ที่พิษณุโลกมีทุเรียนดี... “สวนเพชรนครไทย” มีวิธีจัดการให้ได้คุณภาพเหมือนถิ่นเกิด
ดร.วีรวุฒิ กตัญญูกุล เจ้าของสวนเพชรนครไทยโฮมสเตย์ ภูมิใจกับความสำเร็จในวันนี้

เรื่อง/ภาพ : เกษตรวาไรตี้ รู้แล้วรวย

ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูง ได้รับฉายาว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ ซึ่งนับว่ามีความ “น่าสนใจ” ในระดับหนึ่งแล้ว ทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่มี “มหัศจรรย์” มากๆ คือ การที่มีกลิ่นและรสชาติที่มีทั้งคนที่ชอบในระดับคลั่งไคล้ และไม่ชอบในระดับที่เกลียดหรือแพ้กลิ่นจนร่างกายออกอาการนั้น นับได้ว่าทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีสีสัน ซึ่งนอกจากจะใช้บริโภคเป็นผลไม้สดแล้ว ยังสามารถทำเป็นผลไม้แปรรูป ที่เป็นทั้งอาหารคาวและหวาน ตลอดจนยังสามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายรูปแบบได้อีกด้วย

ด้วยปัจจุบันทุเรียนได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากตลาดในประเทศ และต่างประเทศ อีกทั้งการบุกซื้อถึงสวนของล้งจีน ทำให้ราคาทุเรียนพุ่งสูงขึ้น พูดได้ว่าในปัจจุบันนี้จะหาซื้อทุเรียนราคาต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาทนั้น ไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นจะเห็นว่า 2-3 ปีนี้มีการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก ได้มีการนำไปกระจายปลูกทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

เพื่อนๆมาเยี่ยมชม
เพื่อนๆมาเยี่ยมชม

พิษณุโลกมีทุเรียนดี

“สวนเพชรนครไทย โฮมสเตย์” ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 219/2 บ้านแก่งไฮ ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมี ดร.วีรวุฒิ  กตัญญูกุล เป็นเจ้าของสวน ซึ่งดร.วีรวุฒิ ได้บุกเบิกสร้างสวนเพชรนครไทยนี้มาร่วมสิบกว่าปีแล้ว โดยได้มีการปลูกไม้ผลไว้หลากหลายชนิด อาทิ ลำไย มะม่วง เงาะ สะตอ ไผ่ และทุเรียน เป็นต้น นอกจากเป็นแหล่งปลูกไม้ผลคุณภาพแล้วยังได้มีบ้านพักที่รายล้อมไปด้วยวิวธรรมชาติสุดลูกหูลูกตา เพียบพร้อมด้วยทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับการเข้าพักที่สะดวกสบาย มีกีฬาทางน้ำให้ได้สัมผัส และห้องประชุมสัมมนา และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะทำให้การเข้าพักของคุณน่าพึงพอใจยิ่งขึ้น สวนเพชรนครไทย โฮมสเตย์ ผสมผสานการต้อนรับอันอบอุ่นเข้ากับบรรยากาศเป็นมิตรเพื่อให้การเข้าพักของคุณในนครไทยนั้นยากจะลืมเลือน

คุณจอย จากเกษตรวาไรตี้ รู้แล้วรวย บุกมาถึงสวน
คุณจอย จากเกษตรวาไรตี้ รู้แล้วรวย บุกมาถึงสวน

