กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

กรมชลประทาน ลงพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ติดตามสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยเมืองมหาสารคาม เน้นฟังความเห็นทุกภาคส่วน พร้อมเสนอ 5 แผนหลักบรรเทาปัญหาอุทกภัย-แก้ขาดแคลนน้ำ สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. บรรเทาอุทกภัย 33,000 ไร่ ช่วยพื้นที่เกษตร 25,500 ไร่ เพิ่มน้ำผลิตประปา 3.39 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มรายได้สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้เกษตรกร

(คลิกชมLIVEสด-รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กลาวเปิดงาน) https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1427439455326633

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสันตรัตน์ โรงแรมตักสิลา มหาสารคาม นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัย อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นต่อสรุปแนวทางการบริหารจัดการน้ำและผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ โดยมีผู้แทนส่วนราชการ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน สภาเกษตรกร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใช้น้ำและสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุม

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของลุ่มน้ำชี ส่วนใหญ่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำพอง ลุ่มแม่น้ำชี รวมทั้งบริเวณจุดบรรจบระหว่างลำน้ำและแม่น้ำชีเป็นประจำทุกปี

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

“โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ปี พ.ศ. 2565 ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุดีเพรสชัน ส่งผลให้พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่ทำการเกษตร ถนนสัญจรได้รับความเสียหายมากกว่า 170,000 ไร่ ขณะที่ในช่วงฤดูแล้งมักจะเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร จึงได้ขอให้กรมชลประทานช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน”

นายปรัชญา ฉายวัฒนา
นายปรัชญา ฉายวัฒนา

ด้าน นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน จึงได้เร่งศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยเมืองมหาสารคาม ครอบคลุม 49 ตำบล ของอำเภอเชียงยืน อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเป็นการป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ซึ่งการศึกษาจะแล้วเสร็จในต้นเดือนพฤษภาคม 2569 นี้

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนร่วมข้อง และสรุปข้อเสนอแนะที่สำคัญเพื่อนำไปร่วมกำหนดแผนงานโครงการบรรเทาปัญหาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำควบคู่กันไป และได้พิจารณาคัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญในลำดับต้นจากแนวทางการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำมาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ทั้ง 5 แนวทาง โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

1) โครงการขุดลอกปรับปรุงความจุอ่างเก็บน้ำเดิม จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน อ่างเก็บน้ำห้วยคะคาง และ อ่างเก็บน้ำหนองกระทุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำก่อนที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง สามารถลดความเสียหายของพื้นที่น้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค รวมทั้งการใช้น้ำของกิจกรรมอื่น ๆ ในพื้นที่รอบอ่างฯ

2) โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบสูบน้ำเพิ่มศักยภาพให้สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำชีผ่านอาคารบังคับน้ำริมแม่น้ำชีเดิมที่มีอยู่แล้ว จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ การปรับปรุงอัตราสูบของสถานีสูบน้ำ ปตร.ท่าตูม ปตร.ท่าสองคอน รวมทั้งปรับปรุง ทรบ.กุดแดง ให้เป็นสถานีสูบน้ำ ซึ่งจะเร่งการระบายน้ำ ช่วยลดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเมืองมหาสารคามและชุมชนโดยรอบ

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

3) โครงการพัฒนาพื้นที่รับน้ำสาธารณะที่น้ำท่วมเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก ซึ่งมีโครงการประเภท “กุด” จำนวน 37 กลุ่มแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ และคัดเลือกมาดำเนินการศึกษาเตรียมความพร้อมก่อน จำนวน 6 กลุ่มแหล่งน้ำ ประกอบด้วย (1) กลุ่มหนองเบ็ญ อ.โกสุมพิสัย (2) กลุ่มหนองขี้เห็น อ.กันทรวิชัย (3) กลุ่มกุดกว้าง อ.กันทรวิชัย (4)กลุ่มกุดคำฮง อ.กันทรวิชัย (5) กลุ่มกุดเดือยไก่ (พรด.) อ.กันทรวิชัย และ (6) กลุ่มห้วยคะคาง อ.เมืองมหาสารคาม โดยทำการพัฒนาและปรับปรุงอาคารชลประทานให้สามารถกักเก็บน้ำและช่วยชะลอน้ำในช่วงเกิดอุทกภัย ไว้สำหรับเป็นน้ำต้นทุนเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

4) โครงการขุดลอกปรับปรุงลำน้ำสายหลัก จำนวน 2 แห่ง (1) การปรับปรุงขุดลอกแม่น้ำชีจากบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำชีที่บ้านท่าขอนยางไปด้านท้ายน้ำ ความยาว 15 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 213 ที่เชื่อมระหว่างอำเภอเมืองมหาสารคามและกันทรวิชัยในช่วงเกิดอุทกภัย และ (2) การปรับปรุงขุดลอกลำห้วยคะคาง บริเวณด้านช่วงจากท้ายอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานที่ไหลผ่านตัวเมืองมหาสารคาม ไปยังด้านหน้าประตูระบายน้ำท่าตูม ความยาว 35 กม. เพื่อช่วยให้การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานลงห้วยคะคาง สามารถแก้ปัญหาน้ำล้นตลิ่งจากห้วยคะคางเข้าท่วมตัวเมืองมหาสารคามได้

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

และ 5) โครงการพัฒนาคลองผันน้ำลุ่มน้ำห้วยเชียงส่ง-แม่น้ำชี มีองค์ประกอบโครงการ คือ ก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณจุดบรรจบคลองสีดาและคลองสายคอ ปรับปรุงลำน้ำเชื่อมจากคลองสีดาและคลองสายคอ และ ปรับปรุงคลองสายคอ คลองกุดไส้จ่อ ไปจนถึงจุดบรรจบแม่น้ำชี ความยาว 45 กม.ซึ่งจะช่วยตัดยอดน้ำจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำชีและช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอเมืองมหาสารคาม และ อำเภอกันทรวิชัย

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

“ภายหลังการพัฒนาโครงการทั้ง 5 แผนงานแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนและการเกษตร 33,000 ไร่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้วยแหล่งน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ทำการเกษตรได้ 25,500 ไร่ มีน้ำต้นทุนผลิตประปาเพิ่มขึ้น 3.39 ล้าน ลบ.ม. เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคได้ 9,358 ครัวเรือน ซึ่งในอนาคตยังสามารถพัฒนาพื้นที่รับประโยชน์ใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายปรัชญา กล่าว

กรมชลฯ เผย 5 แนวทาง สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำมหาสารคาม เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. ลดท่วม 33,000 ไร่ แก้แล้ง 25,500 ไร่

อนึ่ง หลังจากสรุปแนวทางการบริหารจัดการน้ำและผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยที่วันดังกล่าว ได้มีการประชุมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาผู้แทนราษฎร การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จึงเหมือนการเปิด “สภาน้ำ” โดยมีผู้แทนส่วนราชการ สภาเกษตรกร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใช้น้ำและสื่อมวลชน ผู้เข้าร่วมประชุม ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก เกิด “ดาวสภา” หลายคน ซึ่งทางเกษตรก้าวไกลจะนำมาเสนอในครั้งต่อไป

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated