พร้อมรับมือ! กรมชลฯ ปล่อยคาราวานรถบรรทุกน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำลงพื้นที่เสี่ยงแล้ง
กรมชลฯ ปล่อยคาราวานรถยนต์บรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ ลงพื้นที่ประสบภัยแล้ง

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2561) ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบริหาร รักษาการรองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา แถลงข่าวการเตรียมรับมือภัยแล้ง พร้อมร่วมกิจกรรมปล่อยคาราวานรถขนส่งเครื่องสูบน้ำและรถยนต์บรรทุกน้ำไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยมีนายพงศ์ศักดิ์ อรุณวิจิตรสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 พร้อมด้วย นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากสำนักเครื่องจักรกล เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบัน (18 ก.พ. 61) สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 53,049 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของปริมาณน้ำรวมกันทั้งหมด หากเทียบกับปี 2560 ณ วันเดียวกัน ปริมาณน้ำในปีนี้จะมากกว่าปี 2560 ประมาณ 7,239 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำใช้การได้ในช่วงฤดูแล้งปีนี้ มีอยู่รวมกันประมาณ 29,505 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62 ของปริมาณน้ำใช้การได้ทั้งหมด

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้ง ในพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ ปัจจุบันยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากกรมชลประทานได้มีการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคไว้อย่างเพียงพอ ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2561

ขบวนคาราวานรถยนต์บรรทุกน้ำเครื่องสูบน้ำ ลงพื้นที่เสี่ยงแล้ง
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล และคณะขณะทำพิธีขบวนคาราวานรถยนต์บรรทุกน้ำเครื่องสูบน้ำ ลงพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

ในส่วนของพื้นที่นอกเขตชลประทาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งอาจประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งนี้ได้ ในการนี้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการและกำชับให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ กรมชลประทาน โดยสำนักเครื่องจักรกล ได้จัดส่งเครื่องสูบน้ำ และรถยนต์บรรทุกน้ำ จากส่วนกลางเข้าไปเตรียมพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติม จากของเดิมที่มีประจำการอยู่แล้วในโครงการชลประทานทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้บริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ชลประทานด้วยการใช้ระบบชลประทานที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และให้จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ และรถยนต์บรรทุกน้ำ ให้มีความพร้อมที่จะสามารถนำไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำได้ทันที หากมีการร้องขอ

เจ้าหน้าที่ขณะกำลังขบวนคาราวานรถยนต์บรรทุกน้ำเครื่องสูบน้ำ ลงพื้นที่เสี่ยงแล้ง
เจ้าหน้าที่ขณะกำลังขบวนคาราวานรถยนต์บรรทุกน้ำเครื่องสูบน้ำ ลงพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

 กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำไว้จำนวนทั้งสิ้น 2,365 เครื่อง โดยกระจายอยู่ตามสำนักงานชลประทานต่างๆ ทั่วประเทศ 1,702 เครื่อง และสำรองไว้ที่ส่วนกลางอีก 663 เครื่อง ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการอุปโภคบริโภค ทั้งพื้นที่ในเขตและนอกเขตชลประทาน นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์บรรทุกน้ำที่กระจายอยู่ตามโครงการชลประทานต่างๆ ทั่วประเทศอีก 242 คัน ที่พร้อมจะให้การสนับสนุนในกรณีเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งหรือขาดแคลนน้ำ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากโครงการชลประทานในพื้นที่ของท่านได้ตลอดเวลา

SIMA_webbanner_468x90_TH_animated