เพื่อเลือกสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพของต้น
- ต้นทุเรียนที่สมบูรณ์ ให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 เพื่อบำรุงทุกๆ ส่วน
- ต้นทุเรียนที่โทรม ควรใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เช่น 25-7-7 หรือ 15-0-0 เพื่อเร่งการแตกใบก่อน จากนั้นค่อยใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16
- ควรพ่นปุ๋ยทางใบและธาตุอาหารรอง/เสริม เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และเหล็ก เพื่อช่วยให้ใบอ่อนแข็งแรงและสังเคราะห์แสงได้เต็มที่
- อย่าลืม พ่นยาป้องกันโรคและแมลง และตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอ
- อัตราการใช้ปุ๋ยควรปรับตามสภาพสวนจริง เช่น สภาพต้นทุเรียน อายุ ความสมบูรณ์ของดิน
- การใช้ฮอร์โมน อาหารรอง อาหารเสริม ยากำจัดโรคพืช และยาฆ่าแมลง ควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตทุกครั้ง
- ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง
- สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งขณะผสมและฉีดพ่น
- หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านปุ๋ยทุเรียนและการจัดการสวนทุเรียนในพื้นที่
FAQ: คำถามที่เกษตรกรทุเรียนมักค้นหา
1. หลังเก็บเกี่ยวทุเรียน ควรเริ่มฟื้นต้นเมื่อไหร่?
ควรเริ่มฟื้นต้นทันทีหลังเก็บเกี่ยวเสร็จและตัดแต่งกิ่งเรียบร้อย ไม่ควรปล่อยต้นทิ้งไว้นาน เพราะต้นทุเรียนสูญเสียธาตุอาหารและพลังงานจำนวนมากจากการเลี้ยงผล การฟื้นต้นเร็วจะช่วยให้แตกใบอ่อนและสะสมอาหารได้เร็วขึ้น
2. ล้างสารแพคโคลบิวทราโซลหลังเก็บเกี่ยวจำเป็นหรือไม่?
หากมีการใช้แพคโคลบิวทราโซลเพื่อควบคุมการออกดอก ควรล้างสารหลังเก็บเกี่ยวเพื่อกระตุ้นให้ต้นกลับเข้าสู่การเจริญเติบโตตามปกติ ช่วยให้รากเดิน แตกยอดใหม่ และลดความเครียดสะสมภายในต้น
3. ทำไมล้างสารแล้วทุเรียนยังไม่แตกใบอ่อน?
สาเหตุอาจเกิดจากระบบรากยังไม่สมบูรณ์ ดินแน่น ขาดความชื้น หรือมีเชื้อราทำลายราก แม้จะล้างสารแล้ว แต่หากรากไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดี ต้นก็อาจแตกใบช้าหรือแตกไม่พร้อมกัน
4. ปรับโครงสร้างดินหลังเก็บเกี่ยวอย่างไรให้รากเดินดี?
ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน พร้อมเสริมกรดฮิวมิกและกรดฟูลวิกเพื่อช่วยกระตุ้นการแตกรากใหม่ ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น
5. ต้นทุเรียนโทรมมาก ควรใช้ปุ๋ยสูตรอะไรฟื้นต้น?
ต้นที่โทรม มีใบน้อย หรือแตกใบยาก ควรเริ่มด้วยปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เช่น 25-7-7 หรือ 15-0-0 เพื่อเร่งการแตกใบอ่อนก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสูตรเสมอ 16-16-16 เพื่อบำรุงต้นให้สมดุล
6. ต้นทุเรียนสมบูรณ์อยู่แล้ว จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยดึงใบหรือไม่?
หากต้นยังมีใบแน่น สีเขียวดี และไม่โทรมมาก สามารถใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 ได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยไนโตรเจนสูง เพราะต้นยังมีความพร้อมในการแตกใบและฟื้นตัวได้ตามธรรมชาติ
7. หลังใส่ปุ๋ยดึงใบแล้วควรเปลี่ยนปุ๋ยเมื่อไหร่?
เมื่อเริ่มเห็นยอดอ่อนแตกและใบเริ่มคลี่ ควรเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 เพื่อช่วยขยายขนาดใบ สร้างความแข็งแรงของกิ่ง และส่งเสริมการสะสมอาหารในระยะต่อไป
8. ธาตุอาหารรองตัวไหนสำคัญที่สุดในช่วงฟื้นต้นทำใบ?
แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และเหล็ก เป็นธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างใบอ่อน การสังเคราะห์แสง และการทำงานของธาตุอาหารหลัก หากขาดธาตุเหล่านี้ ใบอาจเล็ก เหลือง หรือผิดรูปได้
9. ทำไมใส่ปุ๋ยแล้วใบอ่อนยังเล็กและไม่สมบูรณ์?
ปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากการขาดปุ๋ยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากระบบรากไม่สมบูรณ์ ดินเสื่อมสภาพ หรือขาดธาตุอาหารรองและธาตุเสริม ทำให้ต้นไม่สามารถนำธาตุอาหารไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ
10. ฟื้นต้นทำใบอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?
ไม่เพียงพอ การฟื้นต้นที่ดีต้องดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การล้างสาร ปรับปรุงดิน ฟื้นฟูราก ใส่ปุ๋ยให้เหมาะสม ตัดแต่งทรงพุ่ม และป้องกันโรคแมลงควบคู่กันไป เพื่อให้ต้นทุเรียนกลับมาสมบูรณ์ และพร้อมสำหรับฤดูกาลผลิตครั้งถัดไป
เมื่อนึกถึงปุ๋ยยา การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนด้วยประสบการณ์จริง ชัยพฤกษ์ อโกรเทค คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนทุเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรทุเรียนในภาคตะวันออก
ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: ชัยพฤกษ์ อโกรเทค
TikTok: @chaiyapreukagro
Line: @cyp-agro
นึกถึงปุ๋ยยา นึกถึงเครือชัยพฤกษ์ โดย ชัยพฤกษ์ อโกรเทค (ขลุง)
เรียบเรียงโดย : ภูริตา ชีพชอบธรรม ทีมชัยพฤกษ์ อโกรเทค อ.ขลุง จันทบุรี








































