“น้ำมันหมดรถต้องจอด ปุ๋ยหมดต้นไม้ต้องหยุด(เติบโต)“
ช่วงนี้มีกระแสช่าวตามสื่อว่า ปั้มนั้นปั้มนี้น้ำมันหมด แม้ทางราชการจะบอกว่าพอเพียง แต่ประชาชนก็ตื่นข่าวสงคราม จึงเกิดการกักตุน เมื่อต่างคนต่างเติม..ต่างตุน ผลมันก็เลยไม่สมดุล เกิดผลกระทบกับคนที่เดือดร้อนจริงๆ เช่น รถฉุกเฉินต่างๆ
ก็ได้แต่วิงวอนว่าให้เติมกันตามปกติ อย่าตุนอย่าตระหนกตกใจกันจนเกินไป ขอให้ฟังทางราชการว่า “เอาอยู่” จริงๆ ไม่ใช่ “เอาอยู่” เหมือนที่ผ่านมา ขอให้เชื่อตามนี้ครับ

เรื่องปุ๋ย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พี่น้องเกษตรกรกังวล ชาวนาเชียงใหม่ส่งไลน์มาบอกว่า “ลุงพรปุ๋ยยูเรียขึ้นราคาแล้ว…จาก 850 เป็น 950 บาทต่อกระสอบ” เพราะปุ๋ยเคมีของเรานำเข้ามาจากช่องแคบฮอร์มุซ เป็นช่องแคบเดียวกับกับที่นำเข้าน้ำมัน ที่กำลังเป็นปัญหาในเวลานี้
อันที่จริงเรื่องปุ๋ย ประเทศไทยของเราก็มีทรัพยากรที่เป็นวัตถุดิบมากมาย โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ที่พี่น้องเกษตรกรสามารถผลิตใช้ได้เอง แต่ก็นั่นแหละเราอันไหนที่เรามีเราก็มักจะมองข้ามไม่เห็นความสำคัญ และตามหลักวิชาการที่มองว่าปุ๋ยอินทรีย์มีธาตุอาหารต่ำ แล้วทำไมเราไม่คิดหานวัตกรรมที่จะทำให้ปุ๋ยอินทรีย์มีธาตุอาหารสูงๆ

อาจารย์สมาน รักษาพรหมณ์ เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าเราสามารถทำปุ๋ยอินทรีย์ให้มีธาตุอาหารที่สูงได้ จึงเปิดโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นมาตอบโจทย์คนที่เชื่อมั่นมานานร่วม 30 ปี มีปุ๋ยหลายแบรนด์ที่ขายมานานไม่เคยเปลี่ยนสูตร และเน้นการผลิตตามสั่ง มีลูกค้าหลักอยู่ที่สุราษฎร์ธานี
“พอข่าวออกว่าปุ๋ยเคมีจะแพง เขาก็สั่งปุ๋ยอินทรีย์ของผมไปเตรียมพร้อม อย่างสัปดาห์นี้ต้องผลิตกันทุกวัน ลุงพรอยู่ที่ไหนมาดูได้ มาช่วยออกข่าวหน่อย” อาจารย์สมาน กรอกเสียงมาทางมือถือ ซึ่งผมทราบว่าผู้สั่งปุ๋ยรายใหญ่นี้ เป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง นำไปกระจายเกษตรกรในเครือข่าย สั่งแบบนี้มานานนับสิบปี เพื่อนำไปใส่ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ยางพารา ฯลฯ
“รถน้ำมันหมดจอดทิ้งไว้ได้ แต่ต้นไม้ปุ๋ยหมดมันก็จะหยุดการเจริญเติบโต โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์มันเป็นปุ๋ยสามัญที่พืชจะขาดไม่ได้เป็นความจำเป็นพื้นฐานของต้นไม้ ถ้าต้นไม้หยุดการเติบโตปล่อยให้ขาดปุ๋ยก็ต้องมาฟื้นฟูกันใหม่ ฟื้นฟูไม่ทันอาจตายได้ กว่าจะปลูกขึ้นมาใหม่ก็ใช้เวลาเป็นปี อย่างเช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ฯลฯ ระหว่างน้ำมันกับปุ๋ยจำเป็นทั้งคู่ แต่ผมว่าต้องดูแลต้นไม้ก่อนครับ” อาจารย์สมาน ส่งท้าย
ไหนๆก็ไหนๆ จึงขอเจียระไนเกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์เกษตรกร เพื่อจะเป็นทางเลือกให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีเวลาทำปุ๋ยหมักใช้เอง หรือต้องการความสะดวก ก็ว่ากันไป…

