ม.เกษตรฯ เปิดเวทีเสวนาพิเศษทบทวน “ความยั่งยืน–ความเป็นธรรม” ชี้ยุคนวัตกรรมต้องไม่ทิ้งใคร ในงานการประชุมทางวิชาการ มก. ครั้งที่ 64

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเสวนาพิเศษสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เรื่อง Rethinking Sustainability and Social Justice in the Age of Innovation: ทบทวนความยั่งยืนและความเป็นธรรมในยุคแห่งนวัตกรรม” ในงานการประชุมทางวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 64 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการนวัตกรรมและสังคม: ก้าวสู่อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืน” ณ ห้อง 306 ชั้น 3 สำนักบริการคอมพิวเตอร์ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาสังคม ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การเสวนาเริ่มต้นด้วยการกล่าวรายงานโดย รศ.ดร.กังสดาล เชาว์วัฒนกุล ประธานสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จากนั้น ผศ.นาวาอากาศโทหญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง คณบดีคณะสังคมศาสตร์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธงรบ รื่นบรรเทิง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน
โดยมี อาจารย์ ดร.นฤมล ช้างบุญมี หัวหน้าภาควิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของประเทศ ร่วมสะท้อนมุมมองเชิงลึกในมิติสังคม กฎหมาย และการสื่อสารสมัยใหม่ โดย รศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า “ความยั่งยืน” ที่สังคมให้ความสำคัญมักเน้นด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ แต่กลับละเลย “ความยั่งยืนทางสังคม” ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเสนอแนวคิด “เมืองที่เป็นธรรม” (Just City) ที่ต้องคำนึงถึงความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และความเสมอภาค โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากรให้แก่กลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนผลกระทบของนวัตกรรม เช่น เศรษฐกิจแพลตฟอร์มที่อาจผลักภาระความเสี่ยงไปยังแรงงานรายย่อย รวมถึงนโยบายดิจิทัลที่อาจทิ้งผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีไว้เบื้องหลัง

ด้าน ดร.เสรี นนทสูติ กรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เน้นย้ำว่า ความยั่งยืน ความเป็นธรรม และนวัตกรรม ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และทั้งหมดต้องตั้งอยู่บนฐานของ “สิทธิมนุษยชน” โดยการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ต้องไม่ใช่เพียงการใช้สัญลักษณ์ แต่ต้องสะท้อนถึงการลดการทุจริต และการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเสนอแนวคิด “นวัตกรรมที่มีความเป็นมนุษย์” (Human Innovation) ที่นำเทคโนโลยีอย่าง AI มาใช้เพื่อลดข้อจำกัดทางกายภาพ และสร้างโอกาสให้กับผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ตอกย้ำบทบาทของ “ความรับผิดชอบ” ที่ทุกภาคส่วนต้องมีต่อสังคม

ขณะที่ ผศ.ดร.พรรษาสิริ กุหลาบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนภาพนิเวศข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัลว่า แม้เทคโนโลยีและ AI จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสื่อสารมากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงจากการถูกครอบงำโดยแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย “Attention Economy” ซึ่งอาจนำไปสู่การแบ่งขั้วทางสังคมและอคติของข้อมูล องค์กรสื่อจึงต้องไม่หยุดอยู่เพียงการปรับตัวด้านเทคโนโลยี (Digital Transformation) แต่ต้องก้าวสู่ “Sustainability Transformation” ด้วยการสร้างความโปร่งใส เปิดพื้นที่สาธารณะ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการเสวนา วิทยากรและผู้ดำเนินรายการต่างเห็นพ้องว่า นวัตกรรมจะไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน หากปราศจากการเคารพในความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม พร้อมฝากความหวังถึงคนรุ่นใหม่ว่า “พลังของคนตัวเล็ก” จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันสังคมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนและความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated