ปลูกกล้วยหอมส่งเซเว่น 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างยังมีโอกาส...เผยมาตรฐานกล้วยที่ต้องการ

เรื่องโดย : จตุพล เกษตรก้าวไกล

เรื่องการปลูกกล้วยหอมยังอยู่ในความสนใจของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะกล้วยหอมที่มีตลาดชัดเจน มีตลาดรับซื้อล่วงหน้า อย่างเช่นตลาดส่งออกญี่ปุ่นตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ แต่ว่าส่งไปให้คนญี่ปุ่นนั้นมาตรฐานสูงตามที่ทราบกันอยู่

หันมาดูตลาดในประเทศ นอกจากตามตลาดค้าส่งใหญ่ๆจะมีตลาดในชุมชน แต่นั่นแหละราคาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับดีมานด์ซัพพลายตามกลไกตลาดในแต่ละช่วง ดังที่จะเห็นข่าวตามสื่อต่างๆว่าบางช่วงก็ล้นตลาด ต้องให้หน่วยงานต่างๆช่วยรับซื้อ เกษตรกรต้องขนขึ้นรถไปขายถูกๆบ้าง

(คลิกชมคลิปจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมและชมสวนภูทิพย์พัทลุง)

ตลาดในประเทศของเราส่วนใหญ่ หาความแน่นอนไม่ได้ เพราะต่างคนต่างปลูก ปลูกพร้อมๆกันก็ล้นตลาด ยกเว้นตลาดเฉพาะ เช่น ผลิตส่งห้างสรรพสินค้า หรือส่งร้านสะดวกซื้อ อย่างเช่น ส่งเซเว่นฯ เขารับซื้อกล้วยหอมจากเกษตรกรตกวันละ 530,000 ลูก เขาก็จะมีระบบบริหารจัดการ คือทางเซเว่นฯ เขาจะมีโควต้าให้กับผู้รวบรวมกล้วยกระจายความรับผิดชอบไปตามภูมิภาคต่างๆ จากนั้นผู้รวบรวมก็ไปสร้างเครือข่ายผู้ปลูก และต้องปลูกให้ได้ตามมาตรฐาน ตามจำนวนโควต้าที่รับมา

ในโอกาสนี้เกษตรก้าวไกล เราจึงเดินทางไปสัมภาษณ์ถ่ายทำเกษตรกรผู้ประกอบการ “พีเจ ริช อินเตอร์กรุ๊ป” ที่เป็นผู้ส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมส่งเซเว่นฯ เขารับผิดชอบในเขต 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง สถานที่นัดพบของเรานั้นอยู่ที่สวนภูทิพย์ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ซึ่งเป็นสวนเครือข่ายของบริษัท และบังเอิญว่าทาง คุณเปิ้ล ทัพพ์ธนพนธ์ สภาพันธ์ ที่เป็นผู้บริหารเขาจะมาดูที่สวนนี้พอดี

คุณเปิ้ล เล่าให้ฟังก่อนที่จะมาเป็นผู้รับซื้อกล้วยหอมส่งเซเว่นอีเลฟเว่น และห้างสรรพสินค้า modern trad ว่า คุณเปิ้ลเล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีทำผักส่งขายห้างโลตัสทั่วภาคใต้ ต่อมาหันมาซื้อกล้วยส่งเซเว่น อีเลฟเว่น พักเรื่องผักให้หุ้นส่วนนำไปทำต่อ ตนหันมาส่งเสริมการปลูกกล้วยอย่างจริงจัง ถือว่าทำมาแล้ว 10 ปี

เริ่มแรกที่ส่งเซเว่นฯ ใช้กล้วยประมาณ 200-300 กิโลกรัมต่อวัน นำมาแพ็คเป็นลูกก็ประมาณ 2-3 พันลูก ปัจจุบันเพิ่มผลผลิตเป็น 14,000 แพ็คต่อวัน ตก 100 ตันต่อเดือน คิดเป็นลูกก็คือ 14,000 ลูกต่อวัน

