ปอกเปลือกชีวิต “เรือง ศรีนาราง” เกษตรกร(ทุเรียน)ดีเด่นแห่งชาติปี 2562
ปอกเปลือกชีวิต “เรือง ศรีนาราง” เกษตรกร(ทุเรียน)ดีเด่นแห่งชาติปี 2562

รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ประจำปี 2562 ได้แก่ “เรือง ศรีนาราง” เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดตราด ก่อนหน้านั้น (ปี 2561) สาขาเดียวกันนี้ได้แก่ คุณธีรภัทร อุ่นใจ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี และก่อนหน้านั้น (ปี 2559) ได้แก่ คุณอุดม วรัญญูรัฐ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ทั้ง 3 ท่าน มีความเหมือนคือเป็นเกษตรกรชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกและเป็นประธานแปลงใหญ่ทุเรียนและถือได้ว่าทั้ง 3 ทำงานประสานกันตลอด “ทุมเทเพื่อสังคม” ชนิดที่ว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

“เกษตรก้าวไกล” ได้เคยนำเสนอประวัติผลงาน 2 ท่านแรก โดยเฉพาะคุณธีรภัทร อุ่นใจ บุกถึงบ้านและสวนมาแล้ว มาวันนี้ขอเสนอประวัติและผลงานของคุณเรือง ศรีนาราง โดยได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

3 เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน จากภาคตะวันออก...(จากซ้าย) คุณอุดม วรัญญูรัฐ คุณธีรภัทร อุ่นใจ และ คุณเรือง ศรีนาราง
3 เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน จากภาคตะวันออก…(จากซ้าย) คุณอุดม วรัญญูรัฐ คุณธีรภัทร อุ่นใจ และ คุณเรือง ศรีนาราง
ประวัติชีวิต ก่อนจะมีวันนี้

นายเรือง ศรีนาราง อายุ 55 ปี การศึกษา วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร จาก มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จังหวัดพิษณุโลก (พื้นฐานการศึกษาเดิม สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. ปี 2523) สถานภาพ สมรส มีบุตร 2 คน ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 34/2 หมู่ที่ 6 ตำบลท่ากุ่ม  อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด โทรศัพท์ 089 833 5199

จัดงานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ อิ่มละ 250 บาท ระหว่าง 20-21 เมษายน 2562
จัดงานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ อิ่มละ 250 บาท ระหว่าง 20-21 เมษายน 2562

ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม และความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน  

แนวคิดในการทำงาน สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ การเป็นเกษตรกร โดยมีแนวคิดในการทำการเกษตร คือ “ทำจริง ต่อยอด พัฒนา ส่งต่อ” ซึ่งให้คำนิยามดังนี้

  • ทำจริง คือ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
  • ต่อยอด คือ นำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับมาทดลองปฏิบัติและปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่
  • พัฒนา คือ พัฒนาตนเองโดยเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอและนำมาประยุกต์ใช้ภายในสวน
  • ส่งต่อ คือ การส่งต่อกิจการสู่รุ่นลูกและส่งต่อองค์ความรู้สู่เพื่อนเกษตรกรอย่างไม่ปิดบัง
คุณเรือง ศรีราง กับทายาททั้ง 2 คน (ภาพจากเพจ ตราดโพสต์ นิวส์)
คุณเรือง ศรีนาราง กับทายาททั้ง 2 คน (ภาพจากเพจ ตราดโพสต์ นิวส์)

