“กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช” คงไม่ทำให้เกษตรกรหน้าเขียว?
เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมเขียวคาเวนดิช : หวังว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน (ขอบคุณภาพจากเว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม http://www.chiangraifocus.com)

วันนี้เวลานี้ กล้วยทุกชนิดราคาเหี่ยวลง เพราะผลผลิตที่พร้อมใจกันปลูก ทำให้ออกมามากจนตลาดเกินจะรับไหว หลังจากที่ 1-2 ปีที่แล้ว เกิดภาวะภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตออกมาน้อยและราคาพุ่งสูง…

“คาดว่าอีกไม่นานนักราคากล้วยจะตกลง” เกษตรกรปลูกกล้วยรายหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรีบอกกับผู้เขียนเมื่อเดือนตุลาคม 2559

ผู้เขียนถามกลับไปว่า “รู้ได้อย่างไรว่าราคากล้วยจะตกลง” ก็ได้คำตอบว่า “เมื่อวานไปตลาดเห็นมีหัวปลีขายกันเยอะมาก” ก็แสดงว่ากล้วยจะออกมาเยอะอย่างแน่นอน

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ราคากล้วยก็เริ่มทรงกับทรุด กระทั่งวันนี้ราคาเริ่มขยับขึ้นมาบ้าง

ท่ามกลางราคากล้วยที่ตกลง แต่ยังมีกล้วยอีกชนิดหนึ่งที่ออกข่าวมาตลอดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาว่า “ส่งออกดี…มีเท่าไรรับซื้อไม่อั้น” นั่นก็คือ “กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช” สวนทางกับกล้วยชนิดอื่นๆ ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

ดังที่เกษตรกรผู้ส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมเขียวรายหนึ่งเคยพูดให้ฟังว่า “กล้วยหอมเขียวมาแรงมากครับ แต่ขาดการสนับสนุน หมายถึง ให้ผมไปพูดให้ชาวบ้านมาปลูกกล้วยมันช่างยากเหลือเกินครับ เหมือนกับว่าผมพูดไป ร้อยคำ มันไม่เท่ากับ ถ้ามีหน่วยงานรัฐมาสนับสนุนและส่งเสริม เขาอาจจะพูดไม่กี่คำ เกษตรกรก็มีความเชื่อมั่นที่จะปลูกแล้ว ทั้งๆที่ตอนนี้ผมมีออเดอร์ (MOU กับมาเลเซีย) ที่จะส่งออกในมือเดือนละ 200 ตู้คอนเทนเนอร์นะครับ”

และพูดต่ออีกว่า “หาแนวร่วมมาปลูกยังยากเลยครับ ด้วยเกษตรกรไม่เชื่อมั่นในตัวเรา เพราะโดนหลอกมาเยอะแล้ว ผมต้องดิ้นขยายพื้นที่ปลูกมา นครพนม เขาค้อ-เพชรบูรณ์ และยังมีเชียงใหม่ มาเสริมนิดหน่อยครับ

ตอนนี้ต้องการพื้นที่ปลูกช่วงเดือนมกราคม ปี 60 อีกพันกว่าไร่ครับ จริงๆต้องการมากกว่านี้แต่เราจัดสรรหาพื้นที่ปลูกไม่ได้….พอชี้แนะช่องทางได้ไหม(ชวนผู้เขียน) หรือว่ามาทำด้วยกันครับ” เกษตรกรผู้ส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมเขียวรายหนึ่งกล่าวกับผู้เขียนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ผู้เขียนนั้นได้ติดตามข่าวสารก็พบว่า มีการเปิดเพจเปิดเว็บส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมเขียว ทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียกันอย่างชัดเจน บ้างก็มีคลิปในยูทูปทั้งผู้ส่งเสริมและเกษตรกรที่ปลูก (ที่เป็นลูกไร่) เชิญชวนให้มาปลูกกันเป็นว่าเล่น…

สัมมนา กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช ...เปิดเผยความจริงที่ทุกคนอยากรู้
สัมมนา กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช …เปิดเผยความจริงที่ทุกคนอยากรู้

ล่าสุดของล่าสุดนี้ “กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช” ทำท่าจะติดลมบนเมื่อทางเครือซีพี จับมือกับบริษัทโดลฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตแปรรูปผลไม้รายใหญ่ของประเทศไทย บอกว่าจะส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมเขียว 60,000 ไร่ (มันน้อยสะเมื่อไหร่) โดยขณะนี้ได้ทำแปลงต้นแบบอยู่ที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมแปลงอย่างน้อย 2 คณะแล้ว

หลักการของเครือซีพีตามรายงานข่าวที่แจ้งมา คือจะให้การส่งเสริมการปลูก ในพื้นที่ที่เหมาะสมทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศ ที่ดิน และโดยเฉพาะจะต้องตั้งอยู่ในรัศมี 300 กิโลเมตร เพื่อให้สะดวกต่อการขนส่งมาที่โรงคัดแยกและโรงบ่ม โดยจะเป็นผู้ลงทุนในเรื่องอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ รวมทั้งเทคโนโลยีการผลิต และเมื่อผลผลิตออกมาก็จะเป็นผู้ทำการตลาด โดยมีการตั้งราคารับซื้อเสร็จสรรพ มีเงื่อนไขว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องบริหารจัดการตามที่บริษัทกำหนด ข่าวว่าผลผลิตทั้งหมดจะเน้นการส่งออก 100% ประเทศจีนคือเป้าหมายหลัก ไม่เน้นขายตลาดในประเทศ เพราะกล้วยชนิดนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรเคยแนะนำให้ปลูกเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่คนไทยไม่นิยม เพราะรสชาติสู้กล้วยหอมทองไม่ได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น เกษตรกรได้สอบถามกันมากว่า ตลาดจะมีความยั่งยืนแค่ไหน ปลูกไปแล้วจะมีตลาดจริงหรือไม่ ซึ่งเมื่อเครือซีพี และโดลฯลงมาเล่นเอง คงทำให้ลดความกังวลไปได้บ้าง “ซีพีมีตลาดอยู่ในมือจะจับอะไรก็ได้” นักวิเคราะห์ทิศทางเกษตรรายหนึ่งกล่าว แต่ก็นั่นแหละเกษตรกรต้องสมัครเข้าไปเป็นเครือข่ายอย่างเดียวหรือ ยังมีวิธีอื่นๆอีกหรือไม่ที่จะทำให้เกษตรกรอยู่ได้เหมือนที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาป่าวประกาศทุกวันศุกร์ว่าอาชีพเกษตรกรต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

ความกังวลใจต่อการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช จึงอยู่ในใจเกษตรกร รวมทั้งบุคคลในวงการเกษตร ดังเช่น ความคิดเห็นต่อไปนี้

“เคหการเกษตร เคยลงข่าวเรื่องนี้ไปแล้ว และเคยไปดูแปลงปลูกกล้วยหอมเขียวที่พนัสนิคม ก็เห็นว่าเขาพร้อมที่สุด ไต้หวันไม่มีหอมทองแล้ว มีแต่คาเวนดิชพันธุ์เขาเอง…ส่วนข่าวที่ว่าหลายเจ้าประกาศส่งเสริมและรับซื้อ ผมไม่มั่นใจเกรงว่าจะขายต้นพันธุ์เนื้อเยื่อออกมากันเยอะ พยายามจะให้ช่วยโปรโมท ช่วงนี้กล้วยทุกชนิดก็ล้นตลาดมากเกินอยู่แล้ว…แถวรังสิตชาวสวนต้องบ่มเองแล้วตระเวนขายตลาดนัด อย่าลืมว่าคาเวนดิชคือหอมเขียว ชาวสวนต้องรวมกลุ่มกันปลูก ร่วมกันคัด และต้องมีโรงบ่มให้สุกเหลือง เป็นกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม” คุณเปรม ณ สงขลา บรรณาธิการวารสารเคหการเกษตร แสดงความคิดเห็น

ในขณะที่ คุณศักดา ศรีนิเวศน์ อดีตข้าราชการ กรมวิชาการเกษตร ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอิสระ และคอลัมนิสต์นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้ที่เคยเขียนเตือนเรื่องยางพาราว่า “คนขายกล้ายางรวย คนซวยคือคนปลูก” ให้ความคิดเห็นว่า กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช ตลาดยังไม่มีความชัดเจน ได้แต่โฆษณาชวนเชื่อว่า ตลาดส่งออกดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วที่ว่าดี มันดีแค่ไหน มีใครบอกได้ไหม

“ผมเองคิดว่าใครที่มีตลาดเป็นเรื่องดี แต่คิดว่าปั่นราคาหน่อกล้วยกันมากกว่า ที่บอกว่าจีนเคยไปส่งเสริมการปลูกกันในลาว และมีใช้สารเคมีเยอะ จนรัฐบาลลาวยกเลิกไม่ให้ปลูกนั้นก็ไม่น่าจะจริงทั้งหมด เพราะว่าเขาเช่าที่ปลูกกันทีต้องเป็นสิบๆปี อยู่ๆเลิกไปมันไม่น่าจะใช่ เพียงแต่นำมาเป็นข้ออ้างให้ราคาหน่อกล้วยพุ่งสูงมากกว่า”

มาที่เกษตรกรตัวจริงเสียงจริง คุณประยูร วิสุทธิไพศาล เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 56 ผู้ประสบความสำเร็จในการปลูกไม้ผลหลายชนิดในย่านดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่เคยบอกกับผู้เขียนเมื่อ 3 เดือนที่แล้วว่ากำลังเล็งๆจะปลูกและได้เปิดโทรศัพท์มือถือโชว์รูปถ่ายแปลงกล้วยชนิดนี้ กล่าวว่า

“ตอนนี้ปลูกไม่ไหวแล้ว หน่อกล้วยมันแพงเหลือเกิน หน่อละตั้ง 35 บาท…ผมว่าดูๆไปก่อนดีกว่าครับ” (ราคา 35 บาท เป็นหน่อเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นเล็ก ผู้ซื้อต้องไปอนุบาลต่อ)

จะอย่างไรก็แล้วแต่ข่าวการส่งเสริมปลูกกล้วยหอมเขียวคาเวนดิช หากมองในแง่บวกถือว่าได้นำความคึกคักมาให้กับวงการกล้วยไทยอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดซบเซาไประยะหนึ่ง และยิ่งเมื่อเครือซีพีกับโดลฯประกาศว่าจะลงมาเป็นผู้เล่นตัวจริงยิ่งทำให้กล้วยชนิดนี้มีค่ามีราคาขึ้นมาทันที “ความจริงต่างๆจะต้องถูกเปิดเผย” และก็หวังนะครับว่า คงจะไม่ทำให้ผู้ชมผู้เชียร์ที่เป็นเกษตรกรกรไทยต้องน้ำตาตกใน…ที่หน้าดำอยู่แล้วก็คงจะไม่หน้าเขียวนะครับ

หมายเหตุ : คำว่า “หน้าเขียว” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ หมายความว่า มีสีหน้าแสดงอาการโกรธจัด เช่น เขาโกรธจนหน้าเขียว.