CPP ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ชูเทคโนโลยีดาวเทียมและมาตรฐานสากล มุ่งเป้าเกษตรยั่งยืน ไม่รุกป่า ไม่มีการเผา

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่โรงงานนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร เขตประเทศเมียนมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิวส์ จำกัด (CPP) ได้ร่วมกันแถลงข่าวความก้าวหน้าการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ในพื้นที่ประเทศ ไทย เมียนมา สปป.ลาว โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ว่าผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอน “ไม่ปลูกในพื้นที่รุกป่า และไม่มีการเผาแปลง”

ในการแถลงข่าวความคืบหน้าในครั้งนี้ เพื่อร่วมรับฟังข้อมูลความก้าวหน้าของการดำเนินงานดังกล่าว โดยเฉพาะการประสบความสำเร็จในประเทศพม่า และจะนำโมเดลดังกล่าวมาใช้ที่ สปป.ลาว และที่ประเทศไทยต่อไป โดยทางผู้บริหาร CPP ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (HotSpot) ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการสำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืน ซึ่งจากการสอบถามพบว่าระบบเทคโนโลยีที่ใช้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างครอบคลุมและนำมาควบคุมระบบการปลูกและการรับซื้อได้อย่างถูกต้องชัดเจน

ในปีที่ผ่านมา CPP Myanmar ได้ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เต็มรูปแบบ โดยได้รับมอบใบรับรองมาตรฐานระดับโลก ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ซึ่งถือเป็นต้นแบบความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยสรุปสาระสำคัญของการดำเนินงานมีดังนี้

1. การรับรองมาตรฐานสากล CPP Myanmar ได้รับใบรับรองระบบตรวจสอบย้อนกลับ Deforestation Free and No Burn Standard จาก Control Union องค์กรผู้ตรวจประเมินมาตรฐานระดับโลก สะท้อนถึงการดำเนินงานตามหลักเกษตรยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

2. ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ ระบบถูกออกแบบให้ติดตามที่มาของข้าวโพดได้ตลอดกระบวนการตั้งแต่ร้านค้าเมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูกในไร่ ไปจนถึงการส่งออกข้าวโพดอาหารสัตว์

3. นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม มีการใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 และระบบริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) เผยแพร่ข้อมูลแบบสาธารณะผ่านเว็บไซต์ https://sgc.cptg.co.th/en/hotspot-report เพื่อยืนยันว่าไม่มีการบุกรุกป่าและไม่มีการเผาในพื้นที่โดยมีการติดตามข้อมูลจุดความร้อนครอบคลุม ไทย เมียนมา สปป.ลาว โดยเก็บข้อมูลต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

4. ความร่วมมือแบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเป็นองค์กรรายแรกที่ผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พร้อมเปิดระบบสู่สาธารณะเพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดได้อย่างกว้างขวาง

การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในระดับสากล แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนและมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม ในครั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการพัฒนาระบบการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูก ไปจนถึงการติดตามแหล่งที่มาของผลผลิต เพื่อสนับสนุนการเกษตรที่ยั่งยืนและสร้างประโยชน์ตามปณิธาน 3 ประโยชน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ คือ การทำประโยชน์ ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรเป็นลำดับท้ายสุด

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated