ARDA พลิกเกมเกษตรไทย ดันงานวิจัยเกษตรแม่นยำสู่แปลงเกษตรกร ลดต้นทุนปลูกสับปะรด 854 บาทต่อไร่ พร้อมปั้น Smart Famer สร้างรายได้ชาวนาเพิ่ม 20%
นวัตกรรมเกษตรแม่นยำ พลิกโฉมสับปะรดบ้านคา

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านกิจกรรม “ARDA Agrifuture : เรียนรู้และต่อยอดงานวิจัยสู่โอกาสเกษตรไทยในอนาคต” ระหว่างวันที่ 19–20 พฤษภาคม 2569 นำโดย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA พร้อมคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีและนครปฐม เพื่อติดตามผลงานวิจัยที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันโลกต้องเผชิญกับความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตภาคเกษตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาปุ๋ยเคมี พลังงาน น้ำ และค่าขนส่ง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งมีต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาก๊าซธรรมชาติโดยตรง ในสถานการณ์เช่นนี้การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็น “กลไกสำคัญ” ที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดโลก ได้พร้อม ARDA มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ปุ๋ย และทรัพยากรทางการเกษตรอย่างแม่นยำ ตลอดจนยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
และมาตรฐานการผลิตสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “เกษตรแม่นยำ” (Precision Agriculture) และ “Smart Farming” ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของภาคการเกษตรไทยในอนาคต โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ARDA ได้คัดเลือก 2 งานวิจัยเด่นที่มีศักยภาพขยายผลเชิงเศรษฐกิจสูง ได้แก่

1. ARDA โชว์วิจัย “จัดการน้ำ-ปุ๋ยแม่นยำ” ลดต้นทุนสับปะรดบ้านคากว่า 93 ล้านบาท ยกระดับสินค้า GI ไทยสู่ตลาดคุณภาพประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออก “สับปะรดและผลิตภัณฑ์สับปะรด” รายสำคัญของโลก โดยเฉพาะสับปะรดแปรรูปและสับปะรดกระป๋อง ซึ่งยังมีความต้องการสูงในตลาดต่างประเทศ โดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ปี 2567 ไทยส่งออกสับปะรดกระป๋องมูลค่า 325.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 7.14 จากปีก่อนหน้า และมีส่วนแบ่งตลาดโลกสูงถึงร้อยละ 30.8 สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมสับปะรดไทย
ในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง แต่เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดยังเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ภัยแล้ง และคุณภาพผลผลิตไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มลดพื้นที่เพาะปลูกหรือเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน โดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยมีพื้นที่เก็บเกี่ยวสับปะรดประมาณ 310,631 ไร่

จังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะอำเภอบ้านคา ถือเป็นแหล่งผลิต “สับปะรดบ้านคา” สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สำคัญของประเทศ มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 110,000 ไร่ แต่ยังประสบปัญหาการจัดการน้ำและปุ๋ยที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตบางส่วนตกเกรด คุณภาพไม่สม่ำเสมอ และมีความเสี่ยงต่อการตกค้างของสารไนเตรทเกินมาตรฐานโรงงานและตลาดส่งออกกำหนด ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ดำเนินโครงการ “การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการน้ำและไนเตรทที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิตสับปะรดของจังหวัดราชบุรี” โดยมี ผศ.ดร.สุทธิรักษ์ อ้วนศิริ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการน้ำและธาตุอาหารอย่างแม่นยำให้เหมาะสมกับระยะการเจริญเติบโตของสับปะรด ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของโรงงานแปรรูปและตลาดคุณภาพ

ผลสำเร็จของโครงการพบว่า สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เฉลี่ย 854 บาทต่อไร่ จากเดิม 30,299 บาท เหลือ 29,445 บาทต่อไร่ พร้อมสร้างเกษตรกรต้นแบบในอำเภอบ้านคาจำนวน 20 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ อีกทั้งยังช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการน้ำและปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพสม่ำเสมอ ได้ขนาดตามที่โรงงานต้องการ และผลผลิตมากกว่าร้อยละ 75 ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการตรวจการตกค้างของสารไนเตรท

ทั้งนี้ หากสามารถขยายผลเทคโนโลยีดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ปลูกสับปะรดทั้งอำเภอบ้านคา จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้กว่า 93.94 ล้านบาทต่อรอบการผลิต สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการยกระดับ “สับปะรดบ้านคา GI” สู่เกษตรมูลค่าสูง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับเรื่องที่ 2. ARDA ดัน Smart Farming สร้างเครือข่ายข้าวคุณภาพ 3 จังหวัด ยกระดับชาวนาสู่ “นักธุรกิจเกษตรยุคใหม่” ลดต้นทุนเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน … โปรดติดตามตอนต่อไป

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated