กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าขยายตลาดผลไม้เมืองร้อนไทยสู่สาธารณรัฐเกาหลี มุ่งลดอุปสรรค
ทางการค้า พร้อมผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทย โดยเฉพาะมะพร้าว มะม่วง ส้มโอ และลำใย
ให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 28 มกราคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมฝ่ายไทย ก่อนการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐเกาหลี ได้แก่ หน่วยงานด้านกักกันพืชและสัตว์ (Animal and Plant Quarantine Agency : APQA) และกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา (Ministry of Food and Drug Safety : MFDS) โดยมีหน่วยงานภายในกรมวิชาการเกษตร รวมถึง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สาธารณรัฐเกาหลีเป็นประเทศคู่ค้าที่มีความสำคัญของประเทศไทย กรมวิชาการเกษตรในฐานะองค์กรอารักขาพืชแห่งชาติของไทย มีกำหนดหารือร่วมกับ APQA และ MFDS
เพื่อแก้ไขและลดอุปสรรคทางการค้าสินค้าเกษตรในประเด็นมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures : SPS) ควบคู่กับการผลักดันการขยายตลาดและเพิ่มปริมาณ
การส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทย โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนซึ่งตลาดเกาหลีใต้มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


สำหรับสินค้าเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ มะม่วงสด ซึ่งได้รับความนิยมสูงในตลาดเกาหลีใต้ รวมถึง
การผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรศักยภาพอื่นของไทย อาทิ ส้มโอ ลำใย และผลไม้เมืองร้อนชนิดต่าง ๆ ให้สามารถเข้าสู่ตลาดสาธารณรัฐเกาหลีได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบาย “ตลาดนำการผลิต”
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์


นอกจากนี้ กระแสการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นโอกาสสำคัญของมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทย ซึ่งได้รับความนิยมในฐานะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Functional / Energy Drink) และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ รวมถึงตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีผลผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิดที่มีปริมาณสูงกว่าความต้องการบริโภค
ภายในประเทศโดยเฉพาะผลไม้จากภาคตะวันออกที่กำลังเข้าสู่ฤดูผลผลิต เช่น ทุเรียน เงาะ รวมถึงสินค้า
แปรรูปมูลค่าสูงอย่างทุเรียนแช่แข็ง ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตลาดส่งออกเพิ่มเติม


การหารือกับหน่วยงานของสาธารณรัฐเกาหลีในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการค้า ยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทย เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัยพืช
ตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดเกาหลีใต้ในระยะยาว
“ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า และร่วมกันผลักดันการส่งออกผลไม้เมืองร้อนและมะพร้าวไทยให้เติบโต
อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและสุขอนามัยพืชที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว








































