กรมชลประทาน เดินหน้าปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในพื้นที่ภาคเหนือ นำร่อง 9 โครงการ เชียงใหม่-ลำพูน ชูระบบ “ชลประทานอัจฉริยะ” หวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึง ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กรมชลประทาน ในฐานะตัวแทนนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางจังหวัดลำพูน จำนวน 6 โครงการ และอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยหล่อ และอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3 โครงการ โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมองค์การฯ


นายเกื้อกูล กล่าวว่าโครงการชลประทานขนาดกลางเป็นเครื่องมือที่สำคัญของกรมชลประทานที่สนับสนุนน้ำเพื่อทำการเกษตรและกิจกรรมความต้องการใช้น้ำด้านต่าง ๆ ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่เนื่องจากอาคารและระบบชลประทานที่ก่อสร้างและใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดชำรุดเสียหายและประสิทธิภาพการส่งน้ำต่ำ เกิดผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่ชลประทานในพื้นที่ ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมชลประทานนั้นมีพันธกิจที่สำคัญ 4 ข้อ คือ พัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมกับดำเนินการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำ

“กรมชลประทานเห็นความสำคัญต่อการปรับปรุงโครงการชลประทานที่มีอยู่เดิม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่จากปัญหาที่โครงการชลประทานต่าง ๆ ชำรุดเสียหายและมีประสิทธิภาพต่ำ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ข้อ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของกรมชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยใช้ระบบ IoT ระบบ AI ระบบ Application และ พัฒนาทักษะของบุคลากร พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อขับเคลื่อนให้กรมชลประทานแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มคุณค่าการบริการ ได้อย่างสมบูรณ์” ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กรมชลประทาน กล่าว

ปรับปรุง 9 โครงการนำร่อง บางโครงการสร้างมานานเฉียด 100 ปี
นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา(ด้านวางแผน) กล่าวเสริมว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดลำพูน และ อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยหล่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นงานศึกษาที่กรมชลประทานดำเนินการโดยสำนักบริหารโครงการ ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษามาทำการศึกษาความเหมาะสมเนื่องจากโครงการชลประทานขนาดกลางได้ก่อสร้างและใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้อาคารและระบบชลประทานชำรุดเสียหายและมีประสิทธิภาพต่ำ จึงทำการศึกษาความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ คือ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ เพื่อช่วยบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำในเขตโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และแผนงานอื่น ๆ ในอนาคต และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร

การศึกษาใช้ระยะเวลา 15 เดือน โดยเริ่มมาตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 และจะสิ้นสุด 1 พฤษภาคม 2569 สำหรับผลการศึกษาที่ได้ ประกอบด้วย
1.แผนหลักการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน มีแผนงานโครงการรวม 29 โครงการ ความจุกักเก็บน้ำรวม 21.462 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 33,607 ไร่ และ 4 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ มีแผนงานโครงการรวม 31 โครงการ ความจุกักเก็บน้ำรวม 66.46 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 52,655 ไร่ รวมทั้งสิ้น 60 โครงการได้ความจุกักเก็บน้ำรวม 87.922 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 86,262 ไร่
2.แผนการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางที่มีความสำคัญลำดับต้น 9 โครงการจาก 16 โครงการที่ประเมินและคัดเลือกจากพื้นที่ศึกษา 2 จังหวัด ระยเวลา 10 ปี ทั้งแผนระยะเร่งด่วน แผนระยะสั้น แผนระยะกลางและแผนระยะยาว ได้แก่
2.1 โครงการฝายชลขันธ์พินิจ ต.ดอยแก้ว อ.สารภี เชียงใหม่ อายุใช้งาน 84 ปี พื้นที่ชลประทาน 44,900 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 83 กิจกรรมย่อย
2.2 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ธิ ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน อายุใช้งาน 39 ปี พื้นที่ชลประทาน 6,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 24 กิจกรรมย่อย
2.3 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาน ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน อายุใช้งาน 40 ปี พื้นที่ชลประทาน 9,600 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 31 กิจกรรมย่อย
2.4 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมย ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน อายุใช้งาน 24 ปี พื้นที่ชลประทาน 2,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 35 กิจกรรมย่อย
2.5 โครงการฝายวังตอง ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน อายุใช้งาน 50 ปี พื้นที่ชลประทาน 4,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 37 กิจกรรมย่อย

2.6 โครงการฝายเหมืองดั้ง ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน อายุใช้งาน 41 ปี พื้นที่ชลประทาน 11,300 ไร่ ประกอบด้วย 4 แผนงาน 31 กิจกรรมย่อย
2.7 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตูบ ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ อายุใช้งาน 40 ปี พื้นที่ชลประทาน 14,967 ไร่ ประกอบด้วย 4 แผนงาน 32 กิจกรรมย่อย
2.8 โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ อายุใช้งาน 43 ปี พื้นที่ชลประทาน 9,742 ไร่ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 46 กิจกรรมย่อย
2.9 โครงการฝายเหมืองใหม่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อายุใช้งาน 43 ปี พื้นที่ชลประทาน 8,116 ไร่ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 28 กิจกรรมย่อย
รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ 45 แผนงาน 347 กิจกรรมย่อย เป็นค่าใช้จ่ายเงินลงทุน 3,253.185 ล้านบาท

ขณะที่นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสงค์ รองผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 กล่าวว่าเมื่อได้ผลการศึกษาปรับปรุงทั้ง 9 โครงการแล้ว ชลประทานในพื้นที่โดยสำนักงานชลประทานที่ 1 จะบรรจุเข้าแผน MTEF และเตรียมความพร้อมในการออกแบบรายละเอียดและของบประมาณเพื่อปรับปรุงโครงการ และมอบหมายให้โครงการชลประทานลำพูนและโครงการชลประทานเชียงใหม่ ไปเร่งประชาสัมพันธ์ พร้อมดำเนินการในแผนงานเร่งด่วน แผนงานระยะสั้นและแผนงานที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง ให้การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ทำได้อย่างรวดเร็ว

“เมื่อมีการปรับปรุงโครงการแล้วจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญของเกษตรกรและประชาชน โดยอาคารและระบบชลประทาน เป็นเครื่องมือที่โครงการชลประทานในพื้นที่ ๆ ใช้สนับสนุนการทำการเกษตรและความต้องการใช้น้ำทุกด้าน การปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลาง จะทำให้การส่งน้ำและบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ตรงตามความต้องการของเกษตรกร จะช่วยเพิ่มผลผลิตมากขึ้นและมีคุณภาพ ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรดีขึ้น ขณะเดียวกันการปรับปรุงโครงการและระบบส่งน้ำก็จะช่วยการประหยัดน้ำ ทำให้มีน้ำชลประทานเกิดความมั่นคง สามารถสนับสนุนกิจกรรมความต้องการใช้น้ำด้านต่างๆได้ทั่วถึง” นายอภิวัฒน์ กล่าว

เกษตรกรดีใจถ้วนหน้าหลังเรียกร้องมาหลายปี
นอกจากการเปิดเวทีการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ในภาคบ่ายกรมชลประทานได้ยกคณะไปลงพื้นที่เพื่อพบปะกับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 โครงการที่จะทำการปรับปรุง โดยมีประชาชน เกษตรกร ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำได้มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

นายทิม แสนปุก กรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำ ย้อนให้ฟังว่า หลายปีก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ ได้นำสมาชิกในชุมชน ใครมีรถยนต์มอเตอร์ไซค์ ก็นำรถใส่ภาชนะไปขนน้ำจากแม่น้ำปิง ที่อยู่ห่างออกไป 12 กิโลเมตร ขนน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นว่า เกษตรกรวิกฤตน้ำ และก็ได้ผล เพราะการแสดงออกของชาวบ้านทำให้ได้รับความสนใจ มีสื่อมวลชนมาทำข่าว ทางผู้เกี่ยวข้องจึงได้ลงมาสำรวจ เพื่อที่จะทำการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ กระทั่งวันนี้ที่กรมชลประทานและตัวแทนภาคส่วนต่างๆลงพื้นที่หน้างานจริง


“ผมและชาวบ้านรู้สึกดีใจมาก ขอบคุณกรมชลประทานที่เห็นความสำคัญต่อข้อเรียกร้องของชาวบ้าน ยินดีที่จะให้ความร่วมมือให้การปรับปรุงสำเร็จลุล่วง หากมีน้ำพอเพียงเชื่อว่าจะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น”
ส่วนนายเรวัฒน์ พรมทา เกษตรกรแกนนำที่เคยเรียกร้องมาด้วยกันกับนายทิม แสนปุก ได้กล่าวเสริมอย่างตรงไปตรงมาว่า “ดีใจมาก ที่มีวันนี้” ในขณะที่นายถนอม ศิริปา ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำอีกชุมชน ที่มาพร้อมกับสมาชิกหลายคน เล่าให้ฟังว่า น้ำคือหัวใจของการเกษตร ผลดีจากน้ำ จะทำให้มะม่วงและลำไย ที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ได้ผลผลิตที่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ ระบบส่งน้ำมีปัญหา กว่าที่น้ำจะถึงแปลงเกษตรที่อยู่ท้ายอ่างบางจุดต้องใช้เวลาเป็นวัน เนื่องจากระบบรางส่งน้ำ ชำรุดทรุดโทรม เพราะสร้างมาหลายสิบปีแล้ว

