เกษตรกร 3 จังหวัดรวมกลุ่ม “ปลูกอินทผาลัม” ได้ผลผลิตดี-ออกสู่ตลาดเร็วๆนี้
อินทผาลัมกำลังให้ผลผลิตและจะออกสู่ตลาดเร็วๆนี้

เรื่อง/ภาพ : ศุภชัย เกษตรก้าวไกล

หลายคนบอกว่าอินทผาลัม ทั้งสายพันธุ์และสภาพแวดล้อม ไม่เหมาะสมกับประเทศไทยที่เป็นดินแดนเขตร้อนชื้นแตกต่างกับทะเลทรายอย่างสิ้นเชิง แต่ดูเหมือนเกษตรกรไทยยังคงเดินหน้าที่จะปลูก พยายามทดลองค้นคว้าสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากผลผลิตหรือราคารับซื้อค่อนข้างสูง

กลุ่มผู้ปลูกอินทผาลัม ภาคตะวันตก (WDP) เป็นการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกร  3 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบรี มีสมาชิกกว่า 30 ราย รวมปลูกประมาณ 20,000 ต้น จุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน หวังพัฒนาอินทผาลัมเป็นพืชเศรษฐกิจที่แท้จริง

คุณประวิทย์ เชาวานิชย์กุล ประธานกลุ่ม WDP
คุณประวิทย์ เชาวานิชย์กุล ประธานกลุ่ม WDP

คุณประวิทย์  เชาวานิชย์กุล ประธานกลุ่ม WDP กล่าวว่า ตนมีอาชีพดั้งเดิม คือ ปลูกอ้อยส่งโรงงานกว่า 200 ไร่ในพื้นที่ ตำบลช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากที่ตนศึกษาอินทผาลัมมาระยะหนึ่ง พบว่า พื้นที่ของตนน่าจะเหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดนี้ จึงทดลองพืชหลายสายพันธุ์ โดยเน้นผลผลิตสด เพราะว่าการจัดการง่าย ปรากฏว่า สายพันธ์ Barhi เกิดจากเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อจากต่างประเทศ เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีรสชาติ หวาน กรอบ อีกทั้งใช้ระยะเวลาปลูก 2 ปีครึ่ง ก็ทยอยให้ผลผลิตแล้ว โดยแต่ละต้นแทงช่อดอกรอบต้น ประมาณ 6-10 ช่อ รวมๆน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัมต่อช่อ เลยทีเดียว

การห่อผลอินทผาลัมเผิ่อให้ผิวสวยและป้องกันแมลงเจาะผล
การห่อผลอินทผาลัมเผิ่อให้ผิวสวยและป้องกันแมลงเจาะผล

“อินทผาลัม 1 ต้นให้ผลผลิตปีแรก เกือบ 50 กิโลกรัม สมมุติเราขายกิโลกรัมละ 500 บาท ก็ได้เงินกลับมาแล้ว 25,000 บาท คืนทุนได้เลย เมื่อผลผลิตออก 1 ปีแรก พอย่างเข้าปีที่สอง และสาม ผลผลิตแต่ละต้นเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ มากสุดน่าจะเป็นช่วงอายุ 7 ปี คงจะสุดถึง 10 กิโลกรัมต่อช่อ”

ในขณะต้นทุนการปลูกและการดูแลอินทผาลัมพันธุ์ดังกล่าวก็สูงเหมือนกัน โดยเฉพาะต้นพันธุ์จากประเทศอังกฤษสูงถึง 1,200 บาทต่อต้น และยังมีต้นทุนการจัดการเรื่องน้ำ-ปุ๋ย อย่างไรก็ตามพืชชนิดนี้ปัจจุบันราคารับซื้อยังดีมาก

สวนผู้ปลูกอินทผาลัม ภาคตะวันตก (WDP)
สวนผู้ปลูกอินทผาลัม ภาคตะวันตก (WDP)

“ขณะนี้ทางกลุ่มฯ ได้ไปเซ็นสัญญา เอ็มโอยูกับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ไว้แล้ว คาดว่าผลผลิตชุดแรกจะออกสู่ตลาดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ ปัจจุบันมีราคารับซื้อ (ขายปลีก) 700 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขณะนี้ผลผลิตมีปริมาณไม่ค่อยเพียงพอกับความต้องการ เพราะว่าทางกลุ่มฯเราเพิ่งเริ่มทำโครงการนี้ สำหรับผมนั้นลงมือปลูกไปแล้ว 130ไร่บนพื้นที่ไร่อ้อยเดิม โดยปลูก 25 ต้นต่อไร่ (ปลูกระห่างเหมือนๆกับปาล์มน้ำมัน) ซึ่งขณะนี้ให้ผลผลิตไปแล้ว 800 ต้น และน่าจะทยอยให้ผลผลิตในปีต่อๆไป เพราะว่าปลูกไม่พร้อมกัน” คุณประวิทย์ กล่าว

กลุ่มผู้ปลูกอินทผาลัม ภาคตะวันตก (WDP) 3 จังหวัด
กลุ่มผู้ปลูกอินทผาลัม ภาคตะวันตก (WDP) 3 จังหวัด

และบอกอีกว่า จริงๆแล้ว อินทผาลัมสายพันธุ์นี้ หากปลูกที่ต่างประเทศหรือถิ่นกำเนิดเดิมจะเริมให้ผลผลิตเมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 5 แต่ที่นี่ 2 ปีครึ่งก็ให้ผลผลิตแล้ว แถมตลาดรับซื้อให้ราคาดีด้วย ดีกว่าปลูกพืชอื่นๆเยอะ โดยเฉพาะไร่อ้อยหลายเท่าตัวเลยทีเดียว.

ขอบคุณฟอร์ด เรนเจอร์ พาหนะเดินทางในครั้งนี้
ขอขอบคุณ : ฟอร์ด เรนเจอร์ “เกิดมาแกร่ง” ที่สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้