กรมชลประทานเดินหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยการศึกษาสำรวจและออกแบบระบบผันน้ำส่วนเกินจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ผ่านสถานีสูบน้ำ ท่อส่งน้ำ และอุโมงค์ใต้ดินความยาว 42 กิโลเมตร หวังเพิ่มน้ำต้นทุนเฉลี่ย 58.43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี บรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซากในลุ่มน้ำลำตะคอง พร้อมเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา




เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสุพัตรารีสอร์ท อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี นายประกาศิต สาณะเสน นายอำเภอวังม่วง เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศงานจ้างสำรวจ ออกแบบ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายพิเชษฐ์ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน นายกานต์ โพธิดอกไม้ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสระบุรี นายวศวรรธน์ นาคนวล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ และนายไพฑูรย์ ยังรักษา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง พร้อมด้วยพระภิกษุ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุม

วังม่วงจุดเริ่มต้นโครงการ หวังสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรระยะยาว
นายประกาศิต สาณะเสน นายอำเภอวังม่วง กล่าวว่า อำเภอวังม่วงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง เพื่อผันน้ำไปยังจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และแนวอุโมงค์ผันน้ำจะผ่านพื้นที่การเกษตรบางส่วน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ
ปัจจุบันมีการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เข้ามาใช้ในพื้นที่การเกษตรแล้วกว่า 2,000 ไร่ จึงเชื่อมั่นว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ประสบภัยแล้งรุนแรง ซึ่งสามารถผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไปเติมเขื่อนลำตะคอง ก่อนกระจายน้ำไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอำเภอวังม่วงยังเสนอให้ผู้เข้าร่วมประชุมศึกษาข้อมูลของกรมชลประทานอย่างละเอียด และพิจารณาผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมคาดหวังว่ากรมชลประทานจะเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปปรับปรุงแนวเขตก่อสร้างและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

เกษตรก้าวไกลLIVE 1-ปฐมนิเทศโครงการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนลำตะคอง https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/2311102316126022
เกษตรก้าวไกลLIVE 2-ปฐมนิเทศโครงการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนลำตะคอง https://www.facebook.com/kasetkaoklai/videos/1080522824824518

ออกแบบระบบผันน้ำครบวงจร ใช้เวลาดำเนินการ 720 วัน
นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า PYFW JV ดำเนินงานสำรวจและออกแบบโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 720 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2571
องค์ประกอบหลักของโครงการประกอบด้วย สถานีสูบน้ำป่าสักชลสิทธิ์ สถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดัน ท่อผันน้ำ 3 ช่วง อุโมงค์ผันน้ำ และอาคารประกอบ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด 4 อำเภอ 7 ตำบล ได้แก่ อำเภอวังม่วงและอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี รวมถึงอำเภอสีคิ้วและอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนสำรวจและออกแบบรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2571 หลังจากนั้นจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้านสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตใช้พื้นที่ และจัดหางบประมาณ ก่อนเข้าสู่การก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี

ผันน้ำส่วนเกินปีละ 58.43 ล้าน ลบ.ม. เติมเขื่อนลำตะคอง
ตามแผนการออกแบบ โครงการจะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ไปยังอ่างเก็บน้ำลำตะคองในช่วงฤดูน้ำหลาก ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม โดยมีอัตราการไหล 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เฉลี่ยประมาณ 70 วันต่อปี คาดว่าจะสามารถนำน้ำมาเติมเขื่อนลำตะคองได้เฉลี่ย 58.43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ระบบผันน้ำมีอุโมงค์ความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร เนื่องจากเขื่อนลำตะคองตั้งอยู่ในระดับความสูงมากกว่า 250 เมตร จึงจำเป็นต้องใช้ระบบสูบน้ำและเพิ่มแรงดัน ก่อนส่งน้ำผ่านท่อและอุโมงค์เข้าสู่อ่างเก็บน้ำลำตะคอง
สำหรับค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 87.44 ล้านบาท และค่าดำเนินการและบำรุงรักษาประมาณ 12.54 ล้านบาทต่อปี โดยกรมชลประทานประเมินว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประโยชน์จากการเพิ่มน้ำต้นทุนและการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งถัดไป

