ชาวนาลั่นทุ่ง “ไม่เผาตอซังข้าว” พลิกวิกฤตเพิ่มมูลค่าฟางข้าวเป็นรายได้ภายใน 3 ปี
กระทรวงเกษตรฯ ธ.ก.ส. สยามคูโบต้า และและเกษตรกรชาวนา กล่าวปฏิญาณ "เกษตรกรไทยร่วมใจไม่เผา"

ชาวนาสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ประกาศร่วมมือร่วมใจไม่เผาตอซังข้าวอีกต่อไป https://bit.ly/2GBZk0e คำประกาศนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ณ ทุ่งนา อำเภอศรีประจันต์ โดย บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน พร้อมเป็นผู้นำนวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต แก้ปัญหาการเผาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ได้ดำเนินการจัดงานนี้ขึ้น ภายใต้โครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา ตอน ชาวนาไทยไร้ฝุ่นควัน เพื่อส่งเสริมชาวนาไทย ทำเกษตรปลอดการเผา เพิ่มมูลค่าฟางข้าวเหลือทิ้งเป็นรายได้เสริม ไถกลบตอซังเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่แปลงนา พร้อมจับมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมวิชาการเกษตร ให้ความรู้และสนับสนุนการทำนาข้าวด้วยเครื่องจักรกลแบบครบวงจร รวมถึง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งเป้าทำให้ได้ภายใน 3 ปี 

(บรรยากาศงาน ชมเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2IThQ62)

นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย (คนกลาง) ประธานในพิธีเปิดโครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา ตอน ชาวนาไทยไร้ฝุ่นควัน
นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย (คนกลาง) ประธานในพิธีเปิดโครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา ตอน ชาวนาไทยไร้ฝุ่นควัน
ตั้งเป้าพื้นที่เกษตร 140 ล้านไร่ ปลอดเผา 100% ใน 3 ปี  

นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มลพิษที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เป็นปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากการเผาในที่โล่งกว่า 50% โดยเฉพาะในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน สถานการณ์จะหนักในช่วงพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ส่วนในภาคกลางมักจะได้รับผลกระทบจากการเผาตอซังในนาข้าว เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกข้าวในเขตชลประทานที่ทำนาปีละ 2 ครั้ง ซึ่งปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน เพื่อลดปัญหาการเผาจากภาคการเกษตร จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การดำเนินการควบคุมการเผาตอซังข้าวในพื้นที่เกษตรกรรมและควบคุมการเผาในที่โล่ง โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งเจ้าหน้าที่เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการหยุดเผาในพื้นที่เกษตร สร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาให้ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในชุมชนให้นำเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ทดแทนการเผา ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร ได้รับความร่วมมือจากบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดตั้งโครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา ขึ้น เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยทำการเกษตรแบบไม่เผา ด้วยเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างครบวงจรในพืชที่กระทรวงดูแลรับผิดชอบอยู่ ได้แก่ ข้าวและข้าวโพด โดยตั้งเป้าพื้นที่เกษตรของไทยกว่า 140 ล้านไร่ให้เป็นเกษตรปลอดการเผา 100% ภายใน 3 ปี

นายประสงค์ ประไพตระกูล (คนที่ 4 จากซ้าย) ประกาศว่า กรมการข้าวสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่
นายประสงค์ ประไพตระกูล (คนที่ 4 จากซ้าย) ประกาศว่า กรมการข้าวสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่
การจัดแสดง สถานีการใช้ประโยชน์จากฟางข้าว โดยกรมการข้าว
การจัดแสดง สถานีการใช้ประโยชน์จากฟางข้าว โดยกรมการข้าว
การจัดแสดงสถานีทำปุ๋ยอินทรีย์จากตอซังข้าว โดย กรมพัฒนาที่ดิน
การจัดแสดงสถานีทำปุ๋ยอินทรีย์จากตอซังข้าว โดย กรมพัฒนาที่ดิน
พื้นที่ปลูกข้าว 70 ล้านไร่ ตอซัง 18 ล้านตัน จะต้องเพิ่มมูลค่า

นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวปีละประมาณ 70 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.40 ของพื้นที่ทำการเกษตร ในแต่ละปีมีฟางข้าวเหลือทิ้งในนาเฉลี่ย 27 ล้านตัน และมีตอซังข้าวที่ตกค้างอยู่ในนาข้าวประมาณ 18 ล้านตัน ซึ่งฟางข้าวและตอซังข้าวเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีปริมาณมากที่สุดเมื่อเทียบกับตอซังพืชอื่น โดยในพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ มีปริมาณฟางข้าวและตอซัง โดยเฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม นับเป็นปัจจัยหลักที่เกษตรกรส่วนมากนิยมเผาตอซังข้าวเพื่อให้เกิดความสะดวกในการไถเตรียมดิน ง่ายต่อการกำจัดวัชพืชและแมลงศัตรูพืช ซึ่งวิธีดังกล่าวจะทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนไป สูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทต่อปี แต่หากเปลี่ยนเป็นวิธีไถกลบตอซังข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ จะเป็นการเพิ่มธาตุอาหารหลักลงในดิน ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม คิดเป็นมูลค่า 900 บาท/ไร่ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้  อีกทั้งทำลายจุลินทรีย์และแมลงที่เป็นประโยชน์ การเผาตอซังพืชทำให้ผิวดินมีอุณหภูมิสูงถึง 90 องศาเซลเซียส ทำให้สูญเสียน้ำในดิน ส่งผลให้ความชื้นในดินลดลง โดยกรมการข้าวได้จัดโครงการรณรงค์งดเผาฟางและไถกลบตอซังพืชอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาฟาง ชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการไถกลบตอซังพืชที่สามารถช่วยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพ ทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย ง่ายต่อการเตรียมดิน เพิ่มธาตุอาหารทางเคมีตรงตามที่พืชต้องการ ต้านทานความเป็นกรด-ด่าง และยังช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในดิน อีกทั้งนำฟางข้าวไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น คลุมดินทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง หรืออัดฟางก้อนไปขายเพื่อเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงโค นอกจากนี้สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากฟางข้าว เพื่อสร้างรายได้เสริมทดแทนการเผาอีกด้วย สำหรับโครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา ตอน ชาวนาไทยไร้ฝุ่นควัน จะเป็นการเข้าไปให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวนาในการเก็บเกี่ยวข้าวหลังฤดูกาลเพาะปลูก ร่วมถึงการทำเกษตรปลอดการเผาด้วยการไถกลบตอซัง และนำฟางข้าวที่เหลือทิ้งมาอัดเป็นฟางก้อนเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรด้วยเครื่องจักรกลการเกษตร โดยจะเน้นในพื้นที่เกษตรที่มีการเผาสูง หรือจุด Hotspot 10 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อยับยั้งการเกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้น และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางอากาศ

นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ ผู้บริหารสยามคูโบต้า นำเสนอเครื่องจักรกลสำหรับเกษตรปลอดการเผา...
นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ ผู้บริหารสยามคูโบต้า นำเสนอเครื่องจักรกลสำหรับเกษตรปลอดการเผา…
สยามคูโบต้า โชว์จักรกลเกษตรช่วยชาวนาไม่เผาอีกต่อไป

นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงที่มาของโครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา ว่า บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาในภาคการเกษตรอย่างเร่งด่วน จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดโครงการ “Zero Burn เกษตรปลอดการเผา” ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบไม่เผา ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ข้าว อ้อย และข้าวโพด พร้อมลงพื้นที่สนับสนุนการทำเกษตรด้วยเครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร และให้ความรู้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของอินทรียวัตถุ การรักษาความชื้นในดิน เพื่อการทำเกษตรอย่างยั่งยืนด้วยองค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกรมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินงานร่วมกันในทุกภาคส่วน 3 ปีหลังจากนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่เกษตรปลอดการเผา 100%

