เรื่องโดย / ลุงพร เกษตรก้าวไกล
จากความประทับใจในการบรรยายพิเศษของ คุณฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย สำนักงาน กปร. ได้จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม2569 ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดไฟแห่งแรงบันดาลใจครั้งสำคัญที่ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาสานต่อแนวคิด “เกษตรคือประเทศไทย” ที่ผมตั้งมั่นทำมาตลอด 10 ปี นับตั้งแต่กระโดดเข้าสู่วงการสื่อสายเกษตรอย่างจริงจัง โจทย์ใหญ่สำคัญ…ทำอย่างไรให้เกษตรกรหายจน ยังมีนโยบายไหนที่ไม่ได้ทำบ้าง ผมก็คิดว่าทำกันมาหมดแล้ว เหลืออย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำ คือ ทำตามที่พี่น้องเกษตรกรประชาชนต้องการ เราจะมาช่วยกันผลักดันนโยบายเกษตรที่เราพบเห็นจากการฟังเสียงของเกษตรกรในพื้นที่เวลาลงไปกับหน่วยงานต่างๆ หรือเวลาที่ผมจัดโปรแกรมลงไป ให้กลายเป็นนโยบายระดับชาติที่จับต้องได้จริง เราควรจะทำอย่างไรดี หลายคนอาจเถียงอาจแย้งว่าก็เรามี สส.เป็นตัวแทนอยู่แล้ว ผมก็ตอบว่าจริงครับ แต่ผมเห็นมานานแล้วว่า ถ้าภาคประชาชนไม่เข้มแข็งพอ ไม่พร้อมใจกันจริงๆก็ทำได้ยาก
🐠 “เราไม่อาจฝากปลาย่างไว้กับแมวตัวใดตัวหนึ่งได้ครับ” 😸 ยุคนี้เรามีเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อมสื่อสารกันทุกคน ทำไมเราไม่ลุกขึ้นมาครับ ในเมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกันทุกคน

ทำไมต้องเป็น “ผู้ว่าเกษตร”?
แม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะก่อตั้งมานานกว่า 134 ปี แต่คำถามที่น่าเจ็บปวดคือ “ทำไมเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศยังคงยากจน?” ที่ผ่านมาเรามักได้ยินคำว่า “เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย” แต่ในความเป็นจริง การแก้ปัญหาปากท้องของคนส่วนใหญ่ในประเทศจะปล่อยให้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งทำงานอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้

แนวคิด “ผู้ว่าเกษตรโดยตำแหน่ง” คือคำตอบ
ไม่ต้องตั้งตำแหน่งใหม่ ไม่ต้องเพิ่มงบประมาณ: ใช้โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่แล้ว โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด (ซึ่งเป็นข้าราชการสูงสุดในจังหวัด) สวมบทบาทเป็น “แม่ทัพเกษตร” อย่างเต็มตัว
ทรงพลังด้วยเครือข่าย..ผู้ว่าฯ มีมือไม้ที่ครอบคลุมตั้งแต่ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากผู้ว่าฯ มีวิสัยทัศน์ด้านเกษตรที่ชัดเจน การขับเคลื่อนนโยบายจะเข้าถึงระดับครัวเรือนได้อย่างรวดเร็ว
บูรณาการทุกภาคส่วน…เมื่อผู้ว่าฯ นำ ทรัพยากรจากทุกกระทรวงทบวงกรมในจังหวัดจะถูกระดมมาเพื่อเป้าหมายเดียว คือ “ความอยู่ดีกินดีของเกษตรกร”

บทเรียนจากฉะเชิงเทรา..แรงบันดาลใจสู่ระดับประเทศ
คุณฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในรากเหง้าของเกษตรกรอย่างลึกซึ้ง ท่านสื่อสารด้วยหัวใจของคนที่รู้จริง ทำให้เราเห็นว่าถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ สวมหัวใจความเป็น “ผู้ว่าเกษตร” จะสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้มหาศาลขนาดไหน
ผมยืนฟังท่านอย่างตั้งใจ ชนิดที่ว่าไม่อาจนั่งฟังได้เลย และแน่นอนในมือของผมมีโทรศัพท์อยู่ ผมอัดคลิปตั้งแต้นจนจบ แต่ผมนำมาลงบางส่วน เพราะลงยาวๆคนไทยเราไม่ดูอีก ทั้งที่เป็นสิ่งดีๆ ผมเองก็คิดว่าที่นำมาลงคนก็คงไม่ดูหรอก แต่ด้วยหน้าที่ของสื่อมวลชน ผมจะเน้นยอดวิวอย่างเดียวไม่ได้

เสียงสะท้อนถึงรัฐบาล: เกษตรกรอยู่รอด ประเทศไทยอยู่ได้
ผมขอใช้พื้นที่นี้ส่งเสียงไปยังรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการยกระดับความสำคัญของภาคการเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกัน…
1. ส่งเสริมวิสัยทัศน์ผู้ว่าเกษตร…ผลักดันให้การพัฒนาการเกษตรเป็นดัชนีชี้วัดหลัก (KPI) ของผู้ว่าราชการจังหวัด
2. ทลายกำแพงระหว่างหน่วยงาน…เลิกทำงานแบบไซโล (Silo) แต่ให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
3. สานต่อแนวคิดเกษตรคือประเทศไทย…เพราะคนไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคส่วนนี้ ถ้าเกษตรกรมั่งคั่ง เศรษฐกิจของประเทศจะมั่นคงอย่างยั่งยืน
“เรามีทูตเกษตรได้ เราก็มีผู้ว่าเกษตรได้” ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไทย จากความยากจนสู่ความมั่งคั่ง ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนภายใต้เป้าหมายเดียวกัน
“เพราะเกษตรกรคือลมหายใจของประเทศไทย” ขอบคุณครับที่กรุณาอ่านมาถึงบรรทัดนี้










































