“ลาก่อนน้องน้ำมัน… คบกันมานานแต่ยิ่งอยู่ยิ่งจน” เสียงจากหัวใจอดีตกำนันเมืองนครปฐม
ในขณะที่หลายคนกำลังกังวลเรื่องสงครามว่าจะทำให้น้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหรือไม่ และข่าวว่าบางปั้มน้ำมันมีรถเข้าไปรอคิวเติม (ตอนแรกผมก็คิดว่าไปรอคิวเพื่อรับมะพร้าวน้ำหอมเป็นของแถม555)
ผมขอตัดภาพจากปั้มน้ำมันมาที่ท้องทุ่งนานครชัยศรี ดินแดนที่ได้ชื่อว่าส้มโอหวาน ข้าวสารขาว…พื้นที่นี้ “เคย” เป็นแหล่งทำนาที่สำคัญและได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพชื่อดังของจังหวัดนครปฐม ทำไมต้องบอกว่า “เคย” ก็เพราะกลิ่นอายความเจริญจากเมืองหลวงมันหอมหวลไปถึง ทำให้เกษตรกรชาวนาต้องเปลี่ยนพื้นที่สวนพื้นที่นา ขายให้นายทุนจากเมืองกรุงนั่นเอง

แต่สำหรับชาวนาคนนี้ เขาเป็นอดีตกำนัน ชื่อว่า “ทอง” ผมก็ลืมถามว่าเป็นกำนันแหนบทองคำหรือไม่ เขายังคงยึดมั่นในอาชีพทำนาไม่เสื่อมคลาย ผมก็ถามว่าไม่มีคนมาขอซื้อที่บ้างหรือ เขาบอกว่ามีอยู่บ่อยๆ เพื่อนชาวนาหลายคนก็แบ่งที่ดินขายกันไปหลายคน
“ผมสืบทอดอาชีพทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จะให้ผมขายที่กินคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก แม้ว่าทำนารายได้มันไม่ดี บางปีมันแทบไม่เหลือ แต่ผมทำนาแบบลดต้นทุน ไม่เน้นเคมี เพราะปุ๋ยเคมีมันแพง ใช้ฟางนั่นแหละเป็นปุ๋ยส่วนหนึ่ง โดยใช้วิธีย่อยสลายตอซังข้าว และซื้อหาปุ๋ยอินทรีย์จากโรงงานที่เป็นเพื่อนกันก็ประหยัดต้นทุนได้เยอะ” กำนันทอง เปิดใจ
การทำนาของกำนันทองดูว่าจะลงตัว เพราะหาทางลดต้นทุนเรื่องปุ๋ยลงไปได้แล้ว แต่ที่ยังลดไม่ได้ก็คือ ค่าน้ำมันดูดน้ำเข้านา เป็นน้ำจากคลองชลประทานที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าพื้นที่นา
ช่วงที่ผมไปดูก็เห็นเครื่องยนต์กำลังคำรามเป็นเครื่องดีเซลขนาด 6 สูบ ใช้เป็นขุมพลังขนาดรถบรรทุกใหญ่ ถูกดัดแปลงต่อตรงเข้าท่อพญานาดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว ทำหน้าที่ดูดน้ำจากคลองชลประทานเข้าแปลงนายามน้ำลด โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆละ 2-3 ชั่วโมง

“ผมมีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าน้ำมันสัปดาห์ละ 2000-3000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าสีกหรอ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและอื่นๆ มาเป็นระยะยาวนานแล้ว เมื่อก่อนพออยู่ได้กับอาชีพนี้ เพราะว่าราคาข้าวดี และน้ำมันก็ไม่สูงมากนัก แต่ช่วงหลังนี้ ข้าวราคาต่ำ น้ำมันสูง หาหนทางลดต้นทุนอยู่ตลอด จากทำนาเคมีเป็นอินทรีย์ ก็ยังไม่มีกำไร เพราะต้องเปิดน้ำเข้านาบ่อย น้ำมันแพง” กำนันทอง อดีตกำนันขวัญใจชาวบ้าน ที่ปกติเสียงดังฟังชัดคำไหนคำนั้น เล่าขานด้วยน้ำเสียงเคร้าๆแต่ได้ใจความสำคัญ
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อกำนันทอง ได้รับคำแนะนำจาก อ.สมาน รักษาพราหมน์ เจ้าของปุ๋ยอินทรีย์และทำนาอินทรีย์อยู่ที่บางเลน ในฐานะที่ปรึกษาเว็บไซต์เกษตรก้าวไกล บอกว่าให้ติดตั้งสถานีพลังงานโซลาร์เซลล์ไว้กลางแปลงนา เพื่อเป็นต้นกำลังของปั้มน้ำทดแทนเครื่องยนต์ และยังสามารถดึงไฟจากโซลาร์เซลล์มาใช้ภายในที่พักอาศัยได้ด้วย
ไม่ช้ากำนันทอง เข้าสู่โครงการลดต้นทุนการผลิตกับเว็บไซต์เกษตรก้าวไกล ที่ได้ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งกำลังมีโครงการ #รับติดตั้งโซลาร์เซลล์กลางทุ่งนาทั่วประเทศ รวมถึงไร่ สวน บ่อน้ำ บ่อปลา ที่เลี้ยงสัตว์น้ำ
กำนันทอง ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 8 แผง มอเตอร์กระแสตรงหรือโซลาร์เซลล์ขนาด 3 แรงม้า ต่อตรงกับท่อพญานาค 7 นิ้ว โดยใช้งบประมาณในการติดตั้งอยู่ประมาณ 60000-70000 บาทเท่านั้นเอง (ราคาดังกล่าวเป็นสินค้ามีประกันอีกด้วย)
“ดีใจมากเลย เหมือนกับถูกหวย เพราะดูดน้ำได้จริง แม้ว่าท่อดูดจะขนาดกว่าครึ่งเดิม 14 นิ้วเป็น 7 นิ้ว แต่เราดูดวันละ 6ชั่วโมง (เดิมดูดวันละ 2 ชั่วโมง) และสามารถดูดได้ทุกวัน เพราะว่ากินแดดไม่ใช่กินน้ำมัน เท่ากับปริมาณน้ำที่ได้มากกว่าเยอะเลย คิดต่อไปว่าจะพัฒนาเลี้ยงปลาในนาข้าวเพื่อสร้างรายได้ได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย เพราะเรามีน้ำเยอะ และไม่มีต้นทุนเพิ่ม ทำอะไรได้เยอะ ขอให้เราคิดและทำจริง” กำนันทอง กล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากติดตั้งโซลาร์เซลล์พลังงานจากฟ้า

สำหรับระยะเวลาคืนทุน กำนันทอง บอกว่า ปกติเราจ่ายเฉพาะน้ำมันไม่รวมค่าสึกหรอเดือนละ 12,000 บาทอยู่แล้ว ลงทุนราคาติดตั้งโซลาร์เซลล์ดังกล่าว 5-6 เดือน ก็คืนทุนแล้ว
ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนภาคการผลิต เป็นทางออกของเกษตรกรไทย ไม่ต้องง้อน้ำมันอีกต่อไป
สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0632799000 (คุณศุภชัย) ใกล้ไกลเราไปถึงและยินดีให้บริการด้วยหัวใจเกินร้อย








