คุณเรือง ศรีนาราง พื้นฐานครอบครัวประกอบอาชีพทำนา ฐานะยากจน รักอาชีพเกษตรกร จึงมุ่งมั่นเรียนด้านการเกษตร หลังจากจบการศึกษาระดับ ปวช. ปี 2523 ได้เริ่มทำงานเป็นลูกจ้างในสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดจันทบุรี ต่อมาได้ทำงานปลูกป่าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดจันทบุรี เริ่มประกอบอาชีพทำสวนควบคู่กับทำงานเป็นลูกจ้างไปด้วย ในระยะแรกทำสวนในลักษณะกงสีมีพ่อแม่ของภรรยาเป็นเจ้าของสวน มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ปลูกทุเรียนหลายสายพันธุ์ เงาะ ลองกอง ในรูปแบบผสมผสานในที่ดินผืนเดียวกัน โดยเน้นทุเรียนเป็นหลัก ต่อมาในปี 2539 เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ชาวสวนประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำแห้ง ฝนทิ้งช่วงไม่มีน้ำรดต้นไม้ จึงมีแนวคิดในการบริหารจัดการน้ำโดยสร้างอ่างเก็บกักน้ำ และเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ นำไปปฏิบัติตามเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการแย่งกันใช้น้ำของชุมชน ต่อมาในปี 2545 วางแผนการบริหารจัดการสวนไม้ผลโดยอาศัยองค์ความรู้จากผู้มีประสบการณ์และศึกษาการตลาดจากพ่อค้าที่มารับซื้อทุเรียน โดยเฉพาะเรื่องการทำทุเรียนนอกฤดู ช่วงระยะเวลาในการออกดอก ระยะที่ผลผลิตออกมาไม่ล้นตลาด จึงริเริ่มทำทุเรียนนอกฤดู ส่งผลให้มีผลผลิตมากขึ้น และได้ราคาที่สูง จึงมีเงินทุนในการขยายพื้นที่เพิ่มอีกขึ้น ปัจจุบันมีพื้นที่ประมาณ 127 ไร่ เน้นปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองเป็นหลัก จากประสบการณ์การปลูกทุเรียนทำให้เกิดองค์ความรู้ต่างๆ ดังนี้นายเรือง ศรีนาราง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2562

จากประสบการณ์ทำให้เกิดองค์ความรู้

1) การทำทุเรียนให้ออกก่อนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีเทคนิคการทำให้ออกก่อนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม           ให้ผลผลิตและแก้ไขปัญหาผลผลิตกระจุกตัวซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงออกสู่ตลาดมาก ดังนี้

1.1) การฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล

1.2) การคลุมโคนด้วยผ้าพลาสติก และตัดปลายรากฝอย เพื่อลดความชื้นในดินและลดการหาอาหารของรากพืช เมื่อเริ่มออกดอกจึงนำพลาสติกออก พบว่าออกดอกเร็วขึ้นและตาดอกไม่เปลี่ยนเป็นตาใบถึงแม้จะมีฝนตกหนัก

2) การปรับพื้นที่เพื่อปลูกทุเรียนในที่นาเก่าหรือที่ลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่นาเก่าไม่เหมาะสมกับการปลูกไม้ผลโดยเฉพาะทุเรียนจึงได้พัฒนาพื้นที่โดยการปลูกแบบยกโคก และขุดร่องระบายน้ำ เป็นต้น

3) การปลูกระยะชิด โดยใช้ระยะ 10 X 10 เมตร และปลูกทุเรียนแซมระหว่างกลาง ทำให้พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกทุเรียนได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 30 ต้นต่อไร่ เป็นวิธีหนึ่งช่วยในเรื่องการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ รวมทั้งใช้เครื่องจักรกลเข้ามาช่วยในการผลิตทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง

4) การดูแลรักษาต้นทุเรียนอายุมาก เนื่องจากทุเรียนที่ปลูกบางส่วนเป็นทุเรียนชุดแรกมีอายุมากประมาณ 32 ปี จำเป็นต้องดูแลรักษาโดยตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักและปุ๋ยเคมีหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทันทีเพื่อให้ได้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องทุกปี

5) การป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าโดยใช้ความร้อน สาเหตุเกิดจากเชื้อราไฟทอปธอร่า ทำให้ต้นทุเรียนทรุดโทรม หากเป็นมากๆ ต้องโค่นต้นทิ้ง จึงนำเทคนิคการใช้ความร้อนเพื่อรักษาโรคดังกล่าว ดังนี้

5.1) ขูดเปลือกไม้ให้เห็นแผลชัดเจน และนำเปลือกไม้ไปเผาทำลายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อลงสู่ดิน

5.2) ใช้ความร้อนจากหัวพ่นแก็ส พ่นบริเวณแผลที่ขูดให้ทั่วแผล

5.3) ทำด้วยสารเคมีเมทาแลกซิลหรือ ฟอสอีทิล-อลูมีเนียมที่บริเวณแผล

5.4) เมื่อแผลแห้งทาทับด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคอีกครั้งหนึ่ง

6) การให้ปุ๋ยและเชื้อไตรโคเดอร์มา + น้ำหมัก+จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง พร้อมระบบน้ำเพื่อประหยัดแรงงาน การให้ปุ๋ยเคมีจะให้เฉพาะฤดูแล้ง ส่วนการใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา น้ำหมัก จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง สามารถให้ได้ตลอดทั้งปี

7) การปลูกไม้บังลมเพื่อลดความเสียหายของผลผลิตและใบทุเรียน การทำสวนสิ่งที่ควบคุมได้ยาก           คือ สภาพภูมิอากาศและลมพายุ ซึ่งส่งผลต่อผลผลิตทำให้หลุดร่วงในช่วงติดผลและใบทุเรียนได้รับความเสียหาย ต่อการสังเคราะห์แสงของทุเรียน จึงป้องกันโดยการปลูกไม้บังลมเช่น กระถินเทพา ไผ่ เป็นต้น

8) การปลูกพืชแซมเพื่อสร้างรายได้ระหว่างปี เป็นการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพราะการทำสวนทุเรียน จะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง จึงต้องปลูกพืชเศรษฐกิจหรือไม้ใช้สอยอื่นๆ แซมระหว่างต้น เช่น ลองกอง กาแฟ หมาก เป็นต้น เพื่อทำให้เกิดรายได้ระหว่างปี และเป็นแนวทางทำการเกษตรแบบยั่งยืน

9) การใช้เครื่องจักรกลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เพื่อลดการใช้แรงงานคน เช่น รถตัดหญ้าแบบนั่ง รถพ่นยาแบบแอร์บัส เครื่องผสมปุ๋ย รถยก เป็นต้น

10) น้ำหมักชีวภาพและจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เพื่อปรับปรุงดินและเพิ่มธาตุอาหารต่างๆ ให้เหมาะ กับการเจริญเติบโตของพืชนายเรือง ศรีนาราง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2562

ผลงานและความสำเร็จของผลงาน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ตลอดระยะเวลา ที่ปฏิบัติงานและความยั่งยืนในอาชีพ

  • ปี 2561 ผลผลิตเฉลี่ย 2,887 กก./ไร่ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร : 1,136 กก./ไร่)
  • ต้นทุนการผลิต ปี 2559 : 25,379 บาท/ไร่ (10 บาท/กิโลกรัม) , ปี 2560 : 21,825 บาท/ไร่ (9 บาท/กิโลกรัม), ปี 2561 : 22,452 บาท/ไร่ (8 บาท/กิโลกรัม)
  • ได้รับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 100 ไร่
  • มีแผนการผลิตเพื่อให้ทุเรียนสามารถเก็บเกี่ยวได้ช่วงกลางเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่ราคาทุเรียนสูง และเพิ่มคุณภาพผลผลิตเกรด A- B ประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์ และมีผลผลิตตกไซด์ 18 เปอร์เซ็นต์
  • การใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงสภาพการผลิต เช่น การผลิตทุเรียนคุณภาพดีก่อนฤดูเพื่อการส่งออก หรือจัดการให้ต้นทุเรียนพร้อมเพื่อการผลิตนอกฤดู ด้วยการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล การจัดการเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิตด้วยการตัดแต่งผล โยงผล นับวันเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 110-120 วันหลังดอกบาน และการปลูกพืชแซม เพื่อเสริมรายได้เพิ่ม
  • ความยั่งยืนในอาชีพ มีบุตรที่ช่วยดูแลกิจการโดย บุตรชายช่วยดูแลด้านการผลิตและธุรกิจล้งรวบรวมผลผลิตทุเรียน ส่วนบุตรสาวช่วยดูแลด้านตลาดและจำหน่ายผลผลิตสดและแปรรูป รวมทั้งจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์
  • การเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการตลาด
    • การเพิ่มมูลค่า โดยนำผลผลิตที่ตกเกรดไปแปรรูปภายใต้ชื่อ “ALLBOX”
    • การตลาด ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดตราด เปิดล้งรวบรวมทุเรียนสดคุณภาพดีส่งไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แผงชื่อ “แผงตาเรือง”นายเรือง ศรีนาราง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2562

ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ

  • ปี 2553-ปัจจุบัน รองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราดคนที่ 1
  • ปี 2555-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งในสภาเกษตรกรจังหวัดตราด ดังนี้ ประธานคณะทำงานด้านพืชสวนและพืชไร่ รองประธานคณะทำงานด้านข้าว คณะทำงานด้านเกษตรอินทรีย์และเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารจัดการน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ คณะทำงานด้านปศุสัตว์ คณะทำงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
  • ปี 2555-ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอื่นๆ ดังนี้ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างคลองขวาง ประธานกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนฯ,รองประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนคลองขวาง
  • ปี 2560 ประธานชุมชนกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ชุมชนที่ 5 ตำบลท่ากุ่ม ภายใต้โครงการ 9101
  • ปี 2560 –ปัจจุบัน ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนท่ากุ่ม-เนินทราย
  • ปี 2561 ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียนท่ากุ่ม – เนินทราย ประธานศูนย์ดิน-ปุ๋ยตำบลท่ากุ่ม ประธานกลุ่มย่อยโครงการส่งเสริมรายได้ ประธานแปลงใหญ่จังหวัดตราด เลขานุการแปลงใหญ่ระดับเขต
  • ปัจจุบันเป็น Smart farmer ต้นแบบ
  • เป็นคณะทำงานร่วมประชุมวางแผนแก้ไขปัญหาผลไม้ร่วมกับหน่วยงานราชการและท้องถิ่น รวมทั้งจัดทำข้อเสนอการพัฒนาคุณภาพผลไม้เพื่อยกระดับราคาตามแนวทาง GAP
  • คณะทำงานเจรจาการค้ากับแม่ค้าไทยและลาว จังหวัดหนองคายร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอผลไม้ไทยในประเทศญี่ปุ่นร่วมกับกรมวิชาการเกษตร นำทุเรียนไปร่วมจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอผลไม้ไทยในประเทศกัมพูชาและเวียดนามร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด
  • ร่วมกับบริษัทไทยอะกริเน็ตเวิร์ค หรือบริษัทเครือข่ายเกษตรกร 4 ภูมิภาค รวบรวมผลผลิตทุเรียนจำนวน 340 ตัน มูลค่า 27.2 ล้านบาทส่งตลาดประเทศจีน
  • เป็นวิทยากรรับเชิญจากทั้งมหาวิทยาลัยและกลุ่มเกษตรกร
  • เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นคณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประจำจังหวัดตราดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ.2560นายเรือง ศรีนาราง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2562

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • ที่ตั้งสวนอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก.) โดยเป็นชื่อของครอบครัว
  • ปรับปรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักที่ทำเอง ร่วมกับปุ๋ยเคมี เป็นการลดต้นทุนการผลิต
  • ป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้จุลินทรีย์ที่ทำเองโดยเฉพาะไตรโคเดอร์มาร่วมกับวิธีกล (ขูดเปลือก เผาไฟ และทาเชื้อโตรโคเดอร์มา)
  • ป้องกันกำจัดเชื้อไฟทอปธอร่าในทุเรียน, สารหมักจากเชื้อ พ.ด.8 เพื่อกำจัดไรแดง และจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน
  • รักษาความชื้นในดิน โดยตัดหญ้าด้วยเครื่องตัดหญ้าแทนการใช้สารเคมีและปลูกพืชแซม
  • รักษาแหล่งน้ำ ด้วยการขุดลอกคลองเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปีและเผื่อแผ่ให้เกษตรกรใกล้เคียง
  • มีการจัดการบ้านพักและสวนเป็นสัดส่วน มีแหล่งน้ำที่เพียงพอ ติดตั้งระบบสปริงเกอร์ทุกต้น
SIMA_webbanner_468x90_TH_animated