ย้ำผันเฉพาะน้ำส่วนเกิน ไม่กระทบการจัดสรรน้ำเขื่อนป่าสักฯ
นายพิเชษฐ กล่าวว่า โครงการจะผันน้ำเฉพาะส่วนเกินจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในช่วงที่ระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve) ซึ่งเป็นระดับที่ต้องบริหารจัดการและระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำอยู่แล้ว และจะหยุดผันน้ำเมื่อระดับน้ำลดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ดังนั้น ในปีที่มีปริมาณน้ำน้อย การผันน้ำอาจทำได้น้อยมากหรือไม่สามารถผันน้ำได้เลย พร้อมยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการจัดสรรน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์การผันน้ำไว้อย่างชัดเจนในคู่มือบริหารจัดการน้ำ
นายพิเชษฐ อธิบายเพิ่มเติมว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีศักยภาพเก็บกักน้ำประมาณ 800-900 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ทำให้มีน้ำส่วนเกินมากกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในบางช่วง จึงมีแนวคิดนำน้ำส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ต้องการน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำลำตะคอง

รับประโยชน์ 154,195 ไร่ เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้งอีก 25,000 ไร่
โครงการมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 154,195 ไร่ ครอบคลุม 40 ตำบล 6 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา โดยคาดว่าจะช่วยให้การส่งน้ำในฤดูฝนมีความทั่วถึงมากขึ้น สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้งเพิ่มอีก 25,000 ไร่ และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมร้างจำนวน 7,535 ไร่ ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายเสริมความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม รองรับความต้องการใช้น้ำของประชากรเกือบ 2.60 ล้านคนในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินจากร้อยละ 95.11 เป็นร้อยละ 116.21 และคาดว่าจะสร้างผลประโยชน์ด้านการเกษตรประมาณ 1,473.98 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการสำรวจและออกแบบรายละเอียด กรมชลประทานจะทบทวนรูปแบบและองค์ประกอบของโครงการ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณแนวเส้นทางที่ผ่านภูเขา ซึ่งจะใช้วิธีขุดอุโมงค์ลอดใต้ดิน พร้อมปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่สูญเสียไป
กรมชลประทานจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวทีปฐมนิเทศ การชี้แจงในพื้นที่ ไปจนถึงเวทีปัจฉิมนิเทศ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชน

เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำ 801 ล้าน ลบ.ม. เตรียมบริหารน้ำรองรับฤดูแล้งปี 2570
นายวศวรรธน์ นาคนวล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำประมาณ 801 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 91 ของความจุเก็บกัก และยังมีแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ได้มีการปรับลดการระบายน้ำและวางแผนเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งปีถัดไป โดยแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2570 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570 คาดว่าจะมีความต้องการใช้น้ำรวมประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายวศวรรธน์กล่าวว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป สามารถพิจารณาผันน้ำส่วนเกินไปเติมอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์บริหารจัดการน้ำและไม่กระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมในเขตโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ การนำน้ำส่วนเกินไปใช้ประโยชน์ในลุ่มน้ำอื่นย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการระบายน้ำทิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

สระบุรีหวังต่อยอดระบบผันน้ำ เพิ่มน้ำอ่างมวกเหล็ก รองรับพื้นที่เกษตร 50,000 ไร่
นายกานต์ โพธิดอกไม้ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสระบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในจังหวัดสระบุรีกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักจนเกิดปัญหาน้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ
สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง พื้นที่อำเภอมวกเหล็กและอำเภอวังม่วงจะเป็นทางผ่านของอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไปยังเขื่อนลำตะคอง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนและข้อกังวลของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
นายกานต์กล่าวว่า ในอนาคตโครงการยังอาจต่อยอดไปสู่การเพิ่มปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์เข้าสู่อ่างเก็บน้ำมวกเหล็กอีกปีละ 10-20 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยปัจจุบันพื้นที่รับประโยชน์ของอ่างเก็บน้ำมวกเหล็กอยู่ที่ประมาณ 25,000 ไร่ และมีแผนขยายพื้นที่รับประโยชน์ให้ครอบคลุม 50,000 ไร่

ลุ่มน้ำลำตะคองขาดน้ำซ้ำซาก แม้พัฒนาแหล่งน้ำแล้วกว่า 880 โครงการ
นายไพฑูรย์ ยังรักษา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง กล่าวว่า ลุ่มน้ำลำตะคองเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำมูล และประสบปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซากแทบทุกปี เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ พื้นที่ยังเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงเฉลี่ยประมาณ 21 วันต่อปี ส่งผลให้เกิดวิกฤติภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาได้พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ไปแล้วกว่า 880 โครงการ รวมความจุเกือบ 1,255 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งอ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และระบบสูบน้ำใต้ดิน แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
กรมชลประทานจึงเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ด้วยการผันน้ำส่วนเกินจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาเติมน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง เพื่อเพิ่มศักยภาพการเก็บกักและกระจายน้ำไปยังพื้นที่ชลประทานในจังหวัดนครราชสีมาอย่างทั่วถึง พร้อมช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำป่าสักในช่วงฤดูน้ำหลาก
โครงการนี้จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำระหว่างลุ่มน้ำ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมาในระยะยาว








































