“กรมเจรจาฯ” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ล่องใต้ติวเข้มเกษตรกร พร้อมดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ
“กรมเจรจาฯ” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ล่องใต้ติวเข้มเกษตรกร พร้อมดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ควงพันธมิตร ลงพื้นที่พบหารือกลุ่มเกษตรกรภาคใต้ ส้มจุกจะนะ มะม่วงเบาแปรรูป ผลิตภัณฑ์ตาลโตนด เน้นโอกาสของสินค้าเกษตรไทยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ โดยยกระดับคุณภาพ มาตรฐานสินค้า และแปรรูปสินค้าให้มีความหลากหลาย เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันทางการค้าเกษตรกรไทยและขยาย การส่งออกไปตลาดโลก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการจัดทัพร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ดำเนินโครงการ “การเพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี ครั้งที่ 6” ให้กับกลุ่มเกษตรกรภาคใต้ 6 จังหวัด คือ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชุมพร สตูล เมื่อวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2562 ณ จังหวัดสงขลา โดยได้ลงพื้นที่พบปะกับวิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ อำเภอจะนะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านนาออก อำเภอสิงหนคร แปรรูปผลิตภัณฑ์มะม่วงเบา. และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมใยตาลโหนดทิ้ง อำเภอสทิงพระ. ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมฯ ได้แจ้งให้กลุ่มเกษตรกรทราบถึงประโยชน์ของความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ในการขยายการส่งออกให้กับสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศต่างๆ ที่ไทยทำเอฟทีเอด้วย 13 ฉบับกับ 18 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี อินเดีย เปรู ชิลี ฮ่องกง ซึ่งส่วนใหญ่ได้ลดหรือยกเลิกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยแล้ว จึงเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรไทยในการขยายตลาดและส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้. โดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่เอฟทีเอ 18 ประเทศ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ในปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดโลกด้วยมูลค่ากว่า 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกไปประเทศคู่ค้าเอฟทีเอมูลค่ากว่า 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 64 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูป เช่น ผลิตภัณฑ์ตาลโตนดต่างๆ เป็นต้น

“กรมเจรจาฯ” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ล่องใต้ติวเข้มเกษตรกร พร้อมดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ

นางอรมน เพิ่มเติมว่า นอกจากการลงพื้นที่ กรมฯ ยังได้จัดเสวนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ช่องทางรวยของสินค้าเกษตรจากเอฟทีเอ” และ “ทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรสู่ตลาดเอฟทีเอ” ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีซ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมืองสงขลา ได้รับผลตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเกษตรกรภาคใต้กว่า 150 คน ให้ได้ทราบข้อมูลเรื่องช่องทางการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ และการทำการตลาดต่างประเทศ โดยกรมฯ ได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าการตลาดมาติวเข้มวิเคราะห์สินค้าและแนะนำตลาดส่งออกที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัดภาคใต้ด้วย ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจนำสินค้ามาวิเคราะห์และร่วมจำหน่ายในงานเสวนาอย่างคึกคัก อาทิ ผ้าใยสัปปะรด ผ้าย้อมใยกล้วย มะม่วงเบาแปรรูป ลูกหยีแปรรูป ทั้งนี้ กรมฯ เชื่อมั่นว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้ช่วยทำให้เกษตรกร มองเห็นช่องทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และผลประโยชน์จากการใช้ความตกลงเอฟทีเอในการทำการค้าระหว่างประเทศ  ­­­­­­

“กรมเจรจาฯ” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ล่องใต้ติวเข้มเกษตรกร พร้อมดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ

“กรมเจรจาฯ” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ล่องใต้ติวเข้มเกษตรกร พร้อมดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ

นางอรมน เสริมว่า จากการลงพื้นที่พบหารือกับวิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ ทำให้ได้ทราบว่า อยู่ระหว่างการยื่นขึ้นทะเบียนสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยสินค้าส้มจุกจะนะมีความโดดเด่น คือ เป็นส้มที่มีความหอม รสเปรี้ยวอมหวาน ขนาดประมาณ 3-4 ผลต่อกิโลกรัม ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 200 บาท ปัจจุบันผลผลิตไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย สำหรับการพบหารือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านนาออก อำเภอสิงหนคร มีการแปรรูปมะม่วงเบา มีพื้นที่ปลูกมะม่วงเบา 1,000 ไร่ ให้ผลผลิต 1,000 ตันต่อปี เป็นมะม่วงเบาที่มีจุดเด่นคือ ผลเล็ก รสเปรี้ยว กรอบ มีวิตามินสูง สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มะม่วงได้หลายชนิด โดยกลุ่มมีการแปรรูปเป็นมะม่วงเบาแช่อิ่ม  น้ำมะม่วงเบา มะม่วงกวน แยมมะม่วงเบา เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการขยายการจำหน่ายไปยังตลาดมาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้พบร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมใยตาลโหนดทิ้ง อำเภอสทิงพระ เป็นแหล่งปลูกตาลโตนดมากที่สุดในประเทศ มากกว่า 2 ล้านตันต่อปี ใยตาลมีจุดเด่นคือ เหนียว ไม่ขึ้นรา มีความมันไม่สามารถย้อมสี แต่มีสีสันเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับงานหัตถกรรมที่มีความปราณีตสวยงาม อาทิ กระเป๋า หมวก ของประดับบ้าน เป็นต้น โดยใช้วัสดุ แรงงาน และการออกแบบในพื้นที่ ปัจจุบันสินค้าส่งออกไปตลาดยุโรป ญี่ปุ่น และกัมพูชา และเป็นสินค้าที่มีโอกาสใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอเพิ่มแต้มต่อในการขยายตลาดส่งออกโดยเฉพาะตลาดพรีเมี่ยม ในส่วนของผลตาล มีการนำมาแปรรูปเป็นลูกตาลสดพร้อมทาน ลูกตาลน้ำกะทิ ลูกตาลลอยแก้ว น้ำตาลโตนด ตาลโตนดกระป๋อง เพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบในพื้นที่ จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน

“กรมเจรจาฯ” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ล่องใต้ติวเข้มเกษตรกร พร้อมดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated