กาญจนบุรี – สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เดินหน้าขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับทุเรียนทองผาภูมิ GI สินค้าอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรในพื้นที่ ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น คุณภาพดีขึ้น ลดปัญหาทุเรียนอ่อน และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวกุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า ARDA มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการสนับสนุนงานวิจัยเท่านั้น แต่ต้องทำให้งานวิจัยสามารถสร้างผลลัพธ์และรายได้ที่จับต้องได้ให้กับเกษตรกร
ปัจจุบัน ARDA ได้ให้การสนับสนุนโครงการวิจัยภายใต้แผนงาน App Tech แล้วจำนวน 37 โครงการ ร่วมกับ 24 หน่วยงาน ครอบคลุมพื้นที่ 61 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเร่งผลักดันเทคโนโลยีพร้อมใช้สู่ภาคการเกษตรไทย

สำหรับ “ทุเรียนทองผาภูมิ” ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนมากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาผลผลิตไม่ถึงศักยภาพ คุณภาพไม่สม่ำเสมอ รวมถึงปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ARDA จึงสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียนทองผาภูมิ และเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ ผ่าน 2 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ “ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วย IoT” ควบคู่กับระบบ Mini Sprinkler และ “ระบบ RFID ตรวจสอบย้อนกลับผลผลิต”


(ภาพ) เพียงแค่ดูหน้าจอนี้อยู่ใต้ถุนบ้านก็สามารถสั่งการรดน้ำทุเรียนแต่ละต้นได้แล้ว
ระบบ IoT ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างแม่นยำ สอดคล้องกับความต้องการของต้นทุเรียนในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ลดการใช้น้ำเกินความจำเป็น ลดความชื้นสะสมในแปลง และลดความเสี่ยงการเกิดโรครากเน่าโคนเน่า หรือโรคไฟทอปธอราได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรคสำคัญที่สร้างความเสียหายให้สวนทุเรียนทั่วประเทศ
ขณะที่ระบบ RFID ช่วยตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตได้ตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงผู้บริโภค ทำให้สามารถติดตามข้อมูลการผลิต ควบคุมคุณภาพผลผลิต และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดและผู้บริโภค ส่งผลให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถจำหน่ายได้จริงเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยกระดับมาตรฐานการผลิตทุเรียนทองผาภูมิ GI ให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ระบบ IOT ดังกล่าวเป็นผลมาจากการวิจัยของนักวิจัยภายใต้ของ ดร. ปิยะพร พิทักษ์ตันสกุล และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ซึ่งใช้เวลาคลุกคลีเก็บข้อมูลอยู่กับเกษตรกรนานนับปี
ผลจากการนำเทคโนโลยีทั้งสองระบบไปใช้จริงในพื้นที่ พบว่าสามารถเพิ่มผลผลิตทุเรียนจากเดิม 1,700–2,000 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นมากกว่า 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดกว่า 76 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันยังช่วยลดปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนจากร้อยละ 32.5 เหลือไม่เกินร้อยละ 10 หรือลดจากประมาณ 650 กิโลกรัมต่อไร่ เหลือไม่เกิน 150 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นการลดลงกว่า 77 เปอร์เซ็นต์
ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพสม่ำเสมอมากขึ้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานทุเรียน GI ทองผาภูมิให้สามารถแข่งขันในตลาดคุณภาพสูงได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังส่งผลให้รายได้เฉลี่ยของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจาก 138,160 บาทต่อไร่ต่อฤดูกาลผลิต เป็น 216,900 บาทต่อไร่ต่อฤดูกาลผลิต หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 80,000 บาทต่อไร่ และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 15–20 ล้านบาทต่อปี

นางสาวกุลวรา กล่าวว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำงานวิจัยไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาคการเกษตรไทย เพราะงานวิจัยจะมีคุณค่าอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ให้แก่เกษตรกร
“ARDA จะเดินหน้าขยายผลเทคโนโลยีพร้อมใช้สู่พื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่การเติบโตที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” รองผู้อำนวยการ ARDA กล่าว









































