ซินเจนทา ประเทศไทย เปิดตัวเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ NK 6954 ชูนวัตกรรมรุ่นใหม่ เพิ่มทางเลือกการผลิตให้เกษตรกร

ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ของประเทศไทย จัดงาน “NK HERO DAY รุ่นใหญ่ สู่ รุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกสู่เกษตรกร พร้อมเปิดตัวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ NK 6954 (เอ็นเค หกเก้าห้าสิบสี่) อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งให้เกษตรกรได้เห็นของจริงจากแปลงสาธิต เพื่อสร้างความมั่นใจในการเลือกใช้พันธุ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านผลผลิตและความต้องการของตลาดอาหารสัตว์ในปัจจุบัน รวมไปถึงการนำไปปลูกใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานีวิจัยและพัฒนา ซินเจนทา อ. ตากฟ้า จ. นครสวรรค์ โดยมีเกษตรกรจากพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงดีลเลอร์และเกษตรกรผู้นำชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ภายในงานเปิดให้เกษตรกรได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตและเรียนรู้คุณสมบัติของพันธุ์ NK 6954 อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ลักษณะฝัก ความแข็งแรงของต้น ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพพื้นที่ราบและพื้นที่ราบลุ่ม ตลอดจนแนวทางการจัดการแปลงที่เหมาะสมตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การวางระยะปลูก ไปจนถึงการใช้สารอารักขาพืชอย่างเหมาะสมกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

การจัดกิจกรรมในรูปแบบภาคสนามดังกล่าวสะท้อนแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของเกษตรกรในยุคที่การผลิตต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน และความแปรปรวนของสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในบริบทที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังคงเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานการเกษตร

นายสามิต บุรีแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มผลผลิต แต่ต้องคำนึงถึงความสม่ำเสมอของการเจริญเติบโต ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพพื้นที่ และการใช้งานจริงในแปลงเกษตรกร ซินเจนทาจึงมุ่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแปลงเกษตรกร พันธุ์ NK 6954 จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของการเป็น “รุ่นใหม่” ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของพันธุ์ในตระกูล NK โดยเน้นความแข็งแรงของต้น ความสม่ำเสมอของฝัก และศักยภาพผลผลิตที่เกษตรกรสามารถเห็นได้ชัดเจนจากแปลงสาธิต สะท้อนแนวทางการพัฒนาพันธุ์พืชที่มุ่งตอบโจทย์การผลิตของเกษตรกรในปัจจุบัน”

พันธุ์ NK 6954 ใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 105–120 วัน มีระยะออกไหมราว 53–55 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,700 –2,100 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมลักษณะฝักขนาดใหญ่ จำนวนแถวเมล็ดประมาณ 14–16 แถว และเมล็ดติดเต็มปลายฝักช่วยเพิ่มน้ำหนักผลผลิตต่อฝัก ในด้านการจัดการแปลง พันธุ์ดังกล่าวสามารถปลูกในพื้นที่ราบและพื้นที่ราบลุ่มได้ จึงเหมาะสำหรับระบบการผลิตแบบเก็บสด ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยเฉพาะข้าวโพดหลังนา และมีความทนทานต่อสารนิโคซัลฟูรอนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ อีกทั้งยังทนทานต่อโรคราน้ำค้างและโรคใบไหม้แผลใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงด้านโรคพืชและเพิ่มความมั่นใจให้เกษตรกรในการเพาะปลูก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลาย โดยการแนะนำระยะปลูกอยู่ที่ 70 x 20 เซนติเมตร หรือประมาณ 11,400 ต้นต่อไร่ เมล็ดพันธุ์มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 3 หุน และ 3.5 หุน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบการปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่

“NK 6954 ถือเป็นผลลัพธ์ของการพัฒนานวัตกรรมเมล็ดพันธุ์ของซินเจนทา ที่ผสานองค์ความรู้ด้านพันธุกรรม การคัดเลือกสายพันธุ์ และการทดสอบในสภาพแปลงจริง เพื่อให้ได้พันธุ์ที่แข็งแรง ให้ผลผลิตสูง และสามารถปลูกได้หลากหลายสภาพพื้นที่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงของเกษตรกรและความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซินเจนทา ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของระบบการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว เกษตรกรไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ไปพร้อมกัน” นายสามิต กล่าวเสริม

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated