สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เปิดตัว 9 โครงการวิจัยนำร่องจาก 9 หน่วยงานชั้นนำภาครัฐและเอกชน เตรียมความพร้อมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยรับมือ European Union Deforestation-free Regulation (EUDR) กฎระเบียบใหม่ของ EU ที่จะบังคับใช้เต็มรูปแบบปลายปีนี้

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ข้อมูลจาก FAO และ UNEP ระบุว่าโลกสูญเสียป่าไม้ปีละกว่า 10 ล้านเฮกตาร์ ดังนั้นพื่อแก้ปัญหานี้สหภาพยุโรป (EU) จึงออกกฎระเบียบ EUDR เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 โดยกำหนดว่าสินค้าเกษตร 7 กลุ่ม ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถั่วเหลือง โกโก้ โค และไม้ ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถึงแหล่งผลิตที่ชัดเจน และผลิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต้นทาง ถึงแม้ประเทศไทยจะถูก EU จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ แต่จากข้อมูลของสหประชาชาติ พบว่าในปี 2567 ประเทศไทยส่งออกสินค้าเกษตรกลุ่มนี้ไป EU มูลค่ารวมกว่า 1.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.49 หมื่นล้านบาท การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการ รักษาตลาด เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย
และเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ARDA สนับสนุนทุนวิจัยให้ มกอช. จัดทำ National Policy Framework ให้คณะกรรมการ EUDR ระดับชาติเห็นชอบ และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ EUDR นอกจากนี้ ได้เสนอหัวข้อประเด็นมุ่งเป้าเรื่อง EUDR ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ววน. เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้งานจริง เช่น ระบบ GIS และ Remote Sensing ตรวจสอบพิกัดแปลงเพาะปลูก ระบบ Traceability End-to-End ติดตามสินค้าแต่ละล็อตจากฟาร์มถึงปลายทาง แอปพลิเคชันสำหรับเกษตรกรรายย่อย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกสินค้าผ่านกฎระเบียบ EUDR ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดได้อย่างมั่นใจ โดยได้สนันสนุน 9 โครงการวิจัย ได้แก่

1. โครงการ การออกแบบระบบเตรียมความพร้อมสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน – มหาวิทยาลัยรังสิตออกแบบและกำหนดคุณสมบัติของระบบ ให้มีความพร้อมสำหรับโซ่อุปทานสินค้าเกษตรไทย ที่ส่งออกไป EUDR
2. โครงการ พัฒนาระบบนำเข้า–ส่งออกตามมาตรฐาน EUDR – สมาคมอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) สำหรับสินค้านำเข้าและส่งออก
3. โครงการจัดทำ Geolocation แพลตฟอร์มดิจิทัลของภาคเกษตรไทยกับการรับมือกฎระเบียบที่ปราศจากการ
ตัดไม้ทำลาย ป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) อย่างยั่งยืน โดย บริษัท จีไอเอส จำกัด พัฒนาระบบตรวจสอบแหล่งที่มาพื้นที่ปลูกสินค้าว่าปลอดจากการบุกรุกป่า ผ่านแพลตฟอร์ม Geolocation และฐานข้อมูลกลางอัจฉริยะ รองรับการตรวจสอบย้อนกลับและประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน EUDR เสริมความโปร่งใสและความสามารถแข่งขันสินค้าเกษตรไทย
4. โครงการ วิเคราะห์ตลาดสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยัง EU – บริษัท แอคเซส ยุโรป จำกัด สำรวจแนวโน้มตลาดและท่าทีคู่ค้าในอาเซียนและ EU เพื่อสนับสนุนการวางแผนกลยุทธ์การส่งออกผ่านข้อมูลภาคเอกชน ข้อเสนอเชิงนโยบาย และการสื่อสารเชิงรุกสู่ตลาดโลก
5. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายของข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับ EUDR

6. โครงการ เสริมศักยภาพผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมัน – กรมวิชาการเกษตร การสร้างการรับรู้ให้เกษตรกร รวมถึงแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และสามารถบริหารจัดการสวนปาล์มได้ตามระเบียบ EUDR
7. โครงการ การศึกษาระบบยืนยันความถูกต้องทางกฎหมายของไม้ไทยสำหรับส่งออก – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาห่วงโซ่อุปทานของไม้ไทย เพื่อรองรับการส่งออกไม้ตามกฎระเบียบ EUDR
8. โครงการ ทวนสอบข้อมูลเกษตรกรและพิกัดแปลงเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน – สำนักงานปฏิรูปที่ดินปรับปรุงความถูกต้องของข้อมูลพิกัดและแปลงเกษตรกรเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและติดตามผลผลิตสินค้าเกษตร
9. โครงการ การวิจัยและปรับปรุงข้อมูลผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัลให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ EUDR – กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อปรับปรุงข้อมูลผังแปลงเกษตรกรรมให้ได้ตามมาตรฐานแผนที่สอดคล้องกับการตรวจสอบย้อนกลับ
ของกฎระเบียบ EUDR

“โครงการทั้ง 9 สะท้อนถึงพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยพร้อมรับมือกับ EUDR แต่ยังสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่ยอมรับบนเวทีโลกอย่างมั่นคง” ดร.วิชาญฯ กล่าวปิดท้าย