“สภาน้ำ” มหาสารคามคึกคัก! ตัวแทนผู้ใช้น้ำร่วมหนุน 5 แผนกรมชลฯ แก้ปัญหายั่งยืน หวังเห็นโครงการเกิดจริง

มหาสารคาม – เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ณ โรงแรมตักสิลา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดเวทีปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัย อ.เมืองมหาสารคาม โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเปิดตัว 5 แนวทางแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางการตรวจสอบและเสนอแนะอย่างเข้มข้นจากตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ ซึ่งบรรยากาศเปรียบเสมือน “สภาน้ำ” ของประชาชน

กางแผน 5 แนวทาง: ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง

กรมชลประทาน โดยบริษัทที่ปรึกษา ได้สรุปผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ ซึ่งบรรจุแผนงานที่ตอบโจทย์พื้นที่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวไว้ดังนี้

1. เพิ่มความจุ 3 อ่างหลัก ด่านหน้าชะลอน้ำ: ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน, ห้วยคะคาง และหนองกระทุ่ม เพื่อกักเก็บน้ำก่อนไหลเข้าสู่ตัวเมือง ช่วยลดน้ำท่วมและเพิ่มน้ำต้นทุนให้เกษตรกรและอุปโภคบริโภค

2. อัปเกรดระบบสูบน้ำ เร่งระบายลงชี: ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ ปตร.ท่าตูม, ปตร.ท่าสองคอน และ ทรบ.กุดแดง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลักดันน้ำออกจากเขตเศรษฐกิจเมืองมหาสารคามให้เร็วที่สุด

3. ชุบชีวิต 37 แหล่งน้ำ “กุด” สู่แก้มลิงชุมชน: พัฒนาพื้นที่รับน้ำสาธารณะที่มีศักยภาพ โดยคัดเลือก 6 กลุ่มนำร่อง (เช่น หนองเบ็ญ, หนองขี้เห็น, กุดกว้าง) มาปรับปรุงอาคารชลประทานให้กักเก็บน้ำหลากไว้ใช้ในหน้าแล้ง

4. ขุดลอกลำน้ำสายหลัก 50 กิโลเมตร: ปรับปรุงแม่น้ำชี (ช่วงบ้านท่าขอนยาง) 15 กม. แก้ปัญหาน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 213

 * ปรับปรุงลำห้วยคะคาง (ท้ายอ่างแก่งเลิงจาน-ปตร.ท่าตูม) 35 กม. ป้องกันน้ำล้นตลิ่งท่วมตัวเมือง

5. สร้างคลองผันน้ำตัดยอดน้ำชี: โครงการพัฒนาคลองผันน้ำลุ่มน้ำห้วยเชียงส่ง-แม่น้ำชี ระยะทาง 45 กม. เพื่อตัดยอดน้ำหลากจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำชี ไม่ให้ไหลเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจในอำเภอเมืองและกันทรวิชัย

เสียงจาก “สภาน้ำ”: “บรรจุแผนแล้ว ต้องทำให้จริงและยั่งยืน”

แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะพอใจที่กรมชลประทานบรรจุข้อเสนอไว้ในแผน แต่ตัวแทนชาวบ้านได้ฝากข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจ

นางสาวทัศกานต์ แฝงสาเคน กลุ่มรักษ์น้ำชี เสนอแนะว่า ถ้าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมจริงๆ การผันน้ำจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ต้องขอพื้นที่พิเศษเป็นที่รองรับน้ำ เป็นเหมือนแก้มลิง “การผันน้ำจากที่ 1 จะต้องไม่ไปก่อปัญหาอีกที่หนึ่ง” อย่างเช่นโครงการขุดลอกปรับปรุงความจุอ่างเก็บน้ำเดิม จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน อ่างเก็บน้ำห้วยคะคาง และ อ่างเก็บน้ำหนองกระทุ่ม ตามที่กรมชลประทานได้เสนอที่จะปรับปรุงในวันนี้ เราต้องเร่งโครงการให้เสร็จไวๆ

เช่นเดียวกับ นายถนัด มาตรา กำนันตำบลลาดพัฒนา กล่าวว่า แต่ละห้วยสาขาจะต้องขุดลอกปรับปรุงให้เก็บน้ำและเป็นทางระบายน้ำ ต้องมีประตูเปิดปิดเพื่อที่จะระบายน้ำลงสู่แม่น้ำชีให้เร็วขึ้น และเป็นมีพื้นที่กักเก็บน้ำในฤดูแล้ง

นายบรรลุ อ่อนบัวขาว ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำใคร่นุ่น 2 อภิปรายสะท้อนความเจ็บปวดของชาวบ้านว่า ปัญหาน้ำท่วมและแล้งซ้ำซากบั่นทอนจิตใจผู้คนมานานเพราะเกิดขึ้นแทบทุกปี โดยมองว่าต้นเหตุไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นเรื่อง “ความใส่ใจในการบริหารจัดการ” ของกรมชลประทาน

“ผมอายุ 65 ปีแล้ว หวังว่าจะเห็นกรมชลฯ แก้ปัญหานี้ให้จบภายในชาตินี้ การทำบุญกับวัดก็ได้ประโยชน์เฉพาะที่วัด แต่ถ้าแก้ปัญหาน้ำให้ชุมชนได้ คือการทำบุญมหาศาลกับคนจำนวนมาก” นายบรรลุ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ นางสาววัชรพรรณ อุปแสน ตัวแทนองค์กรผู้ใช้น้ำเกิ้ง-ลาดพัฒนา-ท่าตูม เน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนของการก่อสร้าง โดยเฉพาะการขุดลอกคลองในพื้นที่ดินทรายที่มักเกิดตลิ่งพังเสียหายซ้ำซาก และเรียกร้องให้มีการสร้าง “คลองส่งน้ำย่อย” เพื่อกระจายน้ำจากโครงการเหล่านี้ไปถึงไร่นาเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานอย่างทั่วถึง “ที่ผ่านมาเวลาหน้าแล้ง วัว ควาย หาน้ำกินยาก หวังว่าต่อไปนี้ปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นแล้ว”

“ขอเสนอให้ขยายผลการแก้ปัญหานี้ให้ครอบคลุมทั้งลุ่มน้ำชี โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกจังหวัดมาช่วยกันสะท้อนปัญหา เพื่อหาทางชะลอน้ำและลดความสูญเสียร่วมกัน ซึ่งหากโครงการที่กรมชลประทานเสนอในวันนี้ทำได้จริง จะกลายเป็น “มหาสารคามโมเดล” ที่จังหวัดอื่นสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน พันเอกนริศชัย ชัยมาลา กอ.รมน.จังหวัดมหาสารคาม และ นายถนัด มาตรา กำนันตำบลลาดพัฒนา ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ต้องเร่งขุดลอกลำห้วยที่ตื้นเขิน และระวังจุดเสี่ยง เช่น แนวทางรถไฟที่อาจกลายเป็นฝายกั้นน้ำโดยไม่ตั้งใจ หากบริหารจัดการการไหลของน้ำไม่ดีพออาจทำให้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่ได้

มุ่งเป้า “มหาสารคามโมเดล”

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำต้องทำแบบบูรณาการ ทั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Hard Side) ตาม 5 แนวทาง และการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริง (Soft Side) โดยเฉพาะเวทีวันนี้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจมากันล้นห้องประชุม ถึงกับต้องเสริมเก้าอี้ที่นั่งกันเลย และหากโครงการเหล่านี้สำเร็จตามแผน มหาสารคามจะเป็นโมเดลต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ในลุ่มน้ำชีนำไปปรับใช้เพื่อลดความสูญเสียจากภัยน้ำได้อย่างยั่งยืน

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated