เรื่อง/ภาพ : สิริพร ประสานเวช

เกษตรคือประเทศไทย…ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว บนดินมีพืชผักสวนครัว…“เกษตรก้าวไกล” เดินทางไกลไปกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ไปพบกับเกษตรกรคนเก่ง ประกอบอาชีพไร่นาสวนผสม เขาไม่ได้สำเร็จคนเดียว แต่ยังแบ่งปันความรู้ไปยังคนอื่นด้วย

นามของเขา…จ่าสิบโทสุทิน ทองเอ็ม หรือ “จ่าก้อง” อายุ 39 ปี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ประจำปี 2560 อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

จ่าสิบโทสุทิน ทองเอ็ม หรือ “จ่าก้อง
จ่าสิบโทสุทิน ทองเอ็ม หรือ “จ่าก้อง”

จ่าก้อง เล่าให้ฟังว่า บนพื้นที่เกือบ 30 ไร่ สามารถจัดสรรปันส่วนออกมาเป็นเกษตรผสมผสานได้แก่ ที่พักอาศัย 2 ไร่ พื้นที่ทำนาจำนวน 20 ไร่ โดยจะใช้ปุ๋ยหมัก หรืออินทรียวัตถุเท่านั้น พื้นที่บริเวณบ้านปลูกพืชผักสวนครัว 2 งาน เช่น พริก ข่า ชะอม ตะไคร้ มะเขือยาว มะเขือกรอบ เป็นต้น พื้นที่ที่เหลือปลูกไม้ผล และไม้ยืนต้น 3 ไร่ 3 งาน ปลูก ไผ่ 3 งาน มะม่วง มะปราง มะพร้าว ขนุน มะไฟ 2 ไร่ กล้วยหอมทอง 1 ไร่ ด้านประมง จะขุดบ่อ 8 บ่อ ใช้พื้นที่ 3 ไร่ แยกประเภทปลา ได้แก่ ปลาดุก 2,000 ตัว ปลาสวาย 2,000 ตัว ปลานิลและปลาทับทิม 5,000 ตัว หอยขม 1 บ่อ กบ 1 บ่อ แค่นั้นยังไม่พอยังเลี้ยงปศุสัตว์ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะไก่หลากหลายพันธุ์ เช่น ไก่พันธุ์ไข่ 20 ตัว ไก่พื้นเมือง 5 ตัว นกกระทา 100 ตัว และไก่พันธุ์สวยงาม 10 คู่ เช่น ไก่ญี่ปุ่น ไก่มินิโคชิน ไก่ซิลกี้ ไก่อียิปฟายูมิ ไก่เหลืองหางขาว ไก่บาร์ม่า ไก่โปรแลน ไก่ดำมองโกลเลีย ไก่ไข่เล็กฮอนขาวหงอนจักร และไก่ไข่บาร์พลีมัทล๊อค นอกจากนี้ยังมีเลี้ยงปูนาในวงบ่อ กิ้งกือ-ไส้เดือนไว้ผลิตปุ๋ย 3 บ่อ และเลี้ยงมดแดงบนต้นมะม่วง พื้นที่บริเวณอื่นๆ อีก 3 ไร่ 2 งาน จะแบ่งออกเป็นสระบัว 1 ไร่ ผักบุ้ง 2 งาน และสระน้ำไว้กักเก็บน้ำ 2 ไร่ อีกด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่าจ่าก้องทำเกษตรแบบไร่นาสวนผสมอย่างไรจึงประสบความสำเร็จและได้รับเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ก็ได้รับคำตอบว่า ตัวเขานั้นมีพื้นเพครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรมาก่อน ประกอบกับใจรักในการเกษตร และอยากที่จะปลูกผักปลอดสารพิษ ไว้บริโภคเอง จึงทำให้ทุ่มเทอย่างเต็มที่

“ทำอาชีพเกษตรกรตั้งแต่ศึกษาอยู่ ก็ได้ช่วยครอบครัวทำกิจกรรมไร่นาสวนผสมมาอย่างต่อเนื่อง จึงศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ค้นหาข้อมูลศึกษาจากแปลงที่ประสบผลสำเร็จ และได้มาดำเนินกิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง ในระยะแรกนั้นทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก ได้นำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเองมาปรับใช้ เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีกิจกรรมเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ลดต้นทุน การผลิตลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีรายได้ต่อเนื่องที่ยั่งยืน โดยยึดหลักทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ เน้นการใช้น้ำหมักชีภาพที่หมักเองจากหลังบ้าน เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากกลุ่ม ทำให้ผลผลิตที่ได้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ’’