สาธิตการไถกลบตอซังข้าว
สาธิตการไถกลบตอซังข้าว

โครงการ Zero Burn เกษตรปลอดการเผา จะเริ่มรณรงค์จากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายใต้ชื่อ ตอน “ชาวนาไทยไร้ฝุ่นควัน” ซึ่งหลังการเก็บเกี่ยวข้าว เศษวัสดุเหลือใช้จากนาข้าวทั้งฟางข้าวและตอซังข้าว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อชาวนาเป็นอย่างมาก หากเกษตรกรมีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาใช้งานอย่างครบวงจร ในส่วนของฟางข้าว เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าของฟางข้าวได้ด้วยการอัดฟางข้าว จากเครื่องอัดฟางคูโบต้า รุ่น HB135 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้ในการอัดฟาง ทำให้ได้ก้อนฟางที่แน่น ตรงสวย ลดการหลุดร่วงและการสูญเสียฟางข้าว โดยสามารถอัดฟางได้วันละ 40-50 ไร่ (เฉลี่ย 20-25 ก้อนต่อไร่) ได้ก้อนฟางสูงถึง 1,250 ก้อนต่อวัน ซึ่งรายได้จากการรับจ้างอัดฟางจะมีมูลค่าอยู่ที่ 13 บาทต่อก้อน โดยก้อนฟางเหล่านี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ อาทิ โคนม โคเนื้อ สัตว์เคี้ยวเอื้องเพื่อการพาณิชย์ ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนสำหรับฟาร์มโคเนื้อ ตลอดจนสร้างรายได้เสริมด้วยการใช้เครื่องอัดฟางอีกด้วย นอกจากนี้หากมีการฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ ที่ผ่านกรรมวิธีการหมักผสมสารเร่งซุปเปอร์ พด. 2 ซึ่งเป็นสารจุลินทรีย์ที่ผลิตโดยกรมพัฒนาที่ดิน มีคุณสมบัติในการย่อยสลายวัสดุการเกษตรในลักษณะสด อวบน้ำ หรือมีความชื้นสูงเพื่อผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ  ด้วยเครื่องพ่นอเนกประสงค์ ตราช้าง รุ่น BS350 ที่มีคุณสมบัติฉีดละอองละเอียดถึง 70 ไมครอน กระจายตัวแทรกซึมทั่วพื้นที่ สม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง สามารถเปลี่ยนหัวฉีดได้หลากหลายให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิด ระบบหมุนวนภายในถังทำให้สารที่ต้องการฉีดพ่นไม่ตกตะกอน ได้คุณภาพคงที่ หรือจะเป็นนวัตกรรมใหม่ โดรนเพื่อการเกษตร รุ่น MG1-K ซึ่งจะฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพก่อนการไถกลบตอซัง เพื่อช่วยปรับปรุงบำรุงดินเพิ่มธาตุอาหารและฮอร์โมนพืช สุดท้ายเป็นการไถกลบตอซังข้าว ด้วยผานพรวน ตราช้าง รุ่น DH245-6F-HP ซึ่งเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับไถกลบเศษตอซัง ที่ถูกออกแบบให้เป็นกระทู้แยกสำหรับใบจานแต่ละใบ ทำให้ใช้งานได้เอนกประสงค์ สามารถไถพรวนดินได้ลึก ละเอียด ตลอดจนกลบหรือสาดดินได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาฟางหมุน ปรับตั้งได้ตามความเหมาะสมในการใช้งานในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะช่วยทำให้ดินมีความโปร่ง ร่วนซุย ดินมีการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ง่ายต่อการเตรียมดินในการเพาะปลูกครั้งต่อไป ด้วยวิธีการใช้รถดำนาและรถหยอดข้าว ทดแทนการทำนาหว่าน ในโครงการ Zero Broadcast เพื่อส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวคุณภาพสูง ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

สามารถสอบถามข้อมูลโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์สยามคูโบต้า โทร 0-2909-1234

สาธิตการพ่นน้ำหมักชีวภาพโดยเครื่องพ่นอเนกประสงค์ตราช้าง และโดรนเพื่อการเกษตร
สาธิตการพ่นน้ำหมักชีวภาพโดยเครื่องพ่นอเนกประสงค์ตราช้าง และโดรนเพื่อการเกษตร
สาธิตการใช้เครื่องอัดฟาง ตราช้าง...
สาธิตการใช้เครื่องอัดฟาง ตราช้าง…
สาธิตการปลูกข้าวด้วยรถดำนาคูโบต้า
สาธิตการปลูกข้าวด้วยรถดำนาคูโบต้า
SIMA_webbanner_468x90_TH_animated