ในระหว่างที่คุณเปิ้ลและทางเจ้าของสวนคือ คุณทิพย์กาญจนี  เทิดพิพัฒกุล พาเราเดินชมสวนภูทิพย์ ซึ่งปลูกกล้วยตรงตามที่เซเว่นฯต้องการ กล่าวคือ ปลูกในระยะห่างประมาณ 2X2 แต่มีข้อจำกัด จำนวนต้นอาจได้น้อยกวว่า เพราะปลูกร่วมกับทุเรียน โดนยึดหลักว่า ทุเรียน 1 ต้น ปลูกกล้วยล้อมไว้ 2 ทิศ 4 ต้น และคิดว่ากล้วยกับทุเรียนอยู่ร่วมกันเป็นมิตรกันได้ดี กล้วยต้นใหญ่ให้ลูกดกและได้ขนาดส่งเซเว่นฯ บางต้นอาจจะมี 6-7 หวี แต่ถ้าจะให้สมบูรณ์ก็ประมาณ 8 หวีต่อเครือ ที่สำคัญได้มาตรฐาน Gap หรือเกษตรปลอดภัย ถึงแม้จะปลูกในร่องสวนทุเรียน แต่ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และกล้วยที่ได้มาตรฐานยังต้องผ่านการตรวจสารเคมี ว่ามีสารเคมีปนเปื้อนหรือตกค้างหรือไม่

“เราเชื่อว่าเกษตรกรทุกคนมีมาตรฐานในการผลิต รู้จักการใช้ปุ๋ยและสารเคมี เรามีมาตรฐานส่วนกลางให้ คือเริ่มแรกหลังปลูกเราจะใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 จำนวน 100 กรัมในเดือนแรก ในเดือนที่ 2 จะใช้ปุ๋ย 25-7-7 ส่วนเดือนที่3 จะเป็นสูตร 15-15-15 ลูกค้าบางแปลงก็อาจจะเลี้ยงสัตว์ไปด้วย ก็อาจจะเอามูลวัวมาใส่กับปุ๋ยที่เราใช้เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีก็ถือว่าเป็นการประหยัดลดต้นทุนในการผลิตกล้วยหอมทอง” คุณเปิ้ล กล่าวและว่า เราเองเน้นให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนให้มากที่สุด เพื่อจะได้มีกำไรและยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างไรก็ตามขอให้ได้กล้วยตามมาตรฐานประมาณ 120 กรัมต่อลูก หรือ 1.8 กิโลกรัมต่อหวี ส่วนผิวจะต้องไม่ลายไม่มีรอยหนอนไต่ ความแก่ของกล้วยที่ส่งตามเซเว่นฯจะประมาณ 85% นับจากวันที่ตัดปลีประมาณ 60 – 65 วัน การทำกล้วยส่งเซเว่นเราจะให้น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 120 กรัมต่อลูก ถ้าลูกไหนไม่ถึง 120 กรัมเราก็จะใช้ 2 ลูกแพ็คคู่ จะทำให้เกษตรกรขายกล้วยได้ทุกลูก เราไม่ทิ้งภาระให้กับเกษตรกรโดยเลือกซื้อแต่ลูกใหญ่ๆ เราจะซื้อหมดทั้งสวน เรามีราคารับประกันขั้นต่ำให้เกษตรกรโดยขายในราคากิโลกรัมละ 12 บาท นี่ถือว่าเป็นราคาประกัน ถ้าช่วงที่กล้วยพีคคือตลาดมีความต้องการสูงเราก็จะปรับราคาให้เพิ่ม ในขณะที่ช่วงไหนกล้วยล้นตลาดเราก็จะมีราคาประกับคือ 12 บาท ที่ภาคใต้เราจะมีจุดศูนย์รวมในจังหวัดพัทลุงคือที่ตําบลแม่ขรี อําเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง แล้วก็จะส่งไปลงแพ็คที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ก่อนส่งต่อไปที่ศูนย์กระจายสินค้าของเซเว่นฯ

