เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทานได้เปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการงานสำรวจออกแบบโครงการ ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำในพื้นที่บางพลวง ภายใต้งานจ้างสำรวจออกแบบโครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำสาขาจังหวัดปราจีนบุรี โดยจัดขึ้นที่ห้องประชุม เดอะการ์เด้นฮอลล์ โรงแรมเดอะการ์เด้น อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง เป็นประธานกล่าวเปิด


“สถานการณ์ปัจจุบันผมเข้าใจว่าในการที่จะทำอ่างเก็บน้ำหรือทำเขื่อนขนาดใหญ่มันยากมากในประเทศไทยด้วยมีกลุ่มต่างๆที่เสียผลประโยชน์ต่อต้านไม่เห็นด้วย ผมเข้าใจว่าในปัจจุบันและอนาคตเขื่อนหรือ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ๆจะทำยากมาก แต่ด้วยความที่กรมชลประทานต้องรับผิดชอบต่อสังคมต่อประเทศชาติ ที่มีหน้าที่ต้องบริหารจัดการน้ำ จึงต้องพยายามปรับตัวให้เกิดโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้สอดคล้องกับสถนการณ์ อย่างโครงการปรับปรุงคลองธรรมชาติ คลองสาขาต่างๆ ประบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ ในพื้นที่บางพลวง ที่ได้มีการปัจฉิมนิเทศน์ในวันนี้ ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้ช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง ผมเห็นด้วยต่อโครงการนี้ และอยากให้ยึดโมเดลนี้ไปทำเป็นแก้มลิงตามธรรมชาติ เนื่องจากประเทศไทยเรามีคลองสาขาที่เป็นเส้นโลหิตฝอยจำนวนมาก ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะเกิดแก้มลิงทั่วประเทศ ผลดีก็จะเกิดกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ อย่างในอำเภอบ้านสร้างของผมมีเกษตรกรทำนาเป็นส่วนใหญ่และบางส่วนมีการเลี้ยงปลาก็จะได้ใช้น้ำให้เกิดประโยชน์และไม่เฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีแต่จะเกิดผลดีกับอีกหลายจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆกัน” นายอำเภอบ้านสร้าง กล่าว

หลังการปัจฉิมนิเทศน์จบลง นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผอ.สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้างานสำรวจออกแบบโครงการปรับปรุงคลองธรรมชาติ ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำในพื้นที่บางพลวง ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมาย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ๆ เกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรที่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง และเพื่อลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานของราษฎร โดยการส่งเสริมให้ราษฎรในท้องถิ่นมีอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น

ทั้งนี้ในการดำเนินโครงการได้จัดให้มีกิจกรรมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาโครงการ เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในแนวทางต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ปัญหาและนำไปสู่การจัดทำแผนการพัฒนาโครงการ ก่อนนำไปสู่การเสนอโครงการกับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่ออนุมัติแผนการพัฒนาต่อไป

นายพิเชษฐ กล่าวว่ากรมชลประทานได้มอบให้กิจการร่วมการค้า FCSPB JV ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ โครงการปรับปรุงคลองธรรมชาติ ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำในพื้นที่บางพลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการย่อยของโครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำสาขา จังหวัดปราจีนบุรี


“สำหรับแผนการออกแบบโครงการปรับปรุงคลองธรรมชาติ ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ ในพื้นที่บางพลวง ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่บางพลวง โดยการปรับปรุงขุดลอกคลองเพิ่มสถานีสูบน้ำที่ ปตร.เดิม อาคารควบคุมน้ำในแต่ละโซน เพิ่มสถานีสูบน้ำที่ ปตร.เดิม ประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำ และประตูระบายน้ำวัดไผ่ขวาง ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ในจังหวัดปราจีนบุรี ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมโหสถ อำเภอบ้านสร้าง และ 2 อำเภอ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ อำเภอราชสาส์น และอำเภอบางคล้า” ผู้แทนกรมชลประทาน กล่าว



สำหรับลักษณะและองค์ประกอบของโครงการ ประกอบด้วย
1.การปรับปรุงขุดลอกคลอง ในพื้นที่โครงการบางพลวง จำนวน 8 สาย ความยาวประมาณ 130 กม. ใช้การปรับปรุงขุดลอกคลองทั้งหมด 4 แบบ
2.เพิ่มสถานีสูบน้ำที่ ปตร.เดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับน้ำเข้าพื้นที่โครงการบางพลวง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานีสูบน้ำ ปตร.หาดยาง สถานีสูบน้ำ ปตร.บางพลวง และสถานีสูบน้ำ ปตร.หอทอง
3.อาคารควบคุมน้ำในแต่ละโซน เพื่อเป็นควบคุมน้ำในแต่ละโซน ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3070, 319 และ 3076 จำนวน 18 แห่ง และ ปตร.บางต้นจิก
4.เพิ่มสถานีสูบน้ำ ที่ปตร. เดิม จำนวน 4 แห่ง และประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำ จำนวน 1 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงแม่น้ำบางปะกง
5.ประตูระบายน้ำวัดไผ่ขวาง กั้นคลองท่าลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

ทั้งนี้ แผนงานสำรวจ ออกแบบโครงการปรับปรุงคลองธรรมชาติ ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำในพื้นที่บางพลวง มีกำหนดระยะเวลา 720 วัน (ปี 2567-2569) ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 20 กันยายน 2569 หลังจากนั้น จะนำเสนอโครงการฯ ต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เสนอเปิดโครงการต่อคณะรัฐมนตรี จัดเตรียมเอกสารประมูล เตรียมการก่อสร้าง และดำเนินการก่อสร้างโครงการต่อไป ซึ่งหากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยการกักเก็บน้ำในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นการชั่วคราวและนำน้ำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่บรรเทาปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำบางส่วน และเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำในคลองที่ปรับปรุงทั้ง 8 สายเพิ่มขึ้น และกระจายน้ำเข้าคลองธรรมชาติในพื้นที่บางพลวงรวม 51 คลอง ทำให้พื้นที่ในโครงการบางพลวงมีน้ำใช้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วทั้งพื้นที่บางพลวง


ในโอกาสนี้ สื่อมวลชนได้มีโอกาสสอบถามตัวแทนชุมชนในพื้นที่ ประกอบด้วย นายพิษณุ เข็มเงิน นายก อบต. ดงกระทงยาม บอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ทางกรมชลประทานจะได้เข้ามาปรับปรุงแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้สามารถกักเก็บน้ำและระบายน้ำได้คล่องตัวขึ้น ที่ผ่านมาประสบปัญหาทั้งช่วงน้ำท่วมและหน้าแล้ง ในขณะที่นายจักรกฤษณ์ แก่นวงค์ ประธานกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานตำบลดงน้อย กรรมการลุ่มน้ำบางปะกง ในฐานะผู้แทนภาคเกษตรกรรมก็บอกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรียกร้องมานาน หามีการก่อสร้างตามแผนเกิดขึ้นจริง จะเป็นผลดีต่อพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จะได้มีน้ำเพียงพอต่อการทำการเกษตร และจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากได้อีกด้วย









