ด้านหน้าบริเวณบ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลป่าแฝก
ด้านหน้าบริเวณบ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลป่าแฝก

จ่าก้อง นับว่าเป็นเกษตรกรอีกท่านหนึ่งที่มุ่งมั่นบากบั่น แถมเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ผลงานและชอบทำการทดลองตลอดเวลา เช่น การทดลองเลี้ยงไส้เดือนไว้เพื่อผลิตปุ๋ย ในบ่อซีเมนต์ จำนวน 3 บ่อ กว้าง 60 เซนติเมตร มาช่วยในเรื่องของการย่อยสลายเศษอาหารและเศษพืชผัก เพื่อใช้ในการน้ำหมัก น้ำหมักมูลไส้เดือนนอกจากจะส่งผลให้โครงสร้างดินขึ้น ยังสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น รากพืชสามารถชอนไช ดินมีการระบายน้ำได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถจำหน่ายไส้เดือนได้ในราคา กิโลกรัมละ 600 บาท

การทดลองชิ้นที่สอง คือการนำน้ำที่อยู่ในต้นไผ่ออกมา โดยวิธีการใช้สว่านเจาะลงใต้ปล้องหรือใต้ข้อต่อจากนั้นจึงใช้หลอดกาแฟเสียบเข้าไป ปล่อยทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมง ก็จะมีน้ำไหลออกมาจากต้นไผ่ ต้นละประมาณ 1.5 – 2ลิตรจากนั้นก็จะได้น้ำไผ่บริสุทธิ์มาบรรจุขวดขาย ตอนนี้ยังไม่สถาบันใดให้การมดลองแน่ชัดว่ามีประโยชน์ หรือสรรพคุณด้านใดแน่ชัด แต่ทางด้านต่างประเทศ เชื่อกันว่า ถ้าหากได้ดื่มน้ำไผ่ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปวดเมื่อย หากได้นำมาล้างหน้าจะทำให้หน้าอ่อนเยาว์

การเลี้ยงมดแดงแบบธรรมชาติบนต้นไม้
การเลี้ยงมดแดงแบบธรรมชาติบนต้นไม้

การทดลองชิ้นที่สาม คือการเลี้ยงมดแดงแบบธรรมชาติบนต้นไม้ โดยการสังเกตพฤติกรรมของมดแดง จ่าก้องได้ลองได้ทดลองผูกเชือกกับกิ่งไม้สำหรับเป็นทางเดินมดแดง แล้วน้ำอาหารมาล่อ เช่น นม หมูทอด ไก่ทอด แขวนไว้บนต้นไม้ เพื่อเป็นอาหารแก่มดแดง  พบว่า ถ้าหากอาหารสมบูรณ์มดแดงก็จะสร้างรังขนาดใหญ่และจำนวนรังเพิ่มมากขึ้น

ไม่เพียงแค่มีรายได้จากการทำเกษตรที่เอาไว้เลี้ยงตัวเท่านั้น แต่จ่าก้องยังมีน้ำใจ ใช้พื้นที่บริเวณบ้านเปิดเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ การฝึกอาชีพเสริมให้กับผู้สูงอายุ ที่อยู่ในการดูแลของ อบต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

“การทำเกษตรสิ่งแรกเลยก็คือใจ…ใจเท่านั้น และจับในสิ่งที่ตนเองถนัดก่อนแล้วค่อยปรับขยาย…ถ้าไม่มีใจ ไม่มีความชำนาญ ทุกอย่างก็ทำไม่สำเร็จ”

“สิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อจิตใจของผม คือการได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ และเมื่อผมดำรงอยู่ได้ ก็อยากแบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆคนอื่นบ้าง” จ่าก้อง พูดจากใจ

ท่านใดที่สนใจอยากจะเข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่แปลงเกษตรของเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาไร่นาสวนผสมปีล่าสุด แถมยังมีดีกรีปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์… ติดต่อได้ที่บ้านพักตามที่อยู่ข้างต้น หรือ โทร. 086 9177052 หรือ เฟสบุ๊ค สุทิน ทองเอ็ม…จ่าก้องบอกว่ายินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