ดร.วีรวุฒิ เล่าให้ฟังว่าเดิมนั้นตนเป็นคนจังหวัดจันทบุรี ดังนั้นจึงคลุกคลีอยู่ในเรื่องของไม้ผลและอาชีพเกษตรกรรมมาโดยตลอด เมื่อได้มาสร้างสวนเพชรนครไทย โฮมสเตย์ แห่งนี้ จึงมีความสนใจนำทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์อื่นๆมาปลูกที่นี่ ตลอดจนนำไม้ผลชนิดอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อของภาคตะวันออกมาปลูกในพื้นที่แห่งนี้ ปลูกเพื่อศึกษาให้รู้ถึงข้อดีข้อเสีย เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช ปริมาณผลผลิต ตลอดจนรสชาติของผลไม้ว่าแตกต่างจากที่อื่นๆ อย่างไรบ้าง ซึ่งไม้ผลหลายๆ ชนิดได้เริ่มทยอยให้ผลผลิตออกมาต่อเนื่องเรื่อยๆ ตลอดทั้งปี

คุณภาพชี้วัดฝีมือ

อย่างที่ทราบกันว่าการปลูกทุเรียนนอกถิ่นให้ได้คุณภาพที่ดีนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเกษตรกรอย่างแน่นอน น้ำมากเกินไป หรือแล้งเกินไป ตลอดจนสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลต่อต้นทุเรียนอย่างแน่นอน ปลูกแล้วตายบ้าง เป็นโรคบ้าง หรือไม่โตไม่ให้ผลผลิตบ้าง เป็นต้น ชาวสวนที่นับว่าเก่ง สามารถปลูกไม้ผลชนิดอื่นสำเร็จ กลับต้องยอมพ่ายแพ้กับทุเรียนไปก็ว่าได้

ปัจจุบันดร.วีรวุฒิ ได้ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองไว้ที่สวนแห่งนี้ 500 ต้น และกำลังจะปลูกเพิ่มอีก 200 ต้นในเร็วๆ นี้ พร้อมกับตั้งเป้าที่จะปลูกเพิ่มในปีหน้าอีกราวๆ 300 ต้น โดยรุ่นแรกที่ปลูกมีอายุ 4-5 ปี ในฤดูกาลที่ผ่านมาได้ทยอยให้ผลผลิตได้แล้ว ส่วนบางต้นอายุเพียง 3 ปีก็สามารถให้ผลผลิตได้เช่นกัน ในเรื่องความดก รสชาติ และขนาดของผล รับรองว่ามีคุณภาพที่ดีและรสชาติหวาน มัน อร่อย ไม่แพ้ทุเรียนจากที่ไหนๆ แน่นอน

สำหรับการจัดการดูแลทุเรียนของสวนเพชรนครไทย โฮมสเตย์ ให้ได้คุณภาพนั้น ดร.วีรวุฒิ ได้บอกเล่าให้เราฟังไว้พอสังเขป ดังนี้

ทุเรียนปลูกใหม่ต้องดูแลหน่อย
ทุเรียนปลูกใหม่ต้องดูแลหน่อย
  • ต้องทำการปรับปรุงดินให้สมบูรณ์ก่อน

สภาพดินของที่นี่จริงๆ แล้ว ไม่เหมาะสมในการปลูกทุเรียน เพราะทุเรียนชอบดินโปร่งไม่แน่น แต่ที่นี่ดินแน่น เป็นดินดาน และขาดธาตุแคลเซียม ต้องทำการปรับปรุงดินสมบูรณ์ก่อน ด้วยการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์และฮิวมิค ในการทำให้ดินร่วนซุย แต่ถ้ามีธาตุแคลเซียมและไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้มีเปลือกหนา เนื้อน้อย ซึ่งสภาพดินที่นี่ปลูกแล้วทุเรียนมีเปลือกบาง เนื้อเยอะ รวมถึงทุเรียนยังชอบน้ำเยอะแต่ไม่ชอบให้น้ำขัง ที่นี้ฝนน้อยแต่มีบ่อน้ำที่เพียงพอตลอดทั้งปี สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุที่พื้นที่แห่งนี้สามารถปลูกทุเรียนที่มีคุณภาพได้ โดยผลผลิตทุเรียนของที่นี่จะออกล่าช้ากว่าที่อื่นๆ เพราะจะปล่อยตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเร่ง แต่ที่อื่นจะใช้เพราะต้องเร่งให้สุกก่อนเข้าฤดูฝน ทำให้ต้องแข่งขันในเรื่องของราคา ซึ่งข้อดีของที่นี่คือฝนน้อย ดังนั้นจึงให้ผลผลิตช้ากว่า ขายได้ราคาสูง

ด้านหลังผู้มาเยือนคืออ่างเก็บน้ำที่ไว้ใช้ในสวน
ด้านหลังผู้มาเยือนคืออ่างเก็บน้ำที่ไว้ใช้ในสวน
  • ระบบน้ำต้องเจ๋งและเพียงพอ

ในส่วนของระบบน้ำจะใช้ระบบมินิสปริงเกอร์โดยในปีแรกก็ใช้แค่หัวเดียว แต่เมื่อต้นมีอายุมากขึ้นต้องเพิ่มเป็น 3 หัว/ต้น การให้น้ำเมื่อปลูกใหม่ ให้น้ำวันเว้นวัน เมื่อต้นมีอายุเพิ่มขึ้นให้ 3 วัน/ครั้ง และหน้าฝนให้ดูความชื้นเป็นหลัก อย่างไรก็ตามทุเรียนเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ ดังนั้นผู้ปลูกจึงไม่ควรมองข้าม

ที่สวนเพชรนครไทย โฮมสเตย์ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พอเพียงที่จะให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี เพราะการปลูกผลไม้จะขาดน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะทุเรียนเป็นพืชที่ใช้น้ำมาก จะต้องเข้าใจว่าช่วงไหนทุเรียนต้องการน้ำอย่างไร

การดูแลจัดการที่ดีจะนำมาซึ่งคุณภาพที่ต้องการ
การดูแลจัดการที่ดีจะนำมาซึ่งคุณภาพที่ต้องการ
  • เทคนิคการดูแลจัดการเรื่องปุ๋ย

การดูแลสวนเบื้องต้นจะเน้นปลูกพืชหลากหลาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติและช่วยสร้างความชื้นสัมพัทธ์ให้กับทุเรียนให้เกิดความเหมาะสมในการติดดอกออกผล มีการเป็นระบบที่ชัดเจนไม่ปล่อยให้ทุเรียนหากินตามธรรมชาติ โดยในช่วงทำใบให้สมบูรณ์จะใช้กรดอะมิโน เพื่อเร่งการแตกใบอ่อน ด้านการเตรียมต้นจะให้ปุ๋ยทางดิน เช่น มูลไก่ มูลวัว ฮิวมิค และปุ๋ยเม็ด ซึ่งคือปุ๋ยลัคซีโค้ท (Luxecote) คือ ปุ๋ยที่ควบคุมการปลดปล่อย ทำให้ต้นทุเรียนได้กินอาหารทุกวันในปริมาณที่เท่าๆกัน ปริมาณการใส่เท่ากับปุ๋ยปกติ แต่การสูญเสียน้อยกว่า ไม่สูญเสียไปกับน้ำฝนหรือละเหยไปตามอากาศได้ง่าย ใส่ 1 ครั้ง สามารถมีธาตุอาหารได้นาน 3-4 เดือน ได้ประสิทธิภาพปุ๋ยมากกว่า 90% ไม่สิ้นเปลืองต้นทุนมาก

จากต้นเล็กเพิ่งปลูกสู่ต้นใหญ่อายุ 3 ปี...ต้องดูแลจัดการอย่างดี
จากต้นเล็กเพิ่งปลูกสู่ต้นใหญ่อายุ 3 ปี…ต้องดูแลจัดการอย่างดี

การให้ปุ๋ยทางใบ จะใช้ปุ๋ยเกรด และธาตุอาหารหลักธาตุอาหารรอง อีกทั้งใช้กรดอะมิโนที่เป็นตัวเร่งในการสร้างใบ โดยการฉีดพ่นสม่ำเสมอให้มีการสะสมอาหารให้สมบูรณ์ จนเกิดการแตกใบอ่อน 3 รุ่น แสดงว่าต้นมีความสมบูรณ์พร้อมในการติดดอกออกผลได้ผลดีแล้ว

เมื่อมีอากาศเย็นลงต้นทุเรียนจะเกิดความเครียด จะเปลี่ยนจากปุ๋ยสูตรเสมอ (21-21-21) มาเป็นปุ๋ยตัวกลางสูง คือ 10-52-10 ผสมกรดอะมิโน (เอตอนเอแซด) และทราฟอสเค (0-28-20) เพื่อสะสมอาหาร และสร้างตาดอก โดยที่สวนจะไม่ใช้สารแพคโคลบิวทราโซลเลย ซึ่งถ้าใช้บ่อยๆ จะส่งผลอันตรายในระยะยาวต่อต้นทุเรียน เสียหายมากโดยเฉพาะราก เมื่อบำรุงต้นทุเรียนตามที่กล่าวมาแล้วนั้นจะได้ต้นทุเรียนที่สมบูรณ์ ใบใหญ่ สีเขียวเข้ม มันวาว

  • เทคนิคการตกแต่งผล-ไว้ผล

เมื่อผลมีขนาดเท่าไข่ไก่จะทำการตัดแต่งผล โดยเลือกผลที่มีรูปทรงสวย และเลือกตำแหน่งการไว้ผลโดยเลือกผลที่ใกล้โคนกิ่งไว้มากกว่าปลายกิ่ง ส่วนผลที่มีรูปทรงบิดเบี้ยวไม่สวยงามให้ตัดทิ้ง ต้นทุเรียนที่มีอายุ 4-5 ปี จะไว้ผล 15-20 ผล/ต้น จะได้น้ำหนัก 2-3 กก./ผล ซึ่งดร.วีรวุฒิ บอกว่าพึงพอใจในขนาดผลของทุเรียนที่ได้มาก เพราะถ้าทำใหญ่ไปเนื้อทุเรียนจะไม่สม่ำเสมอ เปลือกหนาและขายยาก ซึ่งผลละ 2-3 กก. เปลือกบาง เนื้อเยอะ เป็นขนาดที่อร่อยและเหมาะกับกำลังซื้อของผู้บริโภค

หมอนทองคุณภาพ...เนื้อเหลืองสวยงามมาก
หมอนทองคุณภาพ…เนื้อเหลืองสวยงามมาก
  • วิธีทำหมอนทองก้านยาว

ช่วงติดผลจะฉีดเดลแฟน (Delfan) เพื่อขยายก้านขั้วของผลให้แข็งแรง ซึ่งเป็นท่อลำเลียงอาหารไปให้ผล เมื่อก้านขั้วแข็งแรงก็สามารถไว้หลายผลในขั้วเดียวได้โดยที่ผลไม่หล่น และยังทำให้ก้านยาวด้วยทุเรียนจะไม่เบียดกัน จะได้ทุเรียน “หมอนทองก้านยาว” โดยหลังจากกลีบดอกร่วงจะใช้เวลา 120-130 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวผล ผลิตได้

  • การจัดการหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต

เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วต้องตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ให้ลมและแสงแดดผ่านได้บ้าง กิ่งไม่ทับซ้อนหนาแน่นเกินไปจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและเป็นที่อาศัยของศตรูพืชได้ และบริเวณโคนต้นต้องตัดแต่งกิ่งให้สูงจากพื้นดินประมาณ 0.8-1.0 เมตร เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าไปทำงานบริเวณโคนต้น ถ้าเริ่มตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มตั้งแต่ต้นอายุน้อยๆ จะได้ทรงพุ่มที่สวยงาม อีกทั้งต้องตัดกิ่งที่แก่ กิ่งฉีกหัก และกิ่งแขนงต่างๆออก พร้อมกับฉีดทราฟอส เค เพื่อป้องกันโรคเน่าต่างๆ ที่เกิดขึ้น และป้องกันโรคกิ่งแห้ง ส่วนกิ่งที่แห้งแล้วเมื่อฉีดทราฟอส เค แล้วจะแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ทราฟอส เค ยังสามารถนำไปฉีดในช่วงบำรุงดอก ซึ่งจะให้ธาตุฟอสฟอรัสสูง และถ้าใบเหลืองหรือกิ่งแห้งจะฉีดทราฟอส เค ผสมกับปุ๋ยเกรดและสารอะมิโน สามารถช่วยป้องกันและรักษาได้ผลที่ดีทีเดียว จากนั้นก็เริ่มบำรุงด้วยปุ๋ยทางดินดังที่กล่าวมาเหมือนเดิมในฤดูกาลต่อไป

ผู้สนใจมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานการจัดการสวนทุเรียนและผลไม้อื่นๆ
ผู้สนใจมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานการจัดการสวนทุเรียนและผลไม้อื่นๆ

ภูมิใจที่ทำได้สำเร็จ….

ผลผลิตที่ได้ในฤดูกาลนี้ ดร.วีรวุฒิ บอกว่าผลผลิตยังได้น้อย ราวๆ 400 กว่าผล น้ำหนักเฉลี่ย 2-3 กก./ผล เพราะต้นทุเรียนที่เริ่มให้ผลผลิตได้นั้นมีอายุเพียง 4-5 ปี ซึ่งเป็นการให้ผลผลิตที่เร็วมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ปลูกในที่อื่นๆ โดยในปีต่อไปจะได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นแน่นอน เพราะปลูกใหม่ทุกๆ ปี โดยผลผลิตทั้งหมดขายได้ในราคากิโลกรัมละ 150 บาท โดยจุดเด่นของทุเรียนที่สวนเพชรนครไทย จะมีเปลือกบาง เนื้อละเอียด มีเนื้อเยอะ รสชาติหวานแต่ไม่หวานแหลม กลิ่นไม่แรงมาก

“ได้นำทุเรียนหมอนทองจากจันทบุรี มาปลูกที่พิษณุโลก ไม่ใช่จะทำได้ทุกคนทุกสวน เพราะแตกต่างกันสิ้นเชิงทั้งสภาพพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ วันนี้สวนเพชรนครไทย ทำได้สำเร็จ และได้คุณภาพ ทั้งรสชาติและปริมาณ ตอบโจทย์และชี้วัดการบริหารจัดการที่ดีและถูกต้อง ตั้งแต่การผลิต เรื่อง ดิน น้ำ ปุ๋ย ยา จนถึงการบริการเรื่องการตลาดที่กำหนดได้เอง และสามารถขายผลผลิตหน้าสวนได้สูงถึง 150 บาท/กก. ราคาขายได้เฉลี่ย 500 บาท/ลูก ใน 1 ต้น ให้ผลผลิตดกถึง 20-30 ลูก ทำเงินได้สูงเฉลี่ย ถึง 10,000-15,000 บาท/ต้น” ดร.วีรวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายถึงการลองผิดลองถูกที่กว่าจะประสบความสำเร็จในการปลูกทุเรียนต่างถิ่นให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างทุกวันนี้

สนใจเยี่ยมชมสวนตัวอย่างได้ที่ สวนเพชรนครไทย โฮมสเตย์ เลขที่ 219 บ้านแก่งไฮ หมู่ 11 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หรือติดต่อฝ่ายวิชาการ บริษัท ฟลอราเทค จำกัด เลขที่ 92/440 หมู่บ้านเมืองเอก โครงการ 3 ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000 โทร.0-2997-7138-9 แฟกซ์ 0-2997-6507 อีเมล์ floratek1@hotmail.com …ยินดีต้อนรับครับ

ขอบคุณ : ฟอร์ด เอเวอเรสต์ พาหนะคู่ใจในครั้งนี้
ขอบคุณ : ฟอร์ด เอเวอเรสต์ พาหนะคู่ใจในครั้งนี้