“หม้อแกงลิง-ต้นละ 3 แสน” งานเกษตร-สวนลุม โชว์ผลงานเกษตรรุ่นใหม่เพียบ!
งาน“เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี”ใจกลางกรุง ณ. สวนลุมครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปี เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนพรรษาครบรอบ 65 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 10 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” ใจกลางกรุง ณ. สวนลุมครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปี เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทำให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุข โดยจะจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2560

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงไฮไลท์สำคัญในงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” ที่จะมีขึ้นว่า จะมีการจำลองนิทรรศการมีชีวิต”เสมือนจริง ในหลายด้าน อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีต่อการพัฒนาการเกษตร ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งยังได้จัดถวายพระพรเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของรัชกาลที่10 ผลการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหรือคนเกษตรกรเรียกย่อๆว่า “ศพก.” ผลผลิตจากการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ในตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาและผลงานของหรือเกษตรกรรุ่นใหม่ (Yong Smart Farmer :YSF)ของไทยที่ผันตัวเองจากภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ พนักงานบริษัทมา เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีใจรักและมีความมุ่งมั่นทำการเกษตรอย่างจริงจัง ได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ให้เข้ากับสถานการณ์การผลิตได้อย่างมีระบบ ทำให้ผลผลิตจากเกษตรของกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่เหมือนเกษตรกรทั่วไป เพราะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ความรู้ ความสามารถมาใช้ในการทำเกษตรให้ก้าวหน้าและมีความหลากหลาย ล้ำหน้ากับการแสดงสุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตร ยุค 4.0

“หม้อแกงลิง-ต้นละ 3 แสน” งานเกษตร-สวนลุม โชว์ผลงานเกษตรรุ่นใหม่เพียบ!
สัมผัส จับต้อง เรียนรู้ นวัตกรรมเด่นๆ ไอเดียเท่ห์ๆของเกษตรกรเจเนอเรชัน “YSF” เหล่านี้ที่นำมาแสดงใน “สวนลุม”

ล้ำหน้ากับกับสุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตร ยุค 4.0    

ใครที่เคยมองว่า “อาชีพเกษตร” เป็นเรื่องเชยๆมางานนี้แล้วจะบอกว่าเลิกล้มความคิดในทันที หากได้มาสัมผัส จับต้อง เรียนรู้ นวัตกรรมเด่นๆ ไอเดียเท่ห์ๆของเกษตรกรเจเนอเรชัน “YSF” เหล่านี้ที่นำมาแสดงใน “สวนลุม” ให้คนเมืองได้อวดโฉม เรียกว่าเป็นอวดโฉมคนเมืองให้รู้จัก “วิถีเกษตรสมัยใหม่” กันอย่างกว้างขวางขึ้น

อาทิ การปลูกผักแนวตั้ง การปลูกผักใช้พื้นที่น้อย สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีชื่อเสียงและสินค้าเกษตรอินทรีย์ การจัดแสดง Novel Food  หลายคนอาจตั้งคำถามว่า What are “Novel Foods”?

Novel Food  ก็คืออาหารจากพืชหรือสัตว์ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบดั้งเดิม แต่เป็นอาหารที่ได้รับการปรับแต่งโดยกระบวนการผลิตแบบใหม่  ถ้านึกไม่ออกก็พยามนึกถึงจิ้งทอดหรือแมงสะดิ้งทอด แมลงที่คนไม่เคยกินแต่เดี๋ยวนี้คนหันมานิยมกินกันมากขึ้น  นอกจากนี้ยังมีสินค้า Organic  Food ที่ยกทัพมาเอาใจคนรักสุขภาพอย่างเรา นวัตกรรมสเปรย์ดับกลิ่นที่ทำจากมูลไส้่เดือน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอะโวคาโดสายพันธุ์ต่างประเทศ  การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ต้นหม้อข้าว หม้อแกงลิงจากต้น 40-50 บาทขายได้ราคาถึง 250บาท-3แสนบาท เป็นต้น

วรเชษฐ์ วังพลากร แห่ง “สวนวังพลากร” อ.พบพระ จ.ตาก ผู้ริเริ่มคิดค้น วิจัยไม้ผล “อโวคาโด” พัฒนาเป็น ”ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิว”
วรเชษฐ์ วังพลากร แห่ง “สวนวังพลากร” อ.พบพระ จ.ตาก ผู้ริเริ่มคิดค้น วิจัยไม้ผล “อโวคาโด” พัฒนาเป็น ”ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิว”