“ผมขอย้ำว่าพื้นที่ปลูกกล้วยจะต้องมีน้ำ เพราะกล้วยต้องการน้ำเยอะ แต่ที่สำคัญต้องไม่ให้น้ำท่วม และเกษตรกรจะต้องดูแลจัดการสวนให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย ตัดกล้วยตามกำหนดวัน และผลกล้วยมีขนาดตามที่กำหนด” คุณเปิ้ลกล่าวว่า เวลาซื้อกล้วยจากเกษตรกรต้องจ่ายเงินสด ไม่มีการให้เครดิตเหมือนเวลาไปส่งเซเว่นฯหรือห้างสรรพสินค้า เพราะฉะนั้นเงินทุนหมุนเวียนจึงมีความสำคัญ โดยได้รับความอนุเคราะห์ปล่อยสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.นำมาลงทุนต่อยอด เป็นสินเชื่อ SME เสริมแกร่ง ตอนนี้เราขยายธุรกิจเพิ่ม จะขอสินเชื่อเพิ่มจากธ.ก.ส.เสริมแกร่งให้ธุรกิจเรายืนอยู่ได้อย่างมั่นคง

ในตอนท้ายเราได้พูดคุยถึงอนาคตของตลาดกล้วยหอม คุณเปิ้ลบอกว่าตลาดกล้วยหอมใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างยังสามารถขยายได้อีก รวมทั้งจะขยายเพิ่มเติมไปที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งทางผู้บริหารธ.ก.ส.อยากให้ขยายไปให้ครอบคลุมเพื่อช่วยยกระดับรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนั้นตนเองกำลังเจรจากับทางญี่ปุ่น มาเลเซีย ฯลฯ เพื่อขยายตลาดกล้วยหอมให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ปิดท้ายเราได้พูดคุยกับคุณทิพย์ เจ้าของสวนภูทิพย์ บอกว่าการปลูกกล้วยหอมส่งเซเว่นไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับการปลูกทุเรียนที่ปลูกร่วมกับกล้วยหอมอยู่ในแปลงเดียวกัน เพียงแต่ต้องดูแลเรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ยตามระยะการเติบโต รวมไปถึงโรคแมลงต่างๆ มีการฉีดยาป้องกันบ้าง แต่นานๆครั้ง และจะต้องมีการใช้ถุงห่อกล้วย ซึ่งจะทำให้ผิวสวยไม่มีร่องรอยของแมลงมารบกวนจึงจะได้เกรด A โดยกล้วยของตนจะปลูกได้มาตรกรฐานเกรด A เป็นส่วนใหญ่

“ปลูกกล้วยหอมส่งเซเว่นฯไม่ยากเลย เพราะเรามีพี่เลี้ยงตามที่บริษัทเขาแนะนำ ต้นทุนก็ไม่สูงมาก คิดว่าเป็นรายได้ที่ดี ระหว่างรอทุเรียนให้ผลผลิตเราก็มีกล้วยเป็นรายได้มาช่วยเลี้ยงทุเรียน ตั้งใจว่าจะขยายแปลงปลูกกออกไปอีก 10 ไร่เร็วๆนี้ค่ะ” คุณทิพย์ เกษตรหญิงแกร่งแห่งสวนภูทิพย์ กล่าวอย่างมั่นใจ ซึ่งขณะที่เรามาสัมภาษณ์นั้นจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 ล่าสุดเราได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณภูธดา โพธิ์ศรีทอง กำลังสำคัญแห่งสวนภูทิพย์ แจ้งมาว่า..กล้วยหอมทองอีก 10 ไร่ ที่ขยายการปลูกออกไป โดยแบ่งเป็น 5ไร่แรก คงจะเก็บผลผลิตได้ช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ สวนแห่งใหม่นี้ขุดสระน้ำลึก 15 เมตร ได้ปล่อยปลาบึกเลี้ยงไว้ด้วย ก็หวังว่าพี่น้องเกษตรกรรายนี้จะเป็นต้นแบบให้กับคนในชุมชมได้อีกด้วย

(คลิกชมรายละเอียดเพิ่มเติม สวนภูทิพย์พัทลุง ปลูกกล้วยส่งเซเว่นฯตามลิงก์ล่างนี้) https://www.facebook.com/reel/1728020404672962/?s=single_unit

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated