สวก.มอบโล่ฯ 13 ผลงานวิจัยเด่น ปี59
สกว.จัดงานมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2559

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดงานมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว.ประจำปี 2559 ณ หองบอลรูม 1-2 โรงแรม รอยัล ออรคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด ทาวเวอรส ถ.เจริญกรุง แก่นักวิจัยจำนวนทั้งสิ้น 13 ผลงาน ประกอบด้วยผลงานวิจัยเด่นด้านนโยบาย ผลงานวิจัยเด่นด้านสาธารณะ ผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์ ผลงานวิจัยเด่นด้านชุมชนพื้นที่ และผลงานวิจัย เด่นด้านวิชาการ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติให้แกผู้วิจัยผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ ที่สร้างคุณประโยชน์ ต่อสังคม และประเทศชาติ โดยมี พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี มอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. พร้อมด้วย คณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสกว. และคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัยที่เข้ารับโล่เกียรติยศ

การคัดเลือกผลงานวิจัยที่สมควรไดรับการยกยอง ใหเปนผลงานวิจัยเดน สกว.
การคัดเลือกผลงานวิจัยที่สมควรไดรับการยกยอง ใหเปนผลงานวิจัยเดน สกว.

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า ผลงานวิจัยที่ไดรับการคัดเลือกประจำปี 2559 นี้ ถือเป็นแบบอย่างของการทำงานวิจัยที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดลวนมีเปาหมายเดียวกัน คือ การสรางความรู ใหเกิดในทุกระดับเพื่อเปนฐานสูการขับเคลื่อนประเทศไปขางหนา โดยในแตละป สกว. สนับสนุนทุนวิจัยกวา 1,700 โครงการ ครอบคลุมศาสตร ทุกดาน และสนับสนุน นักวิจัยทุกระดับ ซึ่ง สกว. ใหความสําคัญ และเห็นคุณคาของผลงานวิจัยทุกประเภทที่เกิดขึ้น

ดังนั้น เพื่อเปนการยกยองเชิดชูเกียรติ ใหแกผูวิจัยและผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและสรางคุณประโยชนตอสังคม และประเทศ สกว.จึงไดจัดใหมีการคัดเลือกผลงานวิจัยที่สมควรไดรับการยกยอง ใหเปนผลงานวิจัยเดน สกว. เปนประจําทุกป สำหรับเกณฑในการคัดเลือกผลงานวิจัยเดนปนี้ คือ ตองเปนผลงานวิจัยที่ประสบผลสําเร็จมีผูใชประโยชน และปรากฏผลเป็นที่ประจักษในปงบประมาณ พ.ศ.2559 สามารถสรางการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการที่เกี่ยวของหรือกอใหเกิดผลกระทบตอสังคม หรือนําไปสู การพัฒนาในวงกว้าง อีกทั้งตองมีวิธีการวิจัยที่ยอมรับตามหลักวิชาการ ซึ่ง สกว. ไดแบงกลุมพิจารณา ตามลักษณะการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน 5 ดาน ไดแก ดานนโยบาย ดานสาธารณะ ดานพาณิชย ดานชุมชนและพื้นที่ และดานวิชาการ สําหรับป 2559 คณะกรรมการตัดสินผลงานเดนไดคัดเลือก ผลงานวิจัยเดน จํานวนทั้งสิ้น 13 ผลงาน ประกอบดวย ผลงานวิจัยเดน ดานนโยบาย จํานวน 2 ผลงาน ผลงานวิจัยเดนดานสาธารณะ จํานวน 1 ผลงาน ผลงานวิจัยเดน ดานพาณิชย จํานวน 2 ผลงาน ผลงานวิจัยเดนดานชุมชนและพื้นที่ จํานวน 4 ผลงาน และผลงานวิจัยเดนดานวิชาการ จํานวน 4 ผลงาน อย่างไรก็ดีในโอกาส สกว.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3

ด้านพลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ประเทศ ก้าวไกล ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ตอนหนึ่งว่า รู้สึกชื่นชมนักวิจัยทุกท่านที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ อันแสดงให้เห็นถึงผลิตผลงานที่มีคุณค่า สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ และเป็นต้นแบบที่ดีของ การทำงานวิจัยที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและ ประเทศชาติ

ผลงานวิจัยที่ไดรับการคัดเลือกประจำปี 2559
ผลงานวิจัยที่ไดรับการคัดเลือกประจำปี 2559

ตัวอย่างผลงานวิจัยดีเด่นที่จะเข้ารับมอบโล่เกียรติยศในปีนี้ ได้แก่ การวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับวัสดุเหลือทิ้งในกระบวนการแปรรูปทางการเกษตร โดยนำเมล็ดมะขามมาทำเป็นเจลโลส ทดแทนเพคติน ในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อผลิตไอศกรีมมะขามเจลาโต เยลลี่มะขาม การวางแผนจัดการ ทรัพยากรน้ำ ทั้งระดับชุมชนและจังหวัด ภายใต้แนวคิด “จากพื้นที่สู่นโยบาย” โดยอาศัยองค์ความรู้ ในพื้นที่ในการ จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ และเกิดกระบวนการวางแผนน้ำอย่างมีส่วนร่วม และการ เชื่อมโยงแผนชุมชน-จังหวัด- และหน่วยงานส่วนกลางเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้ง และอุทกภัย อันเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนสร้างเครือข่ายภาคประชาชน กับหน่วยงานภาครัฐ ในการบริหารจัดการ น้ำอย่างบูรณาการและยั่งยืนตามแนวทาง “ศาสตร์พระราชา” ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากร ดิน น้ำ และป่า เป็นต้น

การใช้งานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ

ประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น สกว.จึงตระหนักถึงการพัฒนายุทธศาสตร์การวิจัยในเชิงรุกใหม่ๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนไปได้บนฐานความรู้และนวัตกรรม อีกทั้งเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพ และประสิทธิผลขององค์กรในการดำเนินงานให้เป็นไปตามพันธกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “เปลี่ยนแปลงประเทศ ด้วยการวิจัยและนวัตกรรม”