“อโวคาโด” ผลไม้มหัศจรรย์จาก “แปลงใหญ่” จ.ตาก สู่…ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิว

วรเชษฐ์   วังพลากร แห่ง “สวนวังพลากร” อ.พบพระ จ.ตาก นับเป็นเกษตรกรต้นแบบอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่เป็นชาวสวน(แปลงใหญ่)เท่านั้น วรเชษฐ์เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าคนหนึ่ง เป็นผู้ริเริ่มคิดค้น วิจัยไม้ผล “อโวคาโด” พัฒนาเป็น ”ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิว” เพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า แม้ปกติการจำหน่ายผลสดก็ขายได้ราคาดีกว่าผลิตไม้ชนิดอื่นอยู่แล้ว เนื่องจาก “อโวคาโด” มีสรรพคุณล้ำค่าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูงทำให้มีความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย แต่เมื่อนำมาแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิวยิ่งทำให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัว

 “วรเชษฐ์” นำผล “อะโวคาโด” สายพันธุ์ต่างๆ อาทิ พันธุ์แฮส พันธุ์บัคคาเนีย พันธุ์ปีเตอร์สัน นำไปแปรรูปเป็น สบู่ก้อน สบู่เหลว ครีมนวดผม ภายใต้แบรนด์ Merty (เมอตี้) โดยการนำสรรพคุณมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาทิ อุดมไปด้วยวิตามิน  วิตามินอี บำรุงผิวพรรณ สารต้านอนุมูลอิสระมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิวและผม 100% โดยผลิตภัณฑ์ทุกชนิดได้ผ่านการทดสอบจากเซ็นทรัล แล็บ และแล๊ปแม่โจ้มาอย่างเรียบร้อย

ปัจจุบันสวนอาโวคาโด “สวนวังพลากร” ได้ชื่อว่าเป็นสวนอโวคาโดที่มีสายพันธุ์แฮส (Hass) มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยปลูกบนเทื้อที่กว่า 20 ไร่ และยังมีลูกสวนที่อยู่ในเครือของสวนวังพลากรอีกจำนวนมาก ปลูกบนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 780 เมตร มีการดูแลรักษาเอาใจใส่ทุกขั้นตอน อาโวคาโดจึงมีคุณภาพที่ดี ผลิตภัณฑ์จากสวนวังพลากรในแบรนด์ Merty  (เมอตี้) จึงรับประกันได้ว่าใช้วัตถุดิบได้เต็มอันตรา และคัดสรร คุณภาพมาใช้เท่านั้น ทุกผลิตภัณฑ์ไม่มีสารกันเสีย  ไม่ใส่สี เน้นธรรมชาติเพื่อสุขภาพผิว

สุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตร ของ Yong Smart Farmer จ.ระยอง “ประกิต โพธิ์ศรี” เกษตรกรรุ่นใหม่จากอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ผู้ริเริ่มปรับปรุงสายพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง
สุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตร ของ Yong Smart Farmer จ.ระยอง “ประกิต โพธิ์ศรี” เกษตรกรรุ่นใหม่จากอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ผู้ริเริ่มปรับปรุงสายพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง

ฮือฮา เตรียมเปิดตัว “หม้อข้าว หม้อแกงลิง” ต้นละ3 แสน ของ Yong  Smart  Farmer จ.ระยอง

ผลงานนวัตกรรมทางพันธุกรรมพืช “หม้อข้าว หม้อแกงลิง”  นับเป็นอีกหนึ่งสุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตร ของ Yong  Smart  Farmer จ.ระยอง  “ประกิต โพธิ์ศรี” เกษตรกรรุ่นใหม่จากอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ผู้ริเริ่มปรับปรุงสายพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง โดยนำนวัตกรรมทางพันธุกรรมพืชของไทย ผสมร่วมกับพันธุ์ต่างประเทศ จนได้สายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ สยามเรด นิลมังกร แบล็คไดมอน เป็นต้น ทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ หรือเป็นซิกเนเจอร์ของประเทศไทย

ปัจจุบันหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ โดยนำพันธุ์ไทยกับต่างประเทศมาผสม ทำให้เกิดใบด่างสวยงายกลายเป็นต้นไม้ที่มีมูลค่า โดยตลาดค้าส่งหม้อข้าวหม้อแกงลิง ได้แก่ ตลาดบางใหญ่ สวนจตุจักรและหน้าสวน ส่วนต่างชาติที่นิยมสะสมและนิยมเลี้ยงหม้อข้าว หม้อแกงมากที่สุด ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน อเมริกา ส่วนคนไทยจะนิยมเลี้ยงสายพันธุ์ต่างประเทศซึ่งมีลักษณะดอกทรงกระบอก ในขณะตลาดต่างประเทศจะนิยมสายพันธุ์ไทยซึ่งมีลักษณะดอกกลมๆ

ประกิต กล่าวด้วยว่า หม้อข้าว หม้อแกงสายพันธุ์ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดมีนักธุรกิจที่นิยมสะสมจากประเทศเวียดนามเสนอซื้อในราคา 3 แสนบาทเป็นสายพันธุ์ N.viking x rafflesiana  โดยตนจะนำไปเปิดตัวเป็นครั้งแรกงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี”  จะมีคุณลักษณ์พิเศษคือต้นด่าง ใบลายเกิดจากยีนส์ที่ผิดปกติทำให้เปลี่ยนสีใบ เป็นใบไม้ที่หายาก จะเรียกว่าเป็นต้นเดียวในโลกก็ว่าได้ ใบและดอกจะลายสีเดียวเป็นจะเกิดขึ้นได้ 1ในล้านต้นจะเจอสักต้น ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ  กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาสายพันธ์อีกที

 “การนำต้นหม้อข้าว หม้อแกงสายพันธุ์ต่างๆไปโชว์ในครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ผลการพัฒนาพันธุ์พืชท้องถิ่น ซึ่งกำลังจะสูญพันธุ์ ให้ทั่วโลกได้เห็นคุณค่า และร่วมอนุรักษ์ พร้อมต่อยอดแนวคิดพัฒนาสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้สนใจเข้าร่วมงาน จะได้เห็นพันธุ์พืชใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาสายพันธุ์ และยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกทางหนึ่งด้วย ”  ประกิต  กล่าว

วิวัฒน์ ศรีกระสัง หนึ่งใน Young Smart หรือ “YSF” แห่งอ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้ปลูก “มันหวานอินทรีย์
วิวัฒน์ ศรีกระสัง หนึ่งใน Young Smart หรือ “YSF” แห่งอ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้ปลูก “มันหวานอินทรีย์

Young Smart  จ.นครราชสีมา โชว์มันหวานสายพันธุ์ฮาวายช่วย  “ชะลอความแก่”

 วิวัฒน์  ศรีกระสัง หนึ่งใน Young Smart หรือ “YSF” แห่งอ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา วิวัฒน์ถือเป็นเด็กหนุ่มไฟแรงที่ผันตัวเองจากอาชีพสื่อสารมวลชนหันมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยการหันมาปลูก “มันหวานอินทรีย์” สายพันธุ์ต่างประเทศและสายพันธุ์ไทยในพื้นที่ 50 ไร่ ภายใต้กระบวนปลูกระบบอินทรีย์ 100%  ความพิเศษของมันหวานวิวัฒน์  คือ เนื้อมันสีขาว ไม่เหมาะแก่การปลูกในช่วงฤดูฝน เพราะมีแป้งมาก รสชาติตจะไม่หวาน เช่น พันธุ์ออเรนทอลไวน์

ทั้งนี้ใครที่อยากรับประทานมันหวานรสชาติอร่อยและมีราคาถูกกว่ามันนำเข้าจากต่างประเทศถึง 10 เท่า โดยนิวัฒน์จะนำมันหวานพันธุ์ฮาวาย ไปโชว์แลจำหน่ายในราคาถูกในงาน  พันธ์สายพันธุ์ดังกล่าวมีความพิเศษไม่เหมือนใคร คือ มีหัวสีขาว แต่เนื้อสีม่วง สีสันสวยงาม มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการอย่างมาก เนื้อในสีม่วง มีสารช่วยชะลอความแก่ โดยมันหวานพันธุ์ฮาวาย มีเกษตรกรปลูกในไทยน้อยมาก เพียง 10-15 รายเท่านั้น แต่ผลผลิตที่ได้เป็นที่พอใจ 1 ไร่ ได้ 3,000 กิโลกรัม  และราคาดี 350 บาท/กก.ในขณะที่หากนำเข้าจากต่างประเทศมีราคากิโลกรัมละประมาณ 2-3 พันบาท  