นอกจากนี้ นายถนอม และเพื่อนสมาชิก เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาลำไย และมะม่วง ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในเร็วๆนี้
“ช่วงน้ำมันแพง ปุ๋ยแพง หากน้ำในอ่างแห้งไม่พอเพียง ยิ่งจะสร้างความเสียหายให้ผลผลิต แต่เท่าที่ดูปีนี้ราคาน่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตออกไม่มาก ก็ขอฝากรัฐบาลในเรื่องน้ำแล้งและให้ลงมาดูเรื่องราคาผลผลิตด้วย”

ด้าน นางเดือน คำมี อายุ 48 ปี เกษตรกรผู้ใช้น้ำจากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เล่าว่า เธอทำสวนลำไยอยู่ 10 ไร่ ปลูกมันสำปะหลังอีก 10 ไร่ และยังปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองอีกจำนวนหนึ่ง รายได้หลักมาจากสวนลำไย รองลงไปก็เป็นมันสำปะหลัง และมะม่วง

“ในหมู่บ้านที่ดอยหล่อมีคณะกรรมการหมู่บ้าน ทำหน้าบริหารจัดการน้ำ คอยจัดสรรน้ำให้เดือนละครั้ง ซึ่งถ้าหากมีการปรับปรุงอ่างให้มีความจุเพิ่มขึ้น ก็อยากให้จัดสรรน้ำเพิ่มเป็นเดือนละ 2 ครั้ง จะช่วยให้คุณภาพมะม่วง ลำใยและผลผลิตอื่น ๆ มีคุณภาพดีขึ้น.. คือลูกใหญ่ขึ้น จะทำให้ขายได้ราคาดีขึ้นค่ะ” นางเดือน บอกอย่างตรงไปตรงมา และหวังว่ากรมชลประทานจะได้เร่งดำเนินการปรับปรุง ให้สามารถใช้น้ำได้อย่างพอเพียงตามแผนที่กำหนดไว้
“ถ้ามีน้ำผมอาจจะรวยได้” เสียงจากเกษตรกรดอยหล่อ(คลิกชมคลิปข้างบนนี้)
วันนี้เกษตรก้าวไกล มากับกรมชลประทานในโครงการสื่อสัญจร ลงพื้นที่ไปดูจุดที่จะปรับปรุงโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เป็น 1 ใน 9 โครงการที่จะทำการปรับปรุง ซึ่งก็มีเกษตรกรผู้ใช้น้ำมากันอย่างคึกคักกระชับกระเฉง ผมก็ได้ทักทายหลายคน ถามไถ่เรื่องน้ำเพื่อการเกษตร พอไม่พออย่างไร และก็มาเจอคนหนึ่ง ชื่อจรัส…รูปร่างสันทัด เขามีจุดเด่นที่ทรงผมและการแต่งตัว เขาบอกว่าชอบ #เดวิดเบคแฮม นักฟุตบอลชาวอังกฤษที่เก่งเรื่องลูกฟรีคิก ส่วนตัวเขาเก่งเรื่องการปลูกลำไย มะม่วง และพืชอีกหลายชนิด ถ้ามีน้ำพอเพียงอาจจะทำให้เขารวยได้ และหากรวยได้แล้วก็อยากจะไปประเทศอังกฤษ์อยากเจอนักฟุตบอคนโปรดสักครั้ง
สรุปว่า…เกษตรกรทุกคนเกิดมาก็ต้องมีความหวัง…เรื่องน้ำขอให้มีพอเพียง เวลานี้ความฝันของเขาใกล้เป็นจริง เพราะ #กรมชลประทาน ได้กางแผนที่จะทำการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อให้มีน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทั่วถึงเกษตรกรทุกราย และไม่แน่สักวันหนึ่ง เมื่อได้ผลผลิตดี ราคาดี ความฝันของเกษตรกรคนนี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ครับ









































