ที่ปรึกษา รมช. เกษตร “ดร.ธีระชัย แสนแก้ว” เปิดโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา โชว์ผลงาน “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม” ฝีมือ กยท. ร่วมกับ อ.ส.ค. และ พด. เปลี่ยนน้ำนมดิบส่วนเกินเป็นปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง เตรียมขยายผลสู่เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบทั้ง 33 แห่ง ใน 10 จังหวัดภาคอีสานตอนบน หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตยาง

วันนี้ ( 14 ส.ค. 2569 ) ณ ศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา (Smart Learning Center) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรม “บูรณาการนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม การยางแห่งประเทศไทย” ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” โดย ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) ให้เกียรติเป็นประธานเปิด โดยมีนายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ พร้อมด้วยผู้บริหาร กยท. และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การมอบประกาศนียบัตร Rubber For Your Life รวมถึงปัจจัยการผลิต น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ ให้แก่เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบเพื่อขยายผลสู่แปลงเรียนรู้ พร้อมทั้งมีการสาธิตใช้น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ (กรดอะมิโนนม), ฐานการเรียนรู้นวัตกรรมของ กยท. อาทิ การเก็บเกี่ยวผลผลิตยางด้วยนวัตกรรมเอทิลีน การบริหารจัดการน้ำด้วยนวัตกรรมผ้าเคลือบน้ำยางพาราสร้างรายได้เสริม (คลองไส้ไก่ส่งน้ำ, บ่อผ้าเคลือบน้ำยาง), นิทรรศการ Rubber For Your Life และบูธชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์ของ กยท. และเวทีเสวนา หัวข้อ “จากวิกฤตน้ำนมล้นตลาด สู่การบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม เพื่อการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์จากเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบ เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) กล่าวว่า กิจกรรมบูรณาการนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม การยางแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นนี้ ถือเป็นแบบอย่างการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กยท., องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.), และกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม สำหรับใช้เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ซึ่งช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน นับเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงการนำ “ปัญหา” มาสร้างเป็น “โอกาส” สร้างประโยชน์กลับคืนสู่ภาคการเกษตร และเชื่อมโยงเกษตรกรต่างสาขาให้สามารถเกื้อกูลกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

“การที่ กยท. พัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพาราให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และประชาชนที่สนใจ รวมถึงจะขยายผลไปสู่เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบ ทั้ง 33 แห่ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ กยท. และหน่วยงานภาคี ที่จะร่วมกันนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม” ดร.ธีระชัย กล่าว

ด้าน นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ร่วมขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร โดยที่ผ่านมา กยท. ได้นำนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านชีวภาพมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา เริ่มจากการนำปลาหมอคางดำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งประสบผลสำเร็จและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบัน กยท. เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน โดยนำมาต่อยอดเป็น “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม” ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และมีศักยภาพในการช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกร ขณะเดียวกัน กยท. ยังร่วมกับกรมวิชาการเกษตรต่อยอดเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และร่วมกับกรมการข้าวส่งเสริมการนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าว สะท้อนถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้แก่ภาคการเกษตร ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของ กยท. ในโอกาสครบรอบ 11 ปี สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยนวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “RAOT SMART GREEN GLOBAL – ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สร้างสวนยางสีเขียวสู่สากล”

“กยท. มุ่งมั่นส่งเสริม และพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยาง ให้ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ จะยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นให้เป็น Smart Learning Center พร้อมจัดทำแปลงต้นแบบสาธิตการใช้น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม ให้เกษตรกรได้เรียนรู้ และนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในสวนยางพารา และพืชเกษตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน พร้อมขยายผลการใช้น้ำหมักชีวภาพไปยังเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบทั้ง 33 แห่ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น, จ.เลย, จ.กาฬสินธุ์, จ.หนองบัวลำภู, จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย, จ,บึงกาฬ, จ.สกลนคร, จ.นครพนม, และ จ.มุกดาหาร ต่อไป” นายญาณกิตติ์ กล่าว


















