จามจุรี กันคำ เด็กสาวจากเชียงใหม่ ผู้ผลิตปุ๋ย และสเปรย์ดับกลิ่นจากมูลไส้เดือน
จามจุรี กันคำ เด็กสาวจากเชียงใหม่ ผู้ผลิตปุ๋ย และสเปรย์ดับกลิ่นจากมูลไส้เดือน

ทึ่งนวัตกรรมสเปรย์ดับกลิ่นจากมูลไส้เดือน

จามจุรี กันคำ เด็กสาวจากเชียงใหม่ที่มีดีกรีถึงวิศวกรด้านอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ เป็นอีกคนหนึ่งที่ผันตัวเองจากมนุษย์เงินเดือนมาเป็นเกษตรกรุ่นใหม่ (Yong Smart Farmer) อยู่เมืองหนองคาย หลังจากได้ที่ทำกินจากส.ป.กจามจุรีได้ร่วมตัวกับเพื่อนๆที่เข้าร่วมโครงการในการปลูกผักอินทรีย์ จากนั้นก็จุดประกายความคิดอยากต่อยอดในการผลิตปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยศึกษาวิธีผลิตปุ๋ยไส้เดือนด้วยตัวเองจนเกิดความเชี่ยวชาญพัฒนาจนสามารถผลิตจำหน่ายภายใต้ชื่อ “อีคิวฟาร์ม จำกัด” นอกจากเลี้ยงทำปุ๋ยใช้เองในฟาร์มแล้ว ยังเลี้ยงไส้เดือนสายพันธุ์ต่างประเทศ (African night crawler) เชิงการค้าอีกด้วย พันธุ์ดังกล่าวสามารถผลิตมูลไส้เดือนเร็วกว่าสายพันธุ์พื้นบ้านถึง 6 เท่า ขยายพันธุ์ได้เร็วกว่าอีกด้วย

ไม่หยุดเพียงแค่นั้น จามจุรียังเกิดไอเดียต่อยอดมูลไส้เดือน โดยวิจัย ค้นพบสารกำจัดกลิ่น ซึ่งเกิดจากการสร้างของจุลินทรีย์ที่ใช้อากาศที่อยู่ภายในใจตัวของไส้เดือน ผ่านการเลี้ยงไส้เดือนดินด้วยวิธีพิเศษและใช้นวัตกรรมการหมักสกัดและกรอง  ผ่านความร้อนเพื่อทำการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ ให้คงเหลือแต่สารดับกลิ่น นวัตกรรมสเปรย์ไส้เดือนดินจึงถือเป็นนวัตกรรมครั้งแรกของเกษตรกรไทยที่ไม่ได้หยุดแค่ผลิตปุ๋ย แต่สามารถนำปุ๋ย ดิน และน้ำมาประยุกต์เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ได้ ปัจจุบันสเปรย์ดับกลิ่นจากมูลไส้เดือน ได้ผ่านการตรวจสอบของสาธารณสุข และกำลังขอจดทรัพย์สินทางปัญญากับกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ถือเป็นฝีมือและมันสมองของเกษตรกรไทยล้วนๆ ซึ่งวันนี้บอกได้คำเดียวว่าพัฒนาไปไกลกว่าที่คิด   นับเป็นอีกหนึ่งแห่งความภาคใจของกระทรวงเกษตรฯในการเฟ้นสุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตรดีเด่นแห่งปีผลงานอวดโฉมให้คนเมืองได้สัมผัส และที่พลาดไม่ได้!!! ฟรีการฝึกอบรมมากกว่า 20 หลักสูตร และสาธิตการแปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรสู่การประกอบอาชีพในอนาคต เพียงแค่สมัครผ่าน Website : kasetsunluam.doae.go.th รับจำนวนจำกัด อ้อที่พลาดไม่ได้ยิ่งกว่ามีบุฟเฟต์ผลไม้ ราคาเดียว สดๆจากสวนของเกษตรกรจริงๆด้วยจร้า

งาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี”
งาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี”

ย้ำเที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกวัน แต่งาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” สุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตรแห่งปีมีให้เที่ยวได้แค่ 16-20 ส.ค ที่สวนลุม ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-20.00 น.นี้เท่านั้น