ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและวิกฤตปากท้องที่เกิดขึ้นทั่วโลก หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ ยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้าง “คลังอาหาร” ที่มั่นคงและยั่งยืนให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง โดยสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านศูนย์เรียนรู้เครือข่ายกว่า 105 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายผลสู่การพึ่งตนเองอย่างเป็นรูปธรรม (คลิกชม LIVEสด)
https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1651690646073995


หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ “พ่อจันทร์ที ประทุมภา” ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินปี 2554 อดีตเกษตรกรที่เคยมีหนี้สินจนต้องจำนองที่ดินและเดินทางไปขายแรงงานต่างประเทศ ก่อนกลับมาฟื้นชีวิตใหม่ในปี 2534 ด้วยการพัฒนาพื้นที่ 22 ไร่ ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกทุกอย่างที่กินและขายส่วนที่เหลือ จนสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้จากผืนดินของตนเอง

แนวคิดดังกล่าวถูกส่งต่อสู่ “พ่อทราย สุวัฒนชัย จำปามูล” ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จังหวัดนครราชสีมา ผู้พัฒนา “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโนนรังบูรพา” พร้อมต่อยอดสู่ “ธนาคารสมุนไพร” เพื่อรวบรวมภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ดูแลสุขภาพชุมชน และพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้แบรนด์ “พ่อทราย” ปัจจุบันมีเครือข่ายสมาชิกกว่า 70 คน และยังถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนในพื้นที่ (คลิกชมเกษตรก้าวไกล LIVEสด-สัมภาษณ์ผู้บริหาร พกฉ.) https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1651690646073995

อีกหนึ่งต้นแบบคนรุ่นใหม่คือ “นายสรศักดิ์ ไวจันทึก” หรือ “ขวาน” เจ้าของ “ฟาร์มสุขฟาร์ม ออร์แกนิก” จังหวัดนครราชสีมา อดีตผู้จัดการฟาร์มไก่ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อกลับมาทำเกษตรบนพื้นที่ 2.5 ไร่ ในนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว ภายใต้แนวคิด “มีความสุข เรียนรู้ แบ่งปัน พึ่งตนเองได้” พร้อมเรียนรู้การแปรรูปผลผลิตจาก “คุณโชคดี ปรโลกานนท์” ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินปี 2556 จนสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เองและแบ่งปันสู่เครือข่ายเกษตรกร (คลิกชม LIVEสด)
https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/3249479638567969
https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/961550103407213

พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ แต่เป็น “จุดสร้างแรงบันดาลใจ” ให้ประชาชนเห็นแนวทางรอดจากวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และกิจกรรม Workshop อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายเครือข่ายการเรียนรู้กว่า 105 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้ภาคการเกษตรไทย



พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทั้งปราชญ์เกษตร ผู้สืบทอดภูมิปัญญา และคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อเศรษฐกิจพอเพียงผสานกับการลงมือทำและเครือข่ายที่เข้มแข็ง ภาคการเกษตรจะกลายเป็นเกราะสำคัญในการรับมือวิกฤตปากท้องและสร้างความมั่นคงจากฐานรากของประเทศได้อย่างยั่งยืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook /Line ID : @wisdomkingmuseum พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดให้บริการเข้าชมวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดบริการเข้าชมวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์











