#ปุ๋ยเกษตรก้าวไกล (ปุ๋ยอินทรีย์ ตราหมวกเขียว) มีธาตุอาหารหลัก N-P-K รวมกันสูงถึง 11.5% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไปที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2% (ปุ๋ยอินทรีย์โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 3-5%) ทำให้เป็นปุ๋ยคุณภาพสูง ที่ช่วยทั้งปรับปรุงดินและให้ธาตุอาหารพืชอย่างครบถ้วนในเม็ดเดียว
จุดเด่นและปริมาณธาตุอาหาร
ธาตุอาหารหลัก (NPK): มีไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P), และโพแทสเซียม (K) รวมกันกว่า 11.5%
อินทรียวัตถุ: มีส่วนผสมของอินทรียวัตถุที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุยและรากพืชเดินดีขึ้น
ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับพืชทุกชนิดที่ต้องการการบำรุงทั้งต้นและดินไปพร้อมกัน
ตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร มีข้อกำหนดเรื่องปริมาณธาตุอาหาร ต้องมีธาตุอาหารหลัก (N+P+K) รวมกันไม่น้อยกว่า 3.5% โดยน้ำหนัก
ในเรื่องของปุ๋ยอินทรีย์ กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานขั้นสูงไว้ครับ ยิ่งมีมากยิ่งดี แต่โดยธรรมชาติของปุ๋ยอินทรีย์แท้ๆ มักจะมีธาตุอาหารไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 3-5%) หากสูงโดดไปถึง 10-20% มักจะเป็นการผสมปุ๋ยเคมีลงไป ซึ่งจะกลายเป็น “ปุ๋ยอินทรีย์เคมี” แทน แต่มือปรุงสูตรปุ๋ยของเราคือ อาจารย์สมาน รักษาพราหมณ์ ปราชญ์เกษตรแห่งบางเลน จ.นครปฐม ทำถึงครับ
บอกได้เลยว่า “คุณภาพสูงชนเพดาน” ไม่ให้ขาดไม่ให้เกินครับ

นอกจากธาตุอาหารแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องมี อินทรียวัตถุ (OM) ไม่น้อยกว่า 20% ด้วยครับ
ปุ๋ยอินทรีย์ตามมาตรฐานทั่วไปต้องมีปริมาณอินทรียวัตถุรับรอง (Organic Matter) ไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ำหนัก ในขณะที่ธาตุอาหารหลักรวม (N+P+K) ควรมีค่าไม่น้อยกว่า 1.5-2% แต่หากเป็นมาตรฐาน “ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” (ชนิดเม็ด) จะกำหนดให้มีธาตุอาหารหลักรวมกัน ไม่น้อยกว่า 9% และไม่เกิน 20% โดยน้ำหนัก
เงื่อนไขเพิ่มเติมที่สำคัญ..อินทรียวัตถุ (OM) ต้องมีไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ำหนัก ความชื้น ต้องไม่เกิน 30% โดยน้ำหนัก และ ฯลฯ ซึ่งทุกเงื่อนไข ปุ๋ยเกษตรก้าวไกล “ทำถึง” “ทำเกิน” ทั้งหมด แต่ไม่เกินที่กฏหมายกำหนดครับ
เพราะฉะนั้นจึงขอให้ชื่อมั่นว่า “ปุ๋ยอินทรีย์เกษตรก้าวไกลตราหมวกเขียว” มีความเหมาะสมกับพืชทุกชนิด ทุกช่วงอายุ “น้ำมันหมดรถต้องจอด แต่ปุ๋ยหมดต้นไม้จอดไม่ได้” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.ไอดีไลน์ 0863185789 นะครับ













































