กรุงเทพฯ 10 มีนาคม 2569 – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรมไทยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร ด้วยการเป็นตัวกลางกระจายผลไม้มีคุณภาพของไทยจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค ผ่านบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ทั่วไทยด้วยราคาค่าขนส่งพิเศษ โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรสนับสนุนส่วนลดค่าขนส่งอย่างต่อเนื่อง อาทิ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มอบส่วนลดค่าขนส่งผลไม้เริ่มต้น 3 กิโลกรัม 45 บาท และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มอบส่วนลดค่าขนส่งผลไม้เริ่มต้น 3 กิโลกรัม 48 บาท สินค้าเกษตรแปรรูปเริ่มต้น 5 กิโลกรัม 45 บาท และต้นไม้หรือกล้าพันธุ์ไม้เริ่มต้นน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม 65 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย

ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในปี 2569 ถือเป็นอีกปีที่ตลาดผลไม้ไทยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 6.91 ล้านตัน ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งพัฒนาบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการให้สามารถกระจายผลผลิตคุณภาพไปสู่ผู้บริโภคและตลาดปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านการขนส่ง และเพิ่มโอกาสทางการตลาดของผลไม้ตามฤดูกาลของไทยที่กำลังจะมาถึง ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง เงาะ สับปะรด และลองกอง ภายใต้กระบวนการขนส่งที่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของสินค้าเกษตรที่ต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานด้านความปลอดภัย พร้อมบริการเสริมด้านโลจิสติกส์ อาทิ บรรจุภัณฑ์สำหรับผลไม้ ระบบติดตามสถานะพัสดุ และการบริหารจัดการระยะเวลาการจัดส่งที่เหมาะสมกับลักษณะของผลไม้แต่ละประเภท

การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนภาคเกษตรกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ระดับประเทศกับห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตร และยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการสนับสนุนส่วนลดค่าส่งในราคาพิเศษอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ส่วนลดบริการขนส่งผลไม้ในอัตราพิเศษเริ่มต้น 3 กิโลกรัม 45 บาท จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่วนลดบริการขนส่งผลไม้ในอัตราพิเศษเริ่มต้น 3 กิโลกรัม 48 บาท สินค้าเกษตรแปรรูปเริ่มต้น 5 กิโลกรัม 45 บาท และต้นไม้และกล้าพันธุ์ไม้เริ่มต้นน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม 65 บาท ซึ่งเปิดให้บริการจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมีบริการขนส่งผลไม้สดผ่านตะกร้าพลาสติกในอัตราพิเศษ เริ่มต้น 3 กิโลกรัม 55 บาท 5 กิโลกรัม 75 บาท และ 10 กิโลกรัม 120 บาท ขนในรูปแบบเช่าเหมาคันรถและในรูปแบบเหมารวมพาเลต (Roll Pallet) สำหรับผู้ประกอบการหรือกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการขนส่งสินค้าในปริมาณมาก โดยคิดอัตราค่าบริการตามโซนพื้นที่ รองรับน้ำหนักสูงสุดต่อเที่ยวไม่เกิน 200 กิโลกรัม

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งานบริการส่งด่วนผลไม้หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center โทร.1545 และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th









































