เรื่องโดย : จตุพล เกษตรก้าวไกล
ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 “เกษตรก้าวไกล” ได้มีโอกาสเดินทางไปกับคณะสื่อมวลชนชุดใหญ่นำโดย ธ.ก.ส.ไปเปิดตัวโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ณ โรงเรียนบ้านเมืองเก่าศรีอินทราทิตย์ จังหวัดสุโขทัย เพื่อสร้างทักษะการทำ “เกษตรการค้า” ยุคใหม่ให้เยาวชน ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การบริหารเงิน และการตลาด เพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรสูงอายุและส่งเสริมคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร จังหวัดสุโขทัย

ไหนๆก็มาจังหวัดสุโขทัยทั้งที เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ เจริญรุ่งเรืองตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และยังคงวัฒนธรรมสืบต่อกันมาอีกยาวนาน มีประเพณีการลอยกระทง จุดประทีปโคมไฟ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ธ.ก.ส.ได้พาเราไปพบกับคุณป้าเสงี่ยม แสวงลาภ ประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีชัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นชุมชนชนท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางยังชุมชนแห่งนี้ไม่ขาดสาย


คุณป้าเสงี่ยม หรือ “แม่เสงี่ยม” กล่าวว่า ที่มาทำเป็นชุมชนท่องเที่ยวเกิดขึ้นจากการที่ได้เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ดูต้นแบบ OTOP ดูต้นแบบการท่องเที่ยว การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โฮมสเตย์ พอกลับมาในปี 2547 ก็ได้เปิดเป็นโฮมสเตย์ รองรับนักท่องเที่ยว มาถึงตอนนี้ก็ 21 ปีแล้ว มีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน เช่นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมการพัฒนาชุมชน ฯลฯ

“ธ.ก.ส. พาเราไปประกวดหมู่บ้านท่องเที่ยวจนชนะเลิศชุมชนอุดมสุข ในระดับประเทศประจำปี 2568” ป้าเสงี่ยมกล่าวและว่า นักท่องเที่ยวที่มาชอบท่องเที่ยววิถีชุมชน นั่งรถอีแต๊กพาเที่ยวในชุมชน พาดูวิถีชีวิตของเกษตรกรและชาวบ้านในชุมชน ไปตามรูทท่องเที่ยว ไปกินมะนาวน้ำผึ้ง ไปดูการทำตุ๊กตาบาร์โหน ไปดูการทอผ้าใต้ถุนบ้าน แล้วมาชมวิถีชาวนา มาชมสะพานใจเชื่อมทุ่ง มีกิจกรรมมากมายเกี่ยวกับวิถีชาวนาให้ได้รับชม ระหว่างทางสะพานใจเชื่อมทุ่งเรามีศาลาพักผ่อนให้ได้เยี่ยมชมวิถีชาวนาอย่างจุใจ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นตามที่เรามี ตามที่เราเป็น เราก็ปรับปรุงตามวิถีชุมชนไม่ได้ปรุงแต่งอะไร”

ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น กล่าวต่อไปว่า เรามาทำตรงนี้ทำให้ลูกหลานที่จากบ้านเกิดไปทำงานที่กรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ ได้กลับมาสานต่องานของพ่อแม่ คือสร้างชุมชนให้น่าท่องเที่ยวยิ่งขึ้น เมื่อชุมชนอบอุ่นการพัฒนาก็จะไปได้ดี ช่วงนี้เรากำลังจัดกิจกรรมปีใหม่ย้อนหลังให้กับชุมชนบ้านนาต้นจั่น ที่ผ่านมาชุมชนเราไม่ได้หยุดเลยต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี จึงถือโอกาสนี้จัดงานรวมตัวกันและมีกิจกรรมอย่างสนุกสนาน ตามวิถีชนบทให้ได้รับชมกัน เป็นการต้อนรับคนที่มาเยือนอย่างอบอุ่น พร้อมเชิญเข้าร่วมกิจกรรมที่เราจัดขึ้นด้วย พอตกเย็นเราก็มารับประทานอาหารสังสรรค์กัน ช่วงค่ำๆเราก็มีดนตรีมีคาราโอเกะให้ได้ร้องเพลง สนุกสนานกันในทุ่งนาแห่งนี้

คุณป้าเสงี่ยมกล่าวอีกว่า สมาชิกของเรามีประมาณ 400 ชีวิต เรานำสิ่งที่มีเอามาเป็นจุดขาย แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ กว่าจะเป็นน้ำมันใจเดียวกัน เราต้องหล่อหลอม ใช้เวลา 17 ปีแห่งการต่อสู้ เริ่มแรกเป็นกลุ่มแม่บ้านทำกันมาตั้งแต่ปี 2534โดยหาทุนกันเอง เริ่มแรกกลุ่มแม่บ้านมีสมาชิกแค่ 21 คน รับจ้างปลูกข้าวโพด รับจ้างเกี่ยวข้าว เพื่อหาทุนต่อยอด ต้องใช้เวลาถึง 17 ปี ต่อมาเมื่อปี 2541 เราได้เงินทุนกันมานำมาชวนกันทอผ้า ลงหุ้นส่วนกัน บริหารจัดการเป็นระบบสหกรณ์ ตอบมาเมื่อปี 2542 กระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาสนับสนุนเรื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปี 2547มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น กลับมาไม่นานได้ไปดูงานที่ประเทศสเปนอีก เขาจัดสัมมนาขายแพ็คเกจขั้นที่ประเทศสเปน ชุมชนของเราโชคดีได้มีโอกาสไปอยู่ตรงนั้นเราจึงจัดแพ็คเกจมาทวนที่บ้านนาต้นจั่นของเรานี่เอง

“ตอนนี้มีถึง 10 บริษัทที่นำชุมชนของเราไปขายแพ็คเกจ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย แต่มันมาสะดุดเมื่อตอนโควิด 19 ต้องหยุดไปถึง 3 ปี แต่เมื่อเปิดอีกทีฝรั่งมังค่าก็ยังให้ความสนใจมาท่องเที่ยวในชุมชนบ้านนาต้นจั่นของเราอย่างเนืองแน่น ต้องขอขอบคุณธ.ก.ส. และลุงพร เกษตรก้าวไกลที่นำเรื่องราวในชุมชนของเราไปเผยแพร่ ถ้ามาแล้วประทับใจ ถ้ามาแล้วถูกใจก็ขอให้บอกต่อ ขอเชิญทุกท่านมาท่องเที่ยวและติดต่อเราได้เลยที่เพจบ้านนาต้นจั่น หรือเบอร์โทร 088 -4957738” ป้าเสงี่ยมกล่าวและว่า ปัจจุบันลูกหลานที่ไปทำงานที่เมืองใหญ่ต่างกลับมาช่วย เป็นแอดมิน/ ตอนนี้เรามีแอดมินถึง 3 คน เป็นผู้จัดคิว เป็นผู้ดำเนินการด้านท่องเที่ยว และมีฝ่ายออกแบบซึ่งเป็นการต่อยอดของบรรพบุรุษที่สร้างไว้ เราจะทำที่นี่ให้เป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน สร้างเงินสร้างงานให้กับชุมชน ลูกหลานก็จะไม่ต้องเดินทางไปทำงานไกลๆในเมืองใหญ่

แม่เสงี่ยมกล่าวว่า สำหรับชุมชนอื่นๆในประเทศไทยที่จะมาศึกษาดูงาน แม่เสงี่ยมยินดีถ่ายทอดประสบการณ์ทุกอย่างให้ นำของดีในชุมชนของท่านมาเสนอเพื่อให้เป็นจุดเด่นในการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยว

“คุณป้าต้องขอขอบคุณธ.ก.ส.ที่มาสนับสนุนทุกอย่าง ช่วยเราทุกอย่าง พร้อมหน่วยงานราชการอื่นๆ อีก ถ้าเราไม่ได้ธ.ก.ส.ชุมชนเราคงไม่เดินมาถึงจุดนี้” คุณป้าเสงี่ยมกล่าวทิ้งท้าย และบอกว่า ปัจจุบันมีบ้านโฮมสเตยฺทั้งหมด 44 หลัง จำนวน 127 ห้อง โดยมีสมาชิก 33 รายเป็นเจ้าของ บริหารแบบรวมศูนย์กลาง มีลูกหลานเป็นมือไม้สำคัญ เฉพาะรายได้ของโฮมสเตย์ 18 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เชิญติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคลิปที่นำมาประกอบข่าวนี